ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1776 เขามีเรื่องที่พูดไม่จบ
บทที่ 1776 เขามีเรื่องที่พูดไม่จบ
จ้าวอู่เจียงที่ไม่รู้ตัวเลยว่าจะมีเรื่องยุ่งยากมาหาตัว หลังจากบอกกล่าวสุ่ยปิงเอ๋อร์และคนอื่น ๆ แล้ว ก็มายังที่นั่งชมการต่อสู้และมองหาจูกัดเสี่ยวไป๋
เขาเห็นชายวัยกลางคนสวมชุดคนไข้สีฟ้าขาวนั่งอยู่ข้าง ๆ จูกัดเสี่ยวไป๋ คนผู้นั้นมีคิ้วขาว เคราขาว และผมสีเทา
แรกเริ่มเขาไม่ได้สนใจอะไร แต่เขาสังเกตเห็นกำไลข้อมือที่ชายวัยกลางคนสวมอยู่
กำไลข้อมือแบบนี้ เขาเคยเห็นที่ข้อมือของเซวียนหยวนซวิ่นรวมถึงตัวเขาเองก็มีอยู่หนึ่งอัน
จูกัดเสี่ยวไป๋โบกมือให้เขา ชายวัยกลางคนก็โบกมือให้เขาเช่นกัน
“เพื่อนของผมมาแล้ว…” จูกัดเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างอ่อนโยน พูดกับชายที่คอยเตือนเขาด้วยความหวังดีก่อนหน้านี้
“อ้อ” ชายในชุดคนไข้พยักหน้า คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วรีบเปล่งเสียงออกมาสองครั้ง
“อ้อ ๆ ผมต้องไปแล้ว แล้วเจอกัน”
“แล้วเจอกัน” จูกัดเสี่ยวไป๋ตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
ชายคนนั้นลุกขึ้น เดินไปทางจ้าวอู่เจียงเมื่อเดินสวนกับจ้าวอู่เจียงเขายิ้มพลางพยักหน้า
“เบอร์สามสิบสาม หน้าตานายหล่อจริง ๆ ไอ้แก่นั่นไม่ได้โกหกฉัน…”
“เจอกันที่โรงพยาบาลจิตเวช อย่าลืมมานะ…”
จ้าวอู่เจียงหรี่ตามองตามร่างของชายคนนั้นที่เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย
จ้าวอู่เจียงเดินไปหาจูกัดเสี่ยวไป๋ที่อยู่ข้าง ๆ เมื่อได้พบเจอเพื่อนเก่า เขายิ้มอย่างอ่อนโยน
“ไม่ได้เจอกันนานเลย”
“ไม่ถูกนะจ้าวอู่เจียง…” จูกัดเสี่ยวไป๋ยิ้ม รอยยิ้มนั้นดูเหมือนเด็กหนุ่ม แต่น้ำเสียงกลับนิ่งและแฝงความเศร้าที่บอกไม่ถูก
“คุณก็เพิ่งเจอผมไม่นานมานี้เอง”
จ้าวอู่เจียงนั่งลงข้าง ๆ จูกัดเสี่ยวไป๋
“ก็จริง จริง ๆ ก็ไม่นานหรอก แต่รู้สึกว่านานมากเหลือเกิน”
“แต่ผมสิที่ไม่ได้เจอคุณมานานมากแล้ว” จูกัดเสี่ยวไป๋พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก ดวงตาราวกับผ่านกาลเวลามายาวนาน
“นานมาก… นานมากจริง ๆ …”
“นายมาที่นี่ได้ยังไง?” จ้าวอู่เจียงรู้สึกสะเทือนใจ เมื่อเขามองเห็นจูกัดเสี่ยวไป๋ในระยะใกล้ ๆ ก็รู้สึกได้ชัดเจนว่าจูกัดเสี่ยวไป๋คนนี้ไม่ใช่จูกัดเสี่ยวไป๋หนุ่มที่เพิ่งจากกันไปไม่นาน
จูกัดเสี่ยวไป๋คนนี้แก่มากแล้ว แก่เหมือนกับราชาหมาป่าเสี่ยวไป๋ ชีวิตใกล้จะถึงจุดสิ้นสุด ร่างกายแผ่กลิ่นอายความเสื่อมโทรมออกมาโดยไม่รู้ตัว ราวกับดอกไม้ที่กำลังจะเหี่ยวเฉา
จูกัดเสี่ยวไป๋เอื้อมมือล้วงเข้าไปในอกเสื้อพลางพูดว่า “ก็แค่ข้ามเวลามาง่าย ๆ อ้อ ไม่มีอะไรดีหรอก แค่เอาผลไม้มาให้ลูกหนึ่ง”
“พวกจ้าวเนี่ยนเซี่ยสบายดีทุกคน ผ่านเรื่องราวมามากมาย แต่ก็ปลอดภัยดี อย่างน้อยตอนที่ผมจากมา พวกเขาก็อยู่ดีมีสุข คุณไม่ต้องกังวลหรอก…”
จูกัดเสี่ยวไป๋ยื่นผลไม้ที่ดูเหี่ยวแห้งขนาดเท่ากำปั้นให้จ้าวอู่เจียง บนผิวผลไม้ยังพอเห็นลวดลายบางอย่างอยู่ลาง ๆ
บทสนทนาของทั้งสองคนไม่ค่อยต่อเนื่องกัน เพราะจูกัดเสี่ยวไป๋รู้ว่าเพื่อนของเขาอยากถามอะไร จึงตอบไปก่อนที่อีกฝ่ายจะได้ถาม หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะเขามีเรื่องมากมายที่อยากเล่าให้เพื่อนเก่าฟัง จึงอดไม่ได้ที่จะพูดมากไปหน่อย
จ้าวอู่เจียงรับผลไม้เหี่ยวแห้งมา พอถือไว้ในมือ เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างในร่างกายเหมือนกำลังเดือดพล่าน
หลังจากที่ดูดซับพลังลึกลับจากแขนของอวี้ปิ่งเอินมาก่อนหน้านี้ เขาพบว่าพลังที่ซ่อนอยู่ในผลไม้นี้คล้ายคลึงกับพลังลึกลับที่หลงเหลืออยู่บนแขน แต่เข้มข้นกว่ามาก
จูกัดเสี่ยวไป๋อธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า “นี่คือผลนิพพานของเทพองค์หนึ่ง เทพที่แท้จริง ตอนที่เขากำลังเข้าสู่นิพพานในสังสาร ผมได้สังหารเขา พลังเทพในนั้น ผมดูดซับมาส่วนหนึ่ง แบ่งให้เหยากวนส่วนหนึ่ง อ้อใช่ คุณยังไม่รู้สินะ เขาเป็นลูกหลานของผม พรสวรรค์ร้ายกาจมาก… อีกส่วนหนึ่ง ผมเอามาให้คุณ”
จ้าวอู่เจียงยิ้มและพยักหน้า
“นายแข็งแกร่งขนาดนี้แล้วเหรอ? ถึงขั้นฆ่าเทพเลยเหรอ? เจ๋งจริง ๆ!”