ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1829 การสังหารอย่างเด็ดขาด
บทที่ 1829 การสังหารอย่างเด็ดขาด
สิบกว่าคนทยอยลงมาจากปากเตาหลอมยาเตานี้จนถึงก้นเตา
มีทั้งสุ่ยตงจากตระกูลสุ่ย ศิษย์สามคนจากสำนักเทียนอี ศาสนิกทั้งสี่คนจากศาสนจักรแห่งแสงสว่าง ชายหนุ่มที่ไม่มีชื่อเสียงคนหนึ่งจากบริษัทอุตสาหกรรมหนักเฉิน และยังมีผู้แข็งแกร่งที่มีชื่อเสียงพอสมควรจากอาณาเขตพันดารา รวมทั้งหมดสิบหกคน
พวกเขาทั้งหมดได้ยินเสียงดังสนั่นจึงรีบมาดู
ทันทีที่สุ่ยตงลงมาถึงพื้น เขาก็พบร่างที่แห้งเหี่ยวของอาสุ่ยเหลียง เขารีบก้าวเข้าไปย่อตัวลงและยื่นมือที่สั่นเทาออกไปตรวจสอบ
เขาพบบาดแผลจากปราณกระบี่อันเป็นสาเหตุการตายในร่างของอาทันที เขารู้คำตอบอยู่ลาง ๆ แต่ก็ยังถามเสียงสั่น
“ใครทำ?”
เจี่ยงเสี่ยวหาวกำลังจะก้าวออกไปยอมรับผิด เตรียมจะแบกรับความผิดในการตายของสุ่ยเหลียงไว้ เขารู้ว่าจ้าวอู่เจียงมีความสัมพันธ์บางอย่างกับตระกูลสุ่ย ถ้าเขายอมรับผิด ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้จ้าวอู่เจียงกับสุ่ยตงต้องขัดแย้งกัน
อีกอย่างเขาก็ได้ลงมือโจมตีสุ่ยเหลียงจริง ๆ สุดท้ายก็ต้องมีคนตายระหว่างเขากับสุ่ยเหลียงอยู่แล้ว
จ้าวอู่เจียงแสดงสีหน้าเรียบเฉย พูดยอมรับออกมาตรง ๆ
“ผมเอง สุ่ยเหลียงจะร่วมมือกับแอสคลีเพียสฆ่าผม ผมเลยฆ่าเขาซะ”
จ้าวอู่เจียงไม่มีอะไรที่ไม่กล้ายอมรับ ในเรื่องนี้เขาไม่รู้สึกละอายใจ
อีกอย่างแอสคลีเพียสก็ยังมีชีวิตอยู่ เทพสายฟ้าธอร์และทายาทของจู้หรงที่ชื่อหมี่รื่อก็อยู่ในที่เกิดเหตุ เขาไม่จำเป็นต้องหาข้ออ้าง ถึงจะแก้ตัวอย่างไรความจริงก็ต้องเปิดเผยอยู่ดี
“จ้าวอู่เจียง!” สุ่ยตงตะโกนด้วยความโกรธจนร่างกายสั่นไปทั้งตัว
สุ่ยตงรู้ดีว่าอาเล็กมีอคติต่อจ้าวอู่เจียง และเพราะถูกแอสคลีเพียสบีบบังคับ อาเล็กก็ได้ทำเรื่องที่ทำให้จ้าวอู่เจียงผิดหวังจริง ๆ
แต่สุ่ยเหลียงก็เป็นคนของตระกูลสุ่ย เป็นอาเล็กของเขาสุ่ยตง จ้าวอู่เจียงฆ่าสุ่ยเหลียง เขาจำเป็นต้องเอาเรื่องกับจ้าวอู่เจียงให้ได้คำตอบ
เขาไม่อยากทำแบบนี้ แต่ก็ต้องทำ! สถานะของเขาไม่อนุญาตให้ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปได้
เขาใช้มือข้างเดียวตบลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยขี้เถ้าจากพืชและยา กำหมอกน้ำสีเทาเขียวขึ้นมา ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธที่เต็มเปี่ยม
เมื่อศิษย์สามคนของสำนักเทียนอีเห็นสุ่ยตงจะลงมือ ก็เริ่มยุยงส่งเสริม
“จ้าวอู่เจียง แกมันสัตว์ร้าย!
แกเป็นพันธมิตรของตระกูลสุ่ย แต่กลับลงมือฆ่าคนของตระกูลสุ่ย!
ทรยศหักหลัง ชั่วช้าสามานย์ พวกผู้บำเพ็ญโบราณชั่วช้าอย่างแก สมควรถูกทุกคนประหาร!”
“ฉันเห็นตั้งแต่แรกแล้วว่าจ้าวอู่เจียงไม่ใช่คนดี ถึงได้ฆ่าอวี้ปิ่งเอินและอาจารย์อาจางซิงเฮ่อของสำนักเราไปติด ๆ กัน!”
