ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1882 เธอคงจะได้บอกรักเขาไว้ตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว
- Home
- ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า
- บทที่ 1882 เธอคงจะได้บอกรักเขาไว้ตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว
บทที่ 1882 เธอคงจะได้บอกรักเขาไว้ตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว
‘เปรี้ยง!’
เสียงฟ้าร้องดังสนั่นขึ้นบนท้องฟ้าสีดำมืด ฟ้าผ่าประกายวาบส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้าและพื้นดิน
เพียงชั่วขณะเดียว
ในชั่วขณะนั้น ใช้เสียงฟ้าร้องเป็นฉากบัง เซวียนหยวนจิ้งก็เหนี่ยวไกปืน กระสุนเหมือนเส้นน้ำโปร่งใส แทบมองไม่เห็นร่องรอย เหมือนหยดฝนหยดหนึ่ง แทงผ่านพุ่มไม้หนาแน่น พุ่งตรงไปยังจ้าวอู่เจียง
ก็ในชั่วขณะเดียวกันนั้น ที่ทางไกลจ้าวอู่เจียงผู้ซึ่งถักเสร็จหมวกกุยเล้ยและชุดกันฝนแล้ว กำลังถักรองเท้าฟางให้ตัวเอง ดูเหมือนจะรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง ชะงักแล้วเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว
แสงฟ้าผ่าส่องสว่างไปทั่วสี่ทิศในชั่วขณะนั้น เขามองผ่านช่องว่างของพุ่มไม้หนาแน่น แลเห็นที่ตรงซึ่งเขารู้สึกได้ถึง
แค่นึกเดียวก็ยาวนานเสมือนหมื่นปี แค่นึกเดียวก็ทำให้หัวใจสั่น แค่นึกเดียวก็ทำให้หัวใจตื่นตระหนก แค่นึกเดียวก็ทำให้ร่างกายแข็งทื่อ
เขามองเห็นเงาร่างที่แสนเลื่อนไหลท่ามกลางเงาต้นไม้ทางไกล มีเงาร่างหนึ่งที่ทำให้จิตใจเขาสั่นสะเทือน
ชุดกระโปรงยาวครึ่งแข้งสีน้ำตาลทองโบราณ มือและเท้าล้วนมีก้อนโลหะสีดำสนิท
ส่วนใบหน้านั้น คือรูปโฉมที่เขาฝันถึงโหยหา
“จิ้งเอ๋อร์หรือ?” ดวงตาของเขาสั่นระริก พึมพำในปาก ในพริบตาถัดมา แสงสว่างบนท้องฟ้าค่อย ๆ มอดลง ท้องฟ้าและพื้นดินกลับมืดมิดอีกครั้ง ฝนตกหนักปะทะพื้นดินดังแปะ ๆ
‘ปาบ!’ ร่างกายของจ้าวอู่เจียงแข็งทื่ออีกครั้ง ราวกับถูกฟ้าผ่า เขาบีบหน้าอกของตัวเองแน่น บริเวณนั้นยุบตัวลงเป็นหลุมเล็ก ๆ มีเลือดค่อย ๆ ไหลออกมา
เขากัดฟันพุ่งตัวไปทางทิศทางของจิ้งเอ๋อร์ ก้าวไปได้ถึงสามก้าวติดต่อกัน ทุก ๆ ก้าวที่เขาก้าวออกไป พลังอันหนักอึ้งก็แผ่ขยายออกมาภายในร่างกาย ทำให้ร่างกายของเขาอ่อนแรง แต่ละก้าวราวกับมีของหนักลากอยู่ข้างหลัง
เมื่อก้าวที่สามจบลง พลังภายในร่างกายของเขาก็เหมือนจะหลับใหลไป ไม่สามารถรวบรวมได้แม้แต่น้อย เขาเดินโซเซก้าวหนึ่ง ทรุดเข่าข้างหนึ่งลง โคลนน้ำกระเด็นใส่แก้มของเขา เย็นเฉียบจนถึงกระดูก
เขาก้มหัวลง ผมขาวปล่อยยุ่ง หยดฝนเม็ดเท่าเมล็ดถั่วเหลืองตกปะทะเสื้อกันฝนของเขาดังแปะ ๆ
เขาหมดลมหายใจแล้ว
ไม่นานนัก รอบ ๆ เกิดเสียงกรอบแกรบดังขึ้น แสงสีเขียวอมดำของนัยน์ตาเคลื่อนเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วในป่า กิ้งก่าออกมาปรากฏตัวรอบ ๆ จ้าวอู่เจียงที่ทรุดเข่าข้างหนึ่งและหมดลมหายใจแล้ว
พวกกิ้งก่าต้องการกินกลืนเลือดเนื้อของจ้าวอู่เจียง แต่ความโลภของมันยังไม่ทันได้บานสะพรั่ง กระบองยาวที่ประกอบด้วยโลหะสีดำมืดก็ตกลงบนพื้นโคลนข้างหลังจ้าวอู่เจียง พลังสายฟ้าผ่าสะบัดกิ้งก่าทั้งหมดออกไป
