ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1745 ชื่อที่แปลกประหลาด
บทที่ 1745 ชื่อที่แปลกประหลาด
หลังจากสุ่ยตงจากไป จ้าวอู่เจียงถือกระดาษเหลืองบาง ๆ กลับไปนั่งบนเตียง พินิจพิเคราะห์รายชื่อที่เพิ่งได้มาใหม่อย่างละเอียด
สุ่ยปิงเอ๋อร์เริ่มซุกซนอีกครั้ง พยายามจะใช้มือลูบคลำไม่หยุด จนจ้าวอู่เจียงบอกให้เธอหยุดเล่น
แผ่นรายชื่อบาง ๆ นี้ ดูภายนอกเหมือนกระดาษสีเหลือง แต่จริง ๆ แล้วเป็นจอแสดงผลอิเล็กทรอนิกส์ ภายในบันทึกชื่อผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดกว่าหมื่นคนไว้ และเมื่อคลิกที่ชื่อก็จะแสดงข้อมูลโดยละเอียดของเจ้าของชื่อนั้น ๆ
ระดับความละเอียดของข้อมูลแต่ละคนไม่เท่ากัน ซึ่งจ้าวอู่เจียงก็ไม่แปลกใจ เพราะการรวบรวมข้อมูลได้มากน้อยนั้นขึ้นอยู่กับพลังและภูมิหลังของแต่ละคน
โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งคนที่มีพลังแกร่งกล้าและมีภูมิหลังที่แข็งแกร่ง ก็จะยิ่งให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ทำให้รวบรวมข้อมูลได้น้อยลง
จ้าวอู่เจียงไล่อ่านรายชื่อทีละชื่อ ในรายชื่อมีหลายชื่อที่ไม่ได้ถูกทำเครื่องหมายสีแดงหรือสีดำ
ตามที่สุ่ยตงอธิบายเมื่อครู่ ชื่อพวกนี้เขาไม่จำเป็นต้องสนใจมากนัก เพราะในการประลองยุทธ์พันดารา คนพวกนี้คงไม่สามารถคุกคามเขาได้
“แม่น้ำกล่าวลา สายลมยามเย็นขับร้อง”
“ใจธุลีมุ่งสู่สวรรค์”
“ฝ่ายตรงข้ามไม่ออนไลน์”
“ฉีหลู่เฟิง”
จ้าวอู่เจียงพึมพำในใจ ตอนนี้ชื่อทั้งหมดยังดูปกติดี แต่ยิ่งอ่านไปเรื่อย ๆ สีหน้าของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป
นั่นเพราะ ID ต่าง ๆ นั้นดูแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ
“คนอินโทรเวิร์ตไม่หลั่งนอก”
“ฉันเป็นสุนัขของเอลิซา”
“ฉันเป็นสุนัขของลิลิธ”
“วันนี้ใส่กางเกงแค่นี้”
“เทพวานรเปิดถ้ำ”
“เกาะซากุระมีไม”
“สุมาเล่นอี้”
“อุจิวะห้อย”
“…”
“คุณกังวลอะไร?”
“ไอ้กาก”
“ผู้เชี่ยวชาญอุทกวิทยา”
“นักศึกษาที่แย่งผู้ชายคนอื่นตอนกลางคืน”
จ้าวอู่เจียงทำสีหน้าแปลกประหลาด เขาครุ่นคิดในใจว่า งานแข่งขันใหญ่ขนาดนี้ที่เกี่ยวข้องกับทั้งอาณาเขตพันดาราทำไมคนพวกนี้ถึงตั้งชื่อ ID แบบนี้กัน?
ไม่นานเขาก็เข้าใจแล้ว ผู้เข้าร่วมการประลองยุทธ์พันดาราครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ
เหล่าปรมาจารย์รุ่นเก่าหลายคนได้ลงสนาม รวมถึงอัจฉริยะระดับโลกที่เข้าสู่การจำศีลเป็นเวลาหลายสิบ หลายร้อย หรือแม้กระทั่งหลายพันปีก็ทยอยตื่นขึ้นมา
ครั้งนี้เป็นการแข่งขันระหว่างผู้แข็งแกร่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์
ในสถานการณ์เช่นนี้ คนที่เคยมีความหวังว่าจะได้อันดับดี ๆ ก็หมดหวัง แต่ก็ไม่อยากยอมแพ้ไปเลย จึงเริ่มสร้างสีสันด้วยการตั้งชื่อ ID แปลก ๆ เพื่อดึงดูดสายตา
‘ดีนะที่ ID ของฉันปกติดี…’
จ้าวอู่เจียงยิ้มน้อย ๆ เพราะ ID ที่เขาลงทะเบียนไว้คือชื่อของตัวเอง
แต่ไม่นานรอยยิ้มของเขาแข็งค้างบนใบหน้า เมื่อเห็น ID คุ้นเคยปรากฏอยู่ในรายชื่อ ‘ฉันไม่ใช่ผู้ชายเลว’
จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว ใช้นิ้วแตะที่ชื่อนั้น หน้าต่างป๊อปอัปแสดงข้อมูลส่วนตัวของเขาปรากฏขึ้น เขาทำหน้าเครียดทันที ถึงกับพูดไม่ออกชั่วขณะ
“ปิงเอ๋อร์…” เขาหันไปมองสุ่ยปิงเอ๋อร์
“หืม เป็นอะไรไป?” สุ่ยปิงเอ๋อร์สงสัย เธอขยับเข้ามาใกล้แล้วมองข้อมูลบนหน้าจอ
“ข้อมูลของคุณมีปัญหาเหรอ?”
