ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1740 จริงใจต่อกัน
บทที่ 1740 จริงใจต่อกัน
ในตอนนี้เธอบอกไม่ได้ว่าในใจรู้สึกเศร้าแค่ไหน ภายในมีแต่ความอึดอัด ความรู้สึกที่ท่วมท้น มีหลายสิ่งที่อยากพูด แต่กลับพูดไม่ออก ราวกับติดอยู่ในปาก มีอารมณ์มากมายที่อยากระบายออกมา แต่ความมีเหตุผลบางอย่างกลับผูกมัดเธอไว้ ทำให้เธอได้แต่อดทนต่อความทรมานอย่างเงียบ ๆ
คนใจดีส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบนี้ แม้ว่าจะมีเรื่องราวมากมายในใจจนจิตใจจะวุ่นวายสับสน แต่ภายนอกยังคงดูสงบนิ่ง แม้จะดื่มจนเมามาย และโซ่ตรวนแห่งความทุกข์ความเจ็บปวดและอารมณ์แย่ ๆ จะคลายออก ก็ยังคงไม่ได้คลุ้มคลั่ง ไม่ได้ร้องไห้โฮ แต่กลับเงียบและไม่พูดอะไร
โลกใบนี้ไม่ได้ชอบเด็กที่ทั้งใจดีและเงียบขรึมแบบนี้
ถ้าคุณเริ่มบ้าคลั่ง คุณจะพบว่าโลกใบนี้จริง ๆ แล้วก็เป็นมิตรกับคุณพอสมควร…
โม่หรานหร่านถือถาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ใบหน้ามีรอยยิ้ม เดินทีละก้าวไปยังห้องลับที่กำลังมีการประชุมเรื่องสำคัญ
ฝีเท้าเบามาก ลิปสติกสีสดใสที่เพิ่งทาบนใบหน้างดงามของเธอ
เธอค่อย ๆ เปิดประตู ภายในห้องลับมีเสียงหัวเราะร่าและบรรยากาศวาบหวามลอยอยู่ในอากาศ
ภายในห้องลับ ไฟสว่างจ้า
ปรากฏภาพภายในห้องที่มีคนในห้องลับกำลังหารือเรื่องสำคัญ บางคนนั่งดื่มเหล้าและกินกับแกล้มกันตรงข้าม คนส่วนใหญ่กำลังปล่อยตัวไปกับตัณหา…
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ นี่คือปาร์ตี้ส่วนตัวที่เต็มไปด้วยการมั่วสุม
โม่หรานหร่านชินชากับภาพเหตุการณ์แบบนี้แล้ว คนพวกนี้ในสายตาเธอก็ไม่ต่างอะไรกับหนอนขาวอ้วนที่คลานไปมาออย่างน่ารังเกียจ
เธอเดินเท้าเปล่า เท้าเรียวงามย่ำไปบนพื้นที่ปูนุ่มนิ่ม ถือเครื่องดื่มเดินไปหาพ่อของเธอและลุงหวัง
ลุงหวังเป็นข้าราชการระดับสูงของอาณาเขตพันดารา เป็นหนึ่งในคนระดับสูงที่พ่อของเธอพยายามอย่างมากกว่าจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ด้วยได้ ชื่อจริงของเขาคือ หวังเฉวียน
ตอนนี้ผู้นำตระกูลโม่โม่ชุนกำลังหารือกับพี่หวังของเขา บรรยากาศการสนทนาดำเนินไปอย่างสนุกสนาน แต่เมื่อเห็นลูกสาวนำสุรามาเสิร์ฟ แววตาของเขาก็เย็นชาลงทันที เขาวางถ้วยสุราลงบนโต๊ะเล็กพลางกล่าว
“ไม่รู้กฎเกณฑ์หรือไง?”
“เอ่อ…โม่ชุน นิสัยเธอนี่” ชายนามสกุลหวังรูปร่างอ้วนขาว สวมแว่นตากรอบทอง สายตาพินิจมองชุดดำของโม่หรานหร่านแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“สาวใหญ่ย่อมมีความรักนวลสงวนตัว มีความระมัดระวังก็เป็นเรื่องปกติ…”
ที่โม่ชุนบอกว่าไม่รู้กฎเกณฑ์ เพราะโม่หรานหร่านสวมเสื้อผ้าเข้ามาในห้องลับนี้
กฎของห้องลับนี้คือ ห้ามใครสวมเสื้อผ้า ต้องเปลือยกาย ต้องจริงใจต่อกัน
เบื้องหลังกฎนี้ก็เพื่อรักษาความลับและความปลอดภัยในการหารือกันในห้องลับ
โม่หรานหร่านคุกเข่านั่งข้างโต๊ะเล็ก วางสุราและอาหารทั้งหมดลง ใบหน้าแสร้งทำเขินอายเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าออก
หวังเฉวียนดันแว่นตากรอบทอง เขาจ้องมองไม่วางตา สายตากวาดมองจากใบหน้าที่แสร้งทำเขินอายของโม่หรานหร่านไปจนถึงเท้าเรียวงาม ก่อนจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“จริง ๆ ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ เราเป็นคนกันเอง ไว้ใจได้” หวังเฉวียนปรับท่านั่งเพื่อไม่ให้ใครเห็นปฏิกิริยาทางสรีระของตน
โม่ชุนยิ้มเล็กน้อย เขาเห็นแววตาหื่นกระหายของหวังเฉวียน
“พี่หวัง คืนนี้ให้หรานหร่านคอยปรนนิบัติคุณเป็นไง?”