พวกกิ้งก่าหนีตื่นตูม
เซวียนหยวนจิ้งเหยียบโคลนน้ำค่อย ๆ เดินเข้ามาข้างจ้าวอู่เจียง
กระบองยาวส่งเสียงหึ่ง ๆ แยกกลับเป็นแผ่นโลหะสีดำมืด แต่ละชิ้นโคจรรอบตัวเซวียนหยวนจิ้ง ใบหน้างดงามราวภาพวาดของเธอขมวดคิ้ว สังเกตดูจ้าวอู่เจียงที่หมดลมหายใจแล้ว
เธอมีความรู้สึกแปลก ๆ ราวกับเธอเคยได้ยินเนื้อเพลงที่สาวน้อยผู้ใต้บังคับบัญชาจากหน่วยงานราชการมักชอบฮัมเบา ๆ ในที่ลับตา
“ฉันแน่ใจว่า เมื่อหลายร้อยปีก่อน ฉันเคยบอกรักคุณแล้ว…” ในตอนนี้เธอรู้สึกว่า เธอต้องเคยพบชายคนนี้ที่ชื่อว่าจ้าวอู่เจียงมาก่อนที่ไหนสักแห่งแน่ ๆ
แต่เธอนึกไม่ออก เธอจำอะไรไม่ได้เลย
สายฝนเปียกผมดำยาวสยายของเธอ เธอยืนอยู่ข้าง ๆ จ้าวอู่เจียง มองลงมาจากเบื้องบน รู้สึกคุ้นเคยเหมือนเคยพบกันมาก่อน
ผ่านไปพักใหญ่ เธอหยิบหมวกกุยเล้ยที่ตกอยู่บนพื้นดินเปียกโคลนข้าง ๆ ขึ้นมา สวมหมวกกุยเล้ยให้กับชายผมขาวคนนี้ บังฝนให้
เธอไม่ได้หยุดยืนนานนัก เธอมองจุดสีเขียวของผู้เข้าแข่งขันที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ภูเขาไฟในฝ่ามือสักครู่ จากนั้นก็เหยียบแท่งโลหะสีดำเข้มบินพรวดออกไป
จ้าวอู่เจียงยังคงคุกเข่าข้างเดียวนิ่ง ๆ ก้มหน้าลง สวมหมวกกุยเล้ยอยู่ ฝนในราตรีเหมือนฟ้าผ่า ตกลงมาบนเสื้อกันฝนและหมวกกุยเล้ยส่งเสียงกระทบดังปี๊บป๊าบ
เขาที่หมดลมหายใจไปแล้ว ลืมตาขึ้นมา
ตรงหน้าคือห้องนอนในตำหนักหย่างซิน
เขาดูเหมือนสายลมยามราตรี เบา ๆ ตามชายที่ถือโคมไฟคนหนึ่งเข้าไปในห้อง
เขารู้จักชายคนนั้น ชื่อว่าจ้าวอู่เจียง
เขาเห็นจ้าวอู่เจียงเดินเข้าไปหาเซวียนหยวนจิ้ง ทั้งสองพิงพาอาศัยกัน กระซิบพูดเบา ๆ
เขาไม่รู้ว่าจ้าวอู่เจียงพูดอะไร เขาเห็นเซวียนหยวนจิ้งซบหน้าอยู่ในอ้อมอกของจ้าวอู่เจียง แววตาอ่อนโยนดุจสายน้ำ ถอดวางความสง่างามแห่งจักรพรรดิลง เขาตั้งใจจะไม่รบกวนความงดงามและความสงบของสองคน แต่ก็ไม่อาจห้ามใจตัวเองไม่ให้เข้าไปใกล้กว่าเดิม
สายลมยามค่ำคืนพัดมากระทบตา เขาได้ยินเซวียนหยวนจิ้งประคองแก้มของจ้าวอู่เจียงไว้ แล้วเอ่ยปากอย่างอ่อนโยน
“ไม่ว่าเมื่อใด ไม่ว่าที่ใดก็ตาม ข้าเซวียนหยวนจิ้งจะรักเจ้าจ้าวอู่เจียงตลอดไป…”
เขาสะดุ้งเฮือก จ้าวอู่เจียง? เขาคือจ้าวอู่เจียง
จิ้งเอ๋อร์?
เขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ฉากหน้าตาเป็นม่านฝนตกโปรยปราย สายน้ำฝนไหลซึมตามขอบหมวกกุยเล้ย หยดลงมาเชื่อมต่อกันเป็นเส้นด้าย
เม็ดฝนใหญ่เท่าเมล็ดถั่วตกกระหน่ำลงบนพื้นดินโคลนเหลือง โคลนน้ำกระเด็นเปื้อนตัวเขาจนเขาเต็มไปด้วยโคลน
เขายื่นมือไปจับหน่าอกของตัวเอง รูแผลเลือดนั้นเยียวยาตัวแล้ว ราวกับไม่เคยปรากฏขึ้นมาเลย
ภายในร่างกายของเขาเกิดความอ่อนระทวย เหมือนพลังกำลังค่อย ๆ ฟื้นคืนชีพขึ้นมา
เขาเกาะพื้นดินพยุงตัวลุกขึ้น มองไปรอบ ๆ ด้วยความเหงาหงอยที่บรรยายไม่ออก
ทุกอย่างเป็นเพียงภาพลวงตาหรือ?
เขาถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย ดวงตาเหลือบไป แล้วจับจ้องมั่น เหลือบไปยังหลุมโคลนที่พื้นด้านหลังที่ยังไม่ถูกโคลนเหลวเติมเต็ม