ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2028 ผู้ที่ย้อนเวลามาและลืมเลือนตัวตน
จ้าวอู่เจียงพูดไม่ออก ในใจเริ่มเดือดพล่าน เขามีความรู้สึกที่
บรรยายไม่ถูก ทั้งสมเพช ทั้งนึกขำ แต่ขณะเดียวกันก็เปี่ยมไปด้วย ความรู้สึกไร้กำลัง
เขาถามด้วยน ้าเสียงสั่นเครือ
“สรุปคือเราจะแค่นั่งดูอยู่เฉย ๆ ปล่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ก้าวเดิน ไปหาความตายโดยที่พวกเขาไม่รู้อะไรเลยอย่างนั้นเหรอ? พวกเขา ยังนึกว่าทั้งหมดนี้คือความอำมหิตของพวกมรรคาตะวันตกที่ไร้ซึ่ง มนุษยธรรม แต่กลับไม่รู้เลยว่าความจริงแล้ว… ฝั่งมรรคาตะวันออก ของเราเองนี่แหละที่เป็นคนผลักไสพวกเขาไป?”
“ใช่แล้ว” เฟิงฉางอี้ไม่ได้ปฏิเสธ แววตาของเขาดูมั่นคงล ้าลึก “ลูกรัก… นี่คือการเสียสละที่จำเป็น”
“ทำไมเราไม่หาทางนำพาพวกเขาไปสู่รอดชีวิตด้วยกันล่ะ?” จ้าว อู่เจียงเพ่งมองตรงไป นัยน์ตาสีดำสนิทนั้นมีแสงสว่างสลัวที่ดูเปี่ยมไป ด้วยความหวัง “บางที… เราอาจจะยังมีวิธีอื่น”
“มันไม่ทันเวลาแล้ว…” เฟิงฉางอี้ยิ้มอย่างเมตตา “เจ้าตกลงกับ เทวทูตแปดปีกไปแล้วไม่ใช่หรือ? ทำไมพวกตะวันตกถึงต้องรีบร้อน กันนักล่ะ? ก็เพราะพวกนั้นต้องการปลุกพลังของเหล่าสิบสอง มหาเทพให้ฟื้นตื่นโดยเร็วที่สุด เพื่อจะใช้พละกำลังนั้นต้านทานความ
เกรี้ยวกราดของเจตจำนงแห่งจักรวาลที่กำลังคืบคลานเข้ามาเพื่อเอา ตัวรอด
นั่นคือเส้นทางที่พวกเขาเลือก ส่วนเส้นทางของเราคือการทำให้ อารยธรรมแห่งมรรคาตะวันออกสืบทอดต่อไปได้ เราจึงจำเป็นต้องมี การสร้างเทพ! เราต้องสร้างเทพที่แท้จริงขึ้นมาให้ได้!
เทพเจ้าที่ทรงพลังพอจะนำพาอารยธรรมของเราให้อยู่รอดได้ เหมือนอย่างใต้เท้าจาง! คุณเคยอ่านตำนานเทพปกรณัมบ้างไหม? คนรุ่นใหม่หลายคนมองว่าตำนานพวกนั้นไกลตัวจนเกินไป หรือ อาจจะบอกว่าข้อมูลมันขาดตอนจนดูไม่น่าเชื่อถือ ทว่าสาเหตุที่มัน ขาดตอนไป นั่นเป็นเพราะมันเคยผ่านกระบวนการลบทำลายล้าง มาแล้วต่างหาก
อย่างเช่นผู้สืบทอดเทพเพลิง บรรพบุรุษของพวกเขาน่ะไม่ได้มา จากยุคสมัยนี้หรอกนะ! ทว่าผู้คนกลับคิดว่าตำนานเทพเพลิงเกิดขึ้น ในยุคสมัยที่แปดนี้เอง ซึ่งความจริงแล้วมันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นนาน แสนนานมาแล้ว
ทั้งยุคที่องค์มนุษย์จักรพรรดิปราบสัตว์ร้าย หรือยุคแห่งทวยเทพ? หากในวันข้างหน้าที่ยุคสมัยที่แปดล่มสลายลง จนเหลือเพียงร่องรอย ให้คนในยุคสมัยที่เก้าได้รับรู้ พวกเขาเหล่านั้นก็จะคิดว่าสิ่งนี้เป็น เพียงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายพันปีก่อนหรือหมื่นปีก่อนเท่านั้น ทั้งที่
ความจริงแล้วมันยาวนานเสียจนพวกเขาไม่อาจจินตนาการถึงได้เลย
