ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1891 ทะเลสาบ น้ำแห่งห้าธาตุ
บทที่ 1891 ทะเลสาบ น้ำแห่งห้าธาตุ
นี่ดูเหมือนจะเป็นฝนตกหนักที่ต้องการจะท่วมท้นสรรพสิ่งทั้งปวง
เมื่อไม่มีต้นไม้โบราณสูงตระหง่านและพืชพรรณขนาดใหญ่มาบดบัง ผ่านพ้นเนินเขาไฟแล้ว ผู้เข้าแข่งขันจำนวนมากที่กำลังจะขึ้นไปถึงยอดเขาได้สัมผัสถึงความโหดร้ายและแปลกประหลาดของฝนตกหนัก
เม็ดฝนที่มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับหมัดโถมตกจากฟ้า
หากไม่ใช่เพราะคนที่อยู่ ณ ที่นั่นล้วนเป็นผู้เข้มแข็งที่มีพลังแข็งแกร่ง หากเป็นคนธรรมดาอยู่ที่นี่คงจะถูกน้ำฝนทุบจนเป็นลมหรือตายไปแล้ว
แต่แม้แต่พวกเขาก็ยากที่จะปิดกั้นพลังแห่งการทำลายล้างในน้ำฝนได้อย่างสมบูรณ์
พวกผู้บำเพ็ญโบราณจากสายตระกูลตะวันออกต้องใช้พลังการบำเพ็ญมาสร้างเกราะป้องกันตัวเองอยู่ตลอดเวลา
ส่วนพวกผู้วิวัฒนาการและผู้ใช้กลไกก็ต้องใช้พลังพิเศษอันทรงพลังหรือชุดเกราะเพื่อต้านทานพลังแห่งการทำลายล้างในน้ำฝน
ส่วนผู้ที่มีสายเลือดของเทพเจ้า แม้จะเจ็บปวดใจสักเพียงใด ก็ต้องเผาไหม้พลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อต้านทาน
ทุกคนกำลังสิ้นเปลืองพลังของตัวเองอยู่ตลอดเวลา อ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า
เพราะเหตุนี้ทุกคนจึงต้องระวังคนอื่น ๆ คงไว้ซึ่งความตื่นตัว และไม่ยอมลงมือเพื่อสิ้นเปลืองพลังของตัวเอง
นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวนับตั้งแต่เข้ามาในดินแดนลึกลับเหล่านี้ต่อเนื่องกัน หมี่รื่อซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สืบสายเลือดของจู้หรงยืนอยู่ที่ขอบปากปล่องภูเขาไฟ ทั้งตัวลุกโชนด้วยเปลวเพลิง เขาจ้องมองไปยังทะเลสาบอันกว้างใหญ่ไพศาลภายในปากปล็องภูเขาไฟ แววตาเขียวขรึม
“ต่งต่ง นี่น่าจะเป็นพื้นที่อีกส่วนหนึ่งใช่ไหม น้ำแห่งห้าธาตุ?”
“นายมองเห็นว่ามีอะไรบนเกาะเหล่านั้นบ้างไหม” ต่งอวี๋เกอกางร่มบังฝนให้ตัวเองและเฉาถงถง เสียงน้ำฝนตกกระหน่ำลงบนผิวร่มอย่างดังสนั่น เขาชี้ไปยังเกาะทั้งเจ็ดที่อยู่ตรงกลางทะเลสาบ
เนื่องจากฝนตกหนักราวกับหลั่งจากฟากฟ้า หมอกน้ำลอยฟุ้งไปทั่ว สายตาของเขาจึงไม่สามารถทะลุผ่านหมอกน้ำไปมองเห็นว่ามีอะไรบนเกาะได้
จี่จ้าวซิ่งและอวิ๋นถูที่อยู่ข้างกายขมวดตาเล็กน้อย จ้องมองไปยังหมู่เกาะเช่นกัน
หมี่รื่อลืมตาเปล่งประกายแสง ดุจดวงตาไฟสีทอง ลูกตาทั้งสองข้างแดงก่ำขึ้นในขณะนี้ จ้องมองไปยังเกาะทั้งเจ็ดตรงกลางทะเลสาบใหญ่ในปากปล็องภูเขาไฟ
“ต้นไม้ หญ้า กระท่อม กระบี่ มีสีขาวและสีเหลืองเป็นหลัก
อาจจะเป็นต้นไม้แห้งตาย หญ้าแห้ง กระท่อมหญ้า ส่วนกระบี่นั้นมองไม่ค่อยชัด อาจจะไม่ใช่กระบี่เลยก็ได้ อาจเป็นไม้ท่อนหรือกิ่งไม้ที่ปักลงไปในพื้น…”