“จ้าวอู่เจียง อาจารย์จางซิงเฮ่อสงสารที่แกมีพรสวรรค์ไม่เลวจึงได้ละเว้นแกไว้ตอนอยู่ในพื้นที่เตรียมพร้อม แต่แกไม่รู้จักประมาณตัว ไม่รู้จักบุญคุณ จะเอาร่างอวี้ปิ่งเอินไว้เป็นของตัวเองให้ได้!
พวกเราแค่อยากได้ความยุติธรรม เอาร่างกลับคืนมาให้อวี้ปิ่งเอินได้ไปสู่สุคติเท่านั้น
แกไม่เพียงไม่สำนึกผิด ยังฉวยโอกาสตอนอาจารย์อาจางซิงเฮ่อไม่ทันระวังตัว ลอบโจมตีอย่างสกปรก จนเขาพ่ายแพ้ แถมยังลงมือสังหารอีก!
ไอ้โจร!
ตอนนี้ยังฆ่าคนใกล้ชิดแก ฆ่าคุณสุ่ยเหลียงอีก!
เขาไว้ใจแกขนาดนั้น ก่อนหน้านี้ยังช่วยไกล่เกลี่ยกับทายาทเทพแห่งศาสนจักรแห่งแสงสว่างเพื่อช่วยแก แต่แกกลับทำกับเขาแบบนี้?
ตระกูลสุ่ยรับคนชั่วที่ไร้ยางอายแบบแกมาทำไมกัน?”
“น่าเสียดายจริง ๆ” สาวกทั้งสี่แห่งศาสนจักรแห่งแสงสว่างยังไม่รู้เรื่องที่ทายาทเทพพ่ายแพ้ต่อจ้าวอู่เจียงและหลบหนีไป พวกเขาจึงเข้ามายุ่งด้วย พูดเสียงเย็นชาว่า
“องค์ทายาทเทพตามรอยแสงสว่าง หวังจะส่องสว่างให้ผู้คน ยอมอดทนกับแกหลายครั้ง ไม่ได้ลงมือกับแก ไม่คิดว่าแกจ้าวอู่เจียงจะกลับมาฆ่าคนฝ่ายเดียวกันเองอย่างโหดเหี้ยม!
ไอ้ขี้ขลาดที่ภายนอกทำตัวประจบประแจง แต่กลับใช้กำปั้นเหล็กกับคนภายใน!
ด้วยฝีมือของคุณสุ่ยเหลียง แกต้องหลอกให้เขาตายใจก่อนแน่ ๆ แล้วค่อยฉวยโอกาสตอนเขาไม่ทันระวังตัวลงมือ!
คุณสุ่ยเหลียงเป็นผู้อาวุโสของแก ก่อนหน้านี้แค่สั่งสอนแกไม่กี่คำเพื่อหวังดี แต่แกกลับแค้นใจจนต้องฆ่าเขา!”
“ไอ้ปีศาจ!”
“แกควรตกนรก จ้าวอู่เจียง!”
“ถ้าองค์ทายาทเทพอยู่ที่นี่ เรื่องโศกนาฏกรรมนี้คงไม่เกิดขึ้นแน่!”
“แกต้องตายแน่ รอให้องค์ทายาทเทพจัดการธุระของท่านเสร็จแล้วมาถึงที่นี่ ท่านจะกำจัดไอ้ปีศาจอย่างแกไปเอง!”
เหล่าคนทั้งเจ็ดจากสำนักเทียนอีและศาสนจักรแห่งแสงสว่างต่างผลัดกันประณามด่าทอจ้าวอู่เจียง
พวกเขาล้อมวงกระแสพลังเข้ามา ผสานรวมกับกระแสพลังของสุ่ยตง พยายามกดดันจ้าวอู่เจียงและรอจังหวะที่สุ่ยตงจะลงมือโจมตีจ้าวอู่เจียงเพื่อจะร่วมมือกันจับตัวจ้าวอู่เจียงให้ได้ แก้แค้นให้ผู้อาวุโสผู้ล่วงลับและเอาสมบัติล้ำค่าที่จ้าวอู่เจียงแย่งไปกลับคืนมา
เจี่ยงเสี่ยวหาวได้ยินคนพวกนี้บิดเบือนความจริงและเหยียบย่ำจ้าวอู่เจียง เขากำหมัดแน่นแล้วตะโกนว่า
“พูดบ้าอะไรของพวกแก! ไอ้พวกหน้าซื่อใจคด!”
“แค่ช่วยฉันสกัดสุ่ยตงก็พอ” จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่คำพูดกลับแฝงไปด้วยความเหี้ยมเกรียมไม่ปิดบัง
“พวกมันอยากตาย ฉันจะมอบให้สมใจ”
จ้าวอู่เจียงกำมือซ้ายในอากาศ ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่จริง ๆ แล้วปราณกระบี่พุ่งแทงออกไป ในชั่วพริบตา ศิษย์สำนักเทียนอีที่เมื่อครู่ตะโกนเสียงดังที่สุดก็ถูกตัดหัวกลิ้งลงพื้น เลือดพุ่งกระฉูดจากลำคอ น่าสยดสยองยิ่งนัก