ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1784 ไม่อาจปล่อยไอ้หมอนี่ไว้ได้
บทที่ 1784 ไม่อาจปล่อยไอ้หมอนี่ไว้ได้
จ้าวอู่เจียงและเอลิซาแยกย้ายกันหลังจากคุยกันเสร็จ
เนื้อหาการสนทนามีเพียงเขาและเอลิซาเท่านั้นที่รู้ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล เขาถึงกับตั้งค่ายกลยันต์อาคมรอบตัวพวกเขาทั้งสองคนในระหว่างที่สนทนากัน
เดิมทีตั้งใจว่าหลังคุยเสร็จจะไปพูดคุยกับจูกัดเสี่ยวไป๋ต่อ แต่จูกัดเสี่ยวไป๋บอกว่ามีธุระด่วนต้องไปพบผู้อาวุโสบางคน
หลังจากแยกย้ายกัน จ้าวอู่เจียงกลับมาที่พื้นที่เตรียมพร้อมของทีมสองตระกูลสุ่ย
แม้การแข่งขันของตระกูลสุ่ยจะจบลงแล้ว แต่การแข่งขันรอบแรกของอาณาเขตพันดารายังไม่จบ คนส่วนใหญ่ยังคงดูการแข่งขัน คอยสังเกตผู้แข็งแกร่งที่แสดงฝีมือโดดเด่น
ในรอบแรกอาจไม่ได้เจอกัน แต่ไม่รับประกันว่าจะไม่เจอกันในรอบถัดไป
ขณะนี้ทางการยังไม่ได้ประกาศรูปแบบการแข่งขันที่แน่ชัดของรอบถัดไป วันนี้การแข่งขันรอบแรกก็จะจบลง ทุกคนต่างคาดเดากันว่ารอบสองจะเป็นอย่างไร มีอะไรพิเศษที่ทำให้ทางการต้องปิดบังเอาไว้
ทันทีที่จ้าวอู่เจียงมาถึงพื้นที่เตรียมพร้อมของทีมสองตระกูลสุ่ย ก็พบว่าสถานการณ์ไม่ค่อยปกติ เดิมทีรวมเขาแล้วมีแค่หกคนในพื้นที่เตรียมพร้อม แต่ตอนนี้มีคนเกือบยี่สิบคน
ในนั้นมีหกคนดูจากชุดน่าจะเป็นผู้แข็งแกร่งของตระกูลสุ่ย
อีกเจ็ดคนสวมชุดนักพรต น่าจะเป็นผู้แข็งแกร่งจากสำนักเทียนอี ในนั้นมีสองคนที่จ้าวอู่เจียงเคยเห็นตอนดูการแข่งขัน เป็นผู้เข้าแข่งขันทีมสองของสำนักเทียนอี
สุ่ยปิงเอ๋อร์เห็นเขากลับมาก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับ พลางส่งสัญญาณตาให้เขาระหว่างเดินมา ดูเหมือนจะบอกให้เขาระวังตัวและรีบออกไปจากที่นี่ก่อน
ขณะที่จ้าวอู่เจียงกำลังคาดเดาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในกลุ่มเจ็ดคนจากสำนักเทียนอี ชายชราที่แบกกระบี่ไม้คนหนึ่งก็ฝ่าสมาชิกตระกูลสุ่ยที่ขวางหน้าออกมา แล้วเดินตรงมาหาเขาด้วยท่าทางโกรธเกรี้ยว
“จ้าวอู่เจียง! ส่งมันมา!”
จ้าวอู่เจียงรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เขาได้เอาแขนขวาที่เปี่ยมด้วยพลังเทพของอวี้ปิ่งเอินมา ตอนนี้สำนักเทียนอีมาสร้างปัญหาแล้ว
สุ่ยปิงเอ๋อร์ยืนขวางหน้าจ้าวอู่เจียง ผมยาวสีฟ้าน้ำราวกับถูกเคลือบด้วยน้ำค้างแข็ง ทั้งร่างแผ่กระจายบรรยากาศเย็นเยียบ เธอจ้องมองชายชราถือกระบี่ไม้ด้วยความโกรธ
“ที่นี่คือเขตเตรียมรบของตระกูลสุ่ย จางซิงเฮ่อ คุณระวังหน่อย!”
