ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1848 หล่อเกินกว่าจะบรรยายออกมาได้
บทที่ 1848 หล่อเกินกว่าจะบรรยายออกมาได้
“จ้าวอู่เจียง?” ดวงตาสีแดงของลิลิธเต็มไปด้วยความตกใจและสะพรึงกลัว มหานักบวชตายไปแบบนี้เลยเหรอ?
เมื่อกี้เธอกับเอลิซามองไป จ้าวอู่เจียงไม่ได้กำลังพยายามดิ้นรนค้ำจุนม่านกำแพงแสงอย่างหนักอยู่หรอกเหรอ?
เธอกับเอลิซาเพียงแค่แสดงฉากการพลัดพรากระหว่างชีวิตและความตายสั้น ๆ จ้าวอู่เจียงก็ฆ่ามหานักบวชจนตายเสียแล้ว?
และยังเป็นมหานักบวชที่ถือคทาแสงสว่างทองคำอยู่ในมืออีกด้วย?
นี่คือจ้าวอู่เจียงเหรอ?
ระดับการฝึกฝนของจ้าวอู่เจียงเพิ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่? แถมยังเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้? ถึงจะเผชิญหน้ากับทายาทเทพแอสคลีเพียส จ้าวอู่เจียงก็คงมีกำลังสู้ได้แล้วใช่ไหม?
“ไม่เคยเห็นหรือไง?” จ้าวอู่เจียงทอดสายตาให้ลิลิธ
พวกคนในครอบครัวใครจะเข้าใจบ้าง วันนี้ออกไปทะเลาะวิวาท เจอแม่ชีผมขาวตาแดงคนหนึ่งจ้องมองฉันอยู่เรื่อย ๆ รำคาญจริง ๆ
คทาแสงสว่างทองคำหมุนในฝ่ามือของจ้าวอู่เจียง เขาฟาดลงไปที่ศพของมหานักบวชด้วยไม้ค้อนหนึ่งครั้ง ทุบจนหน้าอกอวบอิ่มของมหานักบวชยุบลงไปทันที
เขาเสริมอีกหนึ่งทีเพื่อยืนยันว่ามหานักบวชตายจริง ๆ แล้ว จากนั้นจึงส่งคทาแสงสว่างทองคำให้กับลิลิธที่กำลังตกตะลึงอยู่
ลิลิธรับคทาแสงสว่างทองคำด้วยความงุนงงสับสน ไม่รู้จะทำอะไรต่อดีชั่วขณะหนึ่ง
จ้าวอู่เจียงวิ่งเหยาะ ๆ ไปหาเอลิซาที่ล้มอยู่บนพื้นไม่ไกลนัก พร้อมพูดกับลิลิธว่า
“ทำไมเธอถึงต้องผลักเอลิซาด้วย?”
“ฉัน…” ลิลิธชี้ไปที่เอลิซาแล้วก็ชี้ไปที่มหานักบวชที่หายวับไปแล้ว พูดไม่ออกด้วยความอัดอั้นใจ
จ้าวอู่เจียงช่วยพยุงเอลิซาที่ยังไม่ทันสติขึ้นมา เอลิซาคว้าแขนเสื้อของเขาแน่น อีกมือหนึ่งลูบไปมาบนใบหน้าของเขาอย่างไม่มีจุดหมาย ดวงตาที่เปียกชื้นจ้องมองไปทั่วตัวเขา เสียงสั่นเครือกล่าวว่า
“นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
“ฉันไม่เป็นอะไร” จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอบอุ่น ความเป็นห่วงอย่างจริงใจอย่างกะทันหันของเอลิซาทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยชินนัก
แต่เขาเข้าใจ นี่คงเป็นความหวาดกลัวที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากการรอดชีวิตมาได้ภายใต้ความสิ้นหวัง
“เราควรหาที่ปลอดภัยก่อน ฝนตกหนักเกินไป” จ้าวอู่เจียงพยุงเอลิซาที่มีลมหายใจอ่อนล้า ส่งพลังกายสิทธิ์เล็กน้อยให้เธอ แล้วมองสำรวจไปรอบ ๆ
ที่นี่ถูกบดบังด้วยกิ่งไม้โบราณและใบไม้ของพุ่มไม้ต่าง ๆ หยาดฝนยังคงมีขนาดเท่าเมล็ดถั่วเหลือง ทำให้เสื้อผ้าของทุกคนเปียกชุ่ม ไม่นานอากาศเย็นก็จะเข้าสู่ร่างกาย
สภาพร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน เขาเป็นผู้บำเพ็ญโบราณ และได้ฝึกพลังไฟออกมาแล้ว จึงไม่กลัวความหนาว
แต่เอลิซาและลิลิธไม่มีร่างกายที่แข็งแรงขนาดนั้น ยิ่งไปกว่านั้นเอลิซาตอนนี้บาดเจ็บไม่เบา อ่อนแอมาก