“เอ่อ… จะได้ยังไงกัน?” หวังเฉวียนขมวดคิ้ว
“หร่านหร่านก็เป็นเด็กที่ผมเห็นเติบโตมากับตา ตอนเด็ก ๆ ผมยังเคยอุ้มเธอเลย เรื่องแบบนี้ อย่าพูดถึงมันอีกเลย…”
หวังเฉวียนพูดด้วยท่าทางเคร่งขรึม แต่สายตากลับอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองเรือนร่างอ้อนแอ้นของโม่หรานหร่านเป็นระยะ ร่างกายนี้ช่างงดงามเกินบรรยาย ทั้งอกอิ่มสะโพกผาย และที่สำคัญคือความอ่อนเยาว์ รสชาติคงจะหอมหวานเป็นแน่
“พี่หวังคงไม่ได้รังเกียจหรานหร่านหรอกนะครับ?”
โม่ชุนส่งสัญญาณตาให้โม่หรานหร่าน โม่หรานหร่านจึงค่อย ๆ เคลื่อนกายไปนั่งข้างหวังเฉวียน
“ไม่ได้ ๆ” หวังเฉวียนส่ายหน้าแรง ๆ แต่เมื่อโม่หรานหร่านจับมือเขาให้ลูบไล้ เขากลับไม่ปฏิเสธ ลมหายใจก็เริ่มถี่กระชั้น
โม่ชุนจิบสุราที่โม่หรานหร่านนำมา รสชาติดีเยี่ยม เขาพยักหน้าพอใจ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ถ้อยคำประจบประแจง
“ต้องขอบคุณพี่หวังที่ช่วยเหลือ ทำให้ตระกูลโม่พ้นจากวิกฤตได้”
“ไม่ ๆ…”
หวังเฉวียนส่ายหน้า มือทั้งสองของเขาถูกโม่หรานหร่านลูบไล้อย่างอ่อนโยน โดยเฉพาะตอนที่นิ้วมือประสานกัน หัวใจเขาพลันเต้นระรัว หากไม่ใช่เพราะมีคนอยู่มาก และเขายังรักษาภาพลักษณ์ข้าราชการผู้สูงส่ง ป่านนี้เขาคงจะผลักเด็กสาวลงไปลิ้มลองรสชาติแล้ว
เมื่อได้ยินคำยกย่องจากโม่ชุน เขาก็ตอบอย่างถ่อมตน แต่น้ำเสียงกลับแฝงความยโส
“ผมแค่สั่งการคนใต้บังคับบัญชาให้จัดการเรื่องพิธีการเท่านั้น สำคัญที่สุดคือครอบครัวของพวกคุณบริสุทธิ์ คำใส่ร้ายพวกนั้นล้วนเป็นเรื่องเหลวไหล…”
“อ่ะ อืม…”
ขณะที่หวังเฉวียนกำลังพูด โม่หรานหร่านก็ป้อนสุราให้หนึ่งถ้วย เขาเงยหน้าดื่มสุรา สายตาไม่หยุดมองใบหน้างดงามเย้ายวนของโม่หรานหร่าน จิตใจของเขาเริ่มไขว้เขว
เหล้าส่วนใหญ่หกราดลงมา ไหลผ่านร่างของหวังเฉวียนเป็นทาง
เหล้าเย็นเฉียบ แต่ในใจของเขากลับร้อนระอุ ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้น ปฏิกิริยาทางร่างกายรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงมาก่อน แต่เขาไม่เคยเห็นเด็กสาวเพอร์เฟ็กต์ไปทุกย่างอย่างโม่หรานหร่านมาก่อน
เขาชอบแววตาอ่อนหวานเชื่อฟังแบบนี้มาก มันทำให้ความปรารถนาที่อยากจะครอบครองในใจเขาลุกโชนขึ้นไม่หยุด
และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ลอยออกมาจากร่างบอบบางของโม่หรานหร่านนั้น แค่สูดดมเพียงครั้งเดียว ก็ทำให้เขาแทบจะเคลิ้มหลงใหล