พวกเขาอาจจะไม่อาจหาทางตามหาสถานที่ที่บรรยายไว้ใน บันทึกพงศาวดารบนดาวดวงที่เขาสถิตอยู่ได้พบ แต่เรื่องพวกนั้นมัน ไม่สำคัญหรอก ขอเพียงแค่มันยังมีการสืบทอดต่อไป มีคนรุ่นหลังได้ รับรู้ และมีจิตใจอยากที่จะขุดคุ้ยหาความจริง เพียงแค่นั้นมันก็ถือว่า เพียงพอสำหรับพวกเราแล้ว
ความตายไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยนะคุณควรจะเข้าใจเรื่องนี้ แต่การ สูญสิ้นอารยธรรมและมรรคาต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่ที่สุด เราจะ ปล่อยให้มรรคาตะวันออกต้องพินาศลงในยุคมือของพวกเราไม่ได้ ไม่ว่าจะยังไง เราก็ต้องส่งผ่านเปลวเพลิงแห่งอารยธรรมนี้ไปยังยุค สมัยที่เก้าให้จงได้! แม้ว่าในการทำเช่นนั้น จะต้องแลกมาด้วยการ เสียสละของผู้คนส่วนใหญ่ก็ตาม!”
จ้าวอู่เจียงโต้ตอบอะไรไม่ได้เลย เฟิงฉางอี้ยิ่งพูดยิ่งใส่อารมณ์ และความแน่วแน่เด็ดเดี่ยวมากขึ้น มันเป็นความมั่นคงที่ดูน่ากลัวเสีย จนจ้าวอู่เจียงรู้สึกได้ว่า หากตัวเขายอมแสดงอาการต่อต้าน หรือมี ใครหน้าไหนกล้าเข้ามาขวางแผนการที่เต็มไปด้วยการเสียสละเพื่อ การสืบทอดมรรคาในครั้งนี้ เฟิงฉางอี้คงพร้อมที่จะสังหารทิ้งอย่างไร้ เยื่อใยเป็นแน่
ผ่านไปครู่ใหญ่ เฟิงฉางอี้จึงค่อย ๆ ระบายลมหายใจออกมา รอยยิ้มกลับมาดูอ่อนโยนและเมตตาอีกครั้ง
“ลูกรัก… คำพยากรณ์อันดับสามสิบสาม เทียนซานตุ้น ความหมายที่ว่า ‘คนพาลมีอำนาจเหนือแสงสว่าง’ น่ะ ความจริงแล้ว
‘คนพาล’ ในที่นี้ก็คือพวกตาแก่ห่วย ๆ อย่างผมและเซวียนหยวนซวิ่น นี่แหละ พวกเราน่ะไม่ใช่ผู้อาวุโสหรอก แต่คือคนชั่วขนานแท้เลย
ส่วนเรื่องวิญญูชนต้องหลีกเร้นรักษากาย ก็หมายถึงพวกคุณซึ่ง เป็นคนรุ่นหลังยังไงล่ะ คุณคือประกายไฟแห่งความหวังที่รอดชีวิตมา จากการเสียสละในครั้งนี้ คุณต้องรักษากายให้พ้นภัย รอคอยโอกาส ที่จะกอบกู้โลก และต้องอย่าลืมภารกิจที่แบกรับเอาไว้ จงอย่าลืมเลือน ว่าคนมากมายเสียสละไปเพื่ออะไร และทำภารกิจสุดท้ายให้ลุล่วง
เรื่องชั่วช้าเลวทรามให้พวกผมเป็นคนลงมือเอง ส่วนตัวคุณน่ะ ต้องซ่อนตัวอยู่ในเงามืด คอยจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้เรียบร้อย ในเมื่อ ตัวคุณเองมีความสมบูรณ์แบบไร้รอยปริสถิตอยู่อย่างครบถ้วนแล้ว…
เมื่อกี้ทำไมผมถึงให้คุณตรวจชีพจรตัวเอง? นั่นก็เพราะผม อยากจะเตือนให้คุณหัดสังเกตสภาพร่างกายตัวเองบ่อย ๆ ลองดูว่า ทำไมร่างกายของคุณถึงไม่ถูกกัดกินโดยน ้ายาวิวัฒนาการ จงหา สาเหตุนั้นให้เจอ
หลังจากนี้คุณต้องออกไปค้นหาเหล่าผู้รอดชีวิต พยายามดึงตัว พวกเขาเข้าหาตัว ทำการศึกษาและวิเคราะห์สภาวะร่างกายพวกเขา ดู เพื่อค้นหาว่าเพราะอะไรพวกเขาถึงรอดมาได้ และค้นหาความ สมบูรณ์แบบในตัวของพวกเขาออกมา เพื่อที่จะนำไปสรุปเป็นรหัส ลับในการสร้างเทพ เพื่อที่พวกเราจะได้นำพาอารยธรรมก้าวข้าม ผ่านไปยังยุคสมัยที่เก้าด้วยกันยังไงล่ะ”
จ้าวอู่เจียงสูดลมหายใจเข้าลึก และถามถึงข้อสงสัยที่เป็นคำถาม ใหญ่ของชีวิตเขาออกมา
“แล้วทำไมถึงต้องเป็นผมอีกล่ะ?”