“ระวัง” ลิลิธตะโกนเสียงดังทันใด ก่อนจะพุ่งมาหาจ้าวอู่เจียง
จากพุ่มไม้ดงดิบโดยรอบ มีเสียงเสียดสีของสิ่งที่กำลังคลานเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วจากทุกทิศทาง ราวกับสัตว์ร้ายที่กระหายเลือดกำลังตามร่องรอยเลือดมา
ในอีกขณะถัดไป พุ่มไม้โผล่ออกมาเป็นลูกตาสีเขียวอมเทาดวงแล้วดวงเล่า จ้องมองสามคนด้วยความดุร้าย
จ้าวอู่เจียงกำมือขวาแน่นลงอย่างแรง ฟากฟ้าแลบผ่านสายฟ้าสีน้ำเงินอมขาวหนาใหญ่ ฟาดลงมา ถูกเขาคว้าไว้ในมือ มือของเขาเต็มไปด้วยฟ้าผ่าที่ดังเสียงเสียดแหลม ราวกับเทพเจ้าสายฟ้าเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ เหลือบมองไปรอบ ๆ พุ่มไม้ด้วยสายตาเย็นชา ข่มขวัญพวกภัยคุกคาม
ดวงตาสีเขียวอมเทาคู่แล้วคู่เล่าสะดุดเฉียบพลัน หลังจากนั้นรีบหดกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว เสียงกรอบแกรบดังขึ้นอีกครั้ง ห่างไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนหายไป
ลิลิธเหลือบมองจ้าวอู่เจียงที่หล่อเหลาไร้ผู้ใดเทียบเทียม เธอเลียเขี้ยวเล็กสองซี่ด้วยลิ้นสีแดงในริมฝีปากชุ่มชื้นของเธอ ไม่หวงแหนคำชมเชย
“มีพลังมาก เห็นได้ว่าตอนนี้นายแข็งแกร่งมาก”
จ้าวอู่เจียงยิ่งแข็งแกร่ง เธอยิ่งตื่นเต้น เพราะจ้าวอู่เจียงยิ่งแข็งแกร่งยิ่งช่วยเธอได้มากขึ้น!
เธอพยายามอ่านเสียงในใจของจ้าวอู่เจียง แต่กลับพบว่าจ้าวอู่เจียงเหมือนกับตอนที่เธอพยายามอ่านเสียงในใจของเจ้าแห่งการพนัน ไม่ได้ข้อมูลใด ๆ เลย
นั่นก็คือ ความแข็งแกร่งของจ้าวอู่เจียงแซงหน้าเธอไปประมาณหนึ่งระดับใหญ่แล้ว เว้นแต่เธอจะเลื่อนระดับไปถึงขั้นที่เก้า จึงจะมีโอกาสอ่านเสียงในใจของจ้าวอู่เจียงต่อไปได้
“ขอบคุณ เธอก็สายตาดีมาก” จ้าวอู่เจียงตอบกลับประโยคหนึ่งอย่างถ่อมตนและสุภาพมาก
“…” เอลิซาหุบปากแน่น พยักหน้า คิดในใจว่าจ้าวอู่เจียงแข็งแรงขึ้นแล้ว แต่ก็ยังหลงตัวเองเหมือนเดิม
จ้าวอู่เจียงผายมือข้างหนึ่งโอบเอวของเอลิซา อีกมือหนึ่งโอบโค้งขาของเอลิซาอุ้มตัวเอลิซาขึ้น ปลายเท้าของเขาพุ่งไปอย่างรวดเร็ว เริ่มสำรวจในพงไม้และป่าไม้
ลิลิธไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เธอยืมพลังของเทพเจ้าแห่งแสงสว่าง ตามทันก้าวของจ้าวอู่เจียงได้ ตอนนี้ในที่สุดก็ได้พบจ้าวอู่เจียงแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาไปหา พอดีใช้โอกาสที่จ้าวอู่เจียงอยู่ มาให้จ้าวอู่เจียงช่วยกำจัดภัยร้ายแรงของเธอ
เอลิซาใบหน้าซีดเผือด ดวงตาสวยงามจ้องมองไปที่จ้าวอู่เจียงอย่างเงียบ ๆ น้ำฝนซึมเปียกเสื้อผ้าของเธอ ความหนาวเย็นซึมเข้ากระดูก เธออดไม่ได้ที่จะเอาแก้มแนบเข้ากับอกของจ้าวอู่เจียง สัมผัสกับความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาก่อน
เมื่อมองจากมุมนี้ จ้าวอู่เจียงก็ไม่ได้หล่อมากนัก…เธอพูดในใจ ไม่หล่อเท่ากับจ้าวอู่เจียงในคืนนั้นวันนั้นเวลานั้น
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ทั้งเย้ายวนทั้งชั่วร้าย เหมือนปีศาจที่ล่อลวงชาวโลก