“ทำไม ID ของฉันถึงเป็น ‘ฉันไม่ใช่ผู้ชายเลว’ ล่ะ?” จ้าวอู่เจียงถาม
“นั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณพูดวันนั้นเหรอ?” สุ่ยปิงเอ๋อร์ทำหน้าไร้เดียงสา
“ฉันบอกว่าคุณควรตั้งชื่อว่าผู้ชายเลว แล้วคุณก็บอกว่าจะตั้งชื่อว่า ‘ฉันไม่ใช่ผู้ชายเลว’”
“ฉันใช้ชื่อจริงของตัวเองเป็น ID ไม่ได้เหรอ?” จ้าวอู่เจียงถอนหายใจอย่างจนปัญญา
“ใครเขาจะใช้ชื่อจริงตัวเองเป็นชื่อในเน็ตกันล่ะ?” สุ่ยปิงเอ๋อร์เบ้ปาก
จ้าวอู่เจียงเอานิ้วเกาคิ้วตัวเองอย่างพูดอะไรไม่ออก
“นอกจากพวกคนแก่ ไม่ก็พวกหัวโบราณ นอกนั้นก็แทบไม่มีใครใช้ชื่อจริงตัวเองเป็นชื่อในเน็ตหรอก”
สุ่ยปิงเอ๋อร์เสริมอีกประโยค จากนั้นก็ใช้นิ้วไล่ดูรายชื่อ จนมาหยุดที่ ID ที่ถูกทำเครื่องหมายดำไว้
“หงหลวน” สุ่ยปิงเอ๋อร์เปิดหน้าจออีกหน้าหนึ่ง
“เธอเป็นเจ้าสำนักหงหลวน คนจำพวกนี้แหละที่จะใช้ชื่อตัวเองเป็นชื่อในเน็ต”
“แต่คุณดูสิ หงหลวนก็ไม่ใช่ชื่อจริงของเธอ มันเป็นแค่นามแฝง ชื่อจริงคือหลิ่วหงจวนต่างหากล่ะ”
สุ่ยปิงเอ๋อร์ไม่ทันสังเกตว่าสีหน้าของจ้าวอู่เจียงเย็นชาลงฉับพลัน จ้าวอู่เจียงมองรูปในข้อมูลส่วนตัวของเจ้าสำนักหงหลวนบนหน้าจอ ภาพนี้ซ้อนทับกับภาพของสตรีชุดแดงที่บังคับให้เขาต้องสลายวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์ในอดีต
จ้าวอู่เจียงค่อย ๆ ขยายภาพนั้น
คนในภาพดูสง่างามน่านับถือ แต่ตอนที่เขาเจอตัวจริงกลับเห็นแต่ความโหดร้ายอำมหิต
“มีอะไรน่าดูนักเหรอ?” สุ่ยปิงเอ๋อร์สงสัย แล้วกระซิบเบา ๆ ข้างหูจ้าวอู่เจียงว่า
“รูปยายแก่คนนี้ เหม่ยตูมา”
“ตัวจริงฉันเคยเห็น แป้งบนหน้าหนาจนแทบจะทอดได้ ไหนจะยังมีร่องรอยการใช้เทคโนโลยีช่วยอีก
แต่พูดถึงพลังความสามารถ ก็ต้องยอมรับว่าแข็งแกร่งมาก ๆ…
แต่คุณไม่ต้องกังวลนะ คุณเป็นผู้ช่วยจากตระกูลสุ่ย แถมยังหน้าตาดีด้วย ถ้าเกิดไม่ระวังต้องเจอกับเธอเข้า คุณก็แสร้งทำตัวอ่อนแอไว้ เธอคงจะเห็นแก่หน้าตระกูลสุ่ยและรูปลักษณ์ของคุณ แล้วปล่อยคุณไปแน่ ๆ ไม่ลงมือหนักกับคุณหรอก”
สุ่ยปิงเอ๋อร์คิดว่าที่จ้าวอู่เจียงทำหน้าเคร่งเครียดเพราะกังวลว่าจะต้องเจอกับเจ้าสำนักหงหลวนหลิ่วหงจวนแล้วพ่ายแพ้
จ้าวอู่เจียงยิ้มน้อย ๆ พลางพูดว่า “ถ้าเธอเห็นแก่หน้าตาฉันจริง ๆ มีหวังไม่ปล่อยฉันไปแน่”
จากนั้นก็เริ่มเลื่อนดูหน้าจออิเล็กทรอนิกส์เพื่อตรวจสอบผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