“ถ้าดูจากลำดับพื้นที่ที่เราข้ามผ่านมา ขั้นตอนต่อไปเราน่าจะต้องข้ามทะเลสาบนี้แล้วขึ้นไปบนเกาะ สีขาวและสีเหลืองอาจเป็นทองแห่งห้าธาตุ” ต่งอวี๋เกอขมวดคิ้ว ในมือของเขาปรากฏหนังสือเย็บเล่มที่ชำรุดทรุดโทรมเล่มหนึ่งขึ้นมา เริ่มพลิกหน้าไปเองโดยอัตโนมัติ แววตาของเขาเคลื่อนไปตามหน้าหนังสือ
“จี่จ้าวซิ่งกับอวิ๋นถูไม่ควรลงมือก่อนเด็ดขาด หมี่รื่อ นายลงไปสำรวจดู…”
“อือ” หมี่รื่อบิดคอไปมา ผมสีแดงเพลิงทั้งศีรษะพลิ้วไหว เขากระโดดลงไปเบา ๆ ตกลงมายังผนังด้านในของปากปล็องภูเขาไฟ วิ่งไปตามผนังที่เอียงชันลงสู่ทะเลสาบนั้น
“พี่ดวงอาทิตย์ ระวังตัวด้วยนะคะ” เฉาถงถงมีแววกังวลในดวงตา
จี่จ้าวซิ่งเอามือเล็ก ๆ ทั้งสองไขว้หลังหลัง “ฮะ ๆ หมี่รื่อลำบากแล้วนะ พวกเราเป็นพี่น้องกันเอง ฉันจะไม่พูดเยินยอกันมากจนเกินไป”
ชุดเครื่องแบบของอวิ๋นถูเปียกโชกจนเสื้อติดแนบกับผิวขาวของเธอ เห็นรอยขอบชุดชั้นในสีดำเด่นชัด เธอกอดอกแขนอยู่โดยไม่พูดอะไร
ตั้งแต่ครั้งที่ถูกหมี่รื่อ ต่งอวี๋เกอ และคนอื่น ๆ ‘ชักชวน’ ไปแล้ว เธอก็ยังคงไตร่ตรองอยู่ว่าตัวเองไม่เก่งคิดหรือความคิดเรียบง่ายเกินไปจริง ๆ หรือเปล่า
รอบ ๆ มีเสียงเหยียบทรายและหินอยู่ตลอด คาดว่าผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ก็ขึ้นมาถึงยอดเขาพอดี กำลังเฝ้าดูอยู่
หมี่รื่อท่ามกลางสายฝนตอนกลางคืนกลายเป็นเงาสีแดงก่ำวิ่งพรวดพราดไปยังทะเลสาบภายในปล่องภูเขาไฟอย่างรวดเร็ว ไม่นานเขาก็มาถึงขอบทะเลสาบ ก่อนที่จะเหยียบเข้าไปในทะเลสาบได้ร่างของเขาแข็งทื่อ
ทะเลสาบใหญ่โตมีหมอกน้ำลอยอยู่ ดูเหมือนไม่มีอะไรแปลกพิเศษ แต่ดูเหมือนจะมีกำแพงมองไม่เห็นคลุมทะเลสาบทั้งหมด ห้ามคนอื่นเข้าไป
เขาลองหลายทิศทางแต่ก็ไม่สามารถเหยียบเข้าไปในทะเลสาบได้
เขาขมวดคิ้วสีแดงก่ำ หันกลับไปโบกมือให้ต่งอวี๋เกอและคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่บนขอบปล่องภูเขาไฟสูง บอกว่าไม่ได้ผล
ในความมืดมีเสียงสงสัยมาจากทุกทิศทาง ยังไม่มีใครกล้าเคลื่อนไหว เวลานี้ฝนตกหนักมาก แต่โชคดีที่มือยักษ์สามนิ้วลึกลับนั้นยังไม่ปรากฏตัว
ต่งอวี๋เกอหรี่ตามอง แลไปที่ท้องฟ้ามืดมน บนท้องฟ้ามีจุดสว่าง ๆ สลัว ๆ เป็นกลุ่ม ๆ ดูเหมือนจะซ่อนอยู่ในชั้นเมฆบนม่านฟ้า
เขาก้มหน้าลงพลิกดูหนังสือเก่าคราบเก่าแก่ในมืออีกครั้ง แววตามองยิ่งหนักขึ้นเรื่อย ๆ
“ต่งต่งดูสิ!” เฉาถงถงตกใจร้องออกมาทันที ผู้เข้าแข่งขันที่แอบซ่อนตัวอยู่โดยรอบทั้งสี่ทิศก็ปล่อยเสียงอุทานออกมาเป็นระลอก ๆ
เห็นเซวียนหยวนจิ้งเหยียบแผ่นโลหะสีดำลึกลับ โฉบลงมาอย่างตรงไปตรงมา ทะลุผ่านเกราะกำแพงที่มองไม่เห็นเข้าไปในพื้นที่ของทะเลสาบ จากนั้นเหยียบคลื่นไปข้างหน้า พุ่งตรงไปยังเกาะทั้งเจ็ดที่อยู่กลางทะเลสาบ
หมี่รื่ออ้าปากค้าง ยิ่งรู้สึกสงสัยมากขึ้น เขาคำรามออกมาด้วยความโกรธ พยายามพุ่งตัวเข้าไปในดินแดนของทะเลสาบ แต่เขากลับชนเข้ากับเกราะกำแพงที่มองไม่เห็น โซเซถอยหลังไปสองสามก้าว เขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจและความสงสัย
เซวียนหยวนจิ้งก้าวข้ามไปได้โดยตรง ทำไมเขาถึงทำไม่ได้?