จางซิงเฮ่อ หนึ่งในศิษย์น้องของเจ้าสำนักรุ่นปัจจุบันแห่งสำนักเทียนอี พลังของเขาก้าวเข้าสู่ขั้นตัวตนที่แท้จริงมานานหลายปีแล้ว มีข่าวลือว่าเขาได้แตะขอบประตูของภพที่สองแห่งสามภพนั่นคือขั้นอัตตาแท้จริง และเป็นหนึ่งในเจ็ดยอดฝีมือของสำนักเทียนอี
ยิ่งไปกว่านั้น วิชากระบี่ของจางซิงเฮ่อยังครองความยิ่งใหญ่ในสำนักเทียนอี แม้แต่วิชากระบี่ของจางเต้าเซิงก็ได้รับการถ่ายทอดจากเขาโดยตรง
สุ่ยปิงเอ๋อร์เกิดในตระกูลสุ่ย ประสบการณ์ตั้งแต่เด็กของเธอมากกว่าคนทั่วไป เธอเคยพบผู้อาวุโสของสำนักเทียนอีมาไม่น้อย จึงจำจางซิงเฮ่อได้แน่นอน
เพราะพลังอันแข็งแกร่งของจางซิงเฮ่อ เมื่อเห็นจ้าวอู่เจียงกลับมา เธอจึงกังวลเป็นพิเศษ อยากให้จ้าวอู่เจียงจากไปก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าต่อสู้กัน จางซิงเฮ่อคนเดียวก็สามารถจัดการพวกเขาทั้งหมดได้
“ไร้มารยาทต่อผู้อาวุโส!” จางซิงเฮ่อผมเทาทั้งศีรษะ ดวงตาดุจกระบี่บิน ทั้งร่างดูเฉียบคมไร้เทียมทาน
“วันนี้ต่อให้สุ่ยเหวินมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน ก็ต้องให้เกียรติฉันบ้าง เด็กน้อยอย่างเธอกลับกล้าเรียกชื่อฉันตรง ๆ
หลีกไป!
ไม่เช่นนั้นฉันจะสั่งสอนลูกหลานแทนสุ่ยเหวินเสียเอง!”
สุ่ยปิงเอ๋อร์แววตามุ่งมั่น ยังคงยืนขวางหน้าจ้าวอู่เจียง
“ดีมาก!” ชายแก่ถือกระบี่ไม้จางซิงเฮ่อเห็นสุ่ยปิงเอ๋อร์หักหน้าเขาหลายครั้ง เขาจึงยกมือขึ้นและตวัดฝ่ามือฟาดใส่สุ่ยปิงเอ๋อร์
จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้วก้าวขึ้นไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อป้องกันสุ่ยปิงเอ๋อร์ที่อยู่ข้างหลัง ในฝ่ามือของเขามีกระแสลมหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง เขาตวัดฝ่ามือสวนกลับไป
‘ตูม!’
พลังฝ่ามือของเขาปะทะกับพลังฝ่ามือของจางซิงเฮ่อ กระแสพลังอันรุนแรงระเบิดออกตรงหน้าทั้งสองคน การรับมือกับฝ่ามือครั้งนี้ทำให้พลังชี่ในร่างกายของเขาปั่นป่วน เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าวจึงสามารถระบายพลังทั้งหมดที่อยู่ในฝ่ามือนั้นออกไปได้
“เป็นอะไรหรือเปล่า?” สุ่ยปิงเอ๋อร์รีบเข้าไปประคองเขาอย่างร้อนรน เขาส่ายหน้า
ฝ่ามือของจางซิงเฮ่อที่ดูเหมือนจะฟาดใส่สุ่ยปิงเอ๋อร์นั้น แท้จริงแล้วเป็นการบีบบังคับให้เขาต้องออกมือ ดังนั้นฝ่ามือนี้จึงไม่ได้ยั้งมือเลยแม้แต่น้อย ด้วยวรยุทธ์ที่เขามีอยู่ในตอนนี้ การรับมือโดยตรงจึงยังค่อนข้างลำบาก
จางซิงเฮ่อยืนนิ่งไม่ขยับ ทำหน้าเย็นชาแล้วแค่นเสียง
“แค่ฝ่ามือเดียวยังรับไม่อยู่ ด้วยฝีมือแค่นี้ ถ้าไม่ได้โกง จะเอาอะไรไปชนะปิ่งเอิน?”
จางซิงเฮ่อเข้าใจดีว่า การที่จ้าวอู่เจียงสามารถรับฝ่ามือเต็มกำลังของเขาได้โดยไม่เป็นอันตราย ก็พิสูจน์แล้วว่าการที่อวี้ปิ่งเอินพ่ายแพ้ในมือจ้าวอู่เจียงนั้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
แต่เขาก็ยังคงต้องการที่จะทำให้จ้าวอู่เจียงอับอาย กดข่มจ้าวอู่เจียงเพื่อเรียกหน้าตากลับคืนมาจากการแข่งขันระหว่างทีมสองของตระกูลสุ่ยกับทีมสองของสำนักเทียนอี
การทดสอบด้วยฝ่ามือครั้งนี้ ยิ่งทำให้เขาเข้าใจชัดว่าจ้าวอู่เจียงไม่ธรรมดาและอาจจะกลายเป็นศัตรูที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต
ไม่อาจปล่อยไอ้หมอนี่ไว้ได้ จำเป็นต้องหาทางฆ่าให้ตาย!