“เพราะอะไรน่ะหรือ?” เฟิงฉางอี้ยิ้มละมุนและเอ่ยขึ้นอย่างลึกซึ้ง
“คุณไม่เคยฉุกคิดบ้างเลยเหรอว่าตัวเองมาที่โลกนี้ทำไม? บางที คุณอาจจะมาพร้อมกับภารกิจตั้งแต่แรกแล้วก็ได้ คุณต้องมีเหตุผล สำคัญที่ต้องย้อนมาอย่างแน่นอน ถึงได้ย้อนเวลามาจากยุคสมัยที่เก้า เพื่อกลับมายังยุคสมัยที่แปดที่ถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องล่มสลายแห่ง นี้!
บางทีคุณอาจจะหลงลืมเหตุผลเหล่านั้นไปแล้ว แต่ลักษณะพิเศษ ในตัวของคุณบอกพวกเราว่า คุณคือคนที่พวกเราตามหา และคือ หนึ่งในบรรดาบุคคลที่เราเลือกมาเพื่อจะทำการสร้างเทพนั่นเอง!”
“เหตุผลที่ผมมาที่โลกนี้น่ะเหรอ?” แววตาของจ้าวอู่เจียงสั่นไหว อย่างรุนแรง
“เหตุผลที่ผมเป็นผู้ที่ย้อนเวลามาจากยุคสมัยที่เก้าสู่ยุคสมัยที่
แปดอย่างนั้นเหรอ? ผม… มาที่นี่ทำไมกันแน่?”
“อย่าโทษพวกเราเลยที่ถือวิสาสะวางภารกิจเหล่านี้ให้คุณ”
เฟิงฉางอี้ถอนหายใจ
“คุณต้องรีบใช้เวลาที่มีอยู่นี้ศึกษายาแก้พิษของน ้ายา วิวัฒนาการออกมาให้ได้ ซึ่งนั่นก็น่าจะทำให้ค้นพบ ‘ส่วนพร่อง’ บน วิถีแห่งการเติมเต็มไปด้วย จะได้ช่วยชีวิตคนได้มากขึ้นโดยเร็วที่สุด”
จ้าวอู่เจียงยังคงพยายามย่อยเนื้อหาที่ได้รับก่อนหน้านี้ แววตา ของเขาเคร่งขรึมลง
“ผมจำได้ว่าบริษัทหย่งเซิงเทคโนโลยีเหมือนจะมีตัวยาแก้พิษอยู่ ผมเคยได้ยิน A2 พูดถึงมันแบบเลือนรางมาก่อน”
“นั่นไม่ใช่ยาแก้พิษหรอก” เฟิงฉางอี้ส่ายหน้า
“มันเป็นเพียงยาเหลวที่ใช้ต้านทานไวรัสชั่วคราวเท่านั้น สามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่งแต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และระยะเวลาในการป้องกันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล มันมีโอกาสสูง มากที่จะเสื่อมสภาพในเวลาสั้น ๆ แล้วคนคนนั้นก็จะถูกไวรัสกัดกิน อยู่ดี
ยาเหลวที่ใช้ป้องกันตัวนั้นดูเหมือนจะถูกเรียกว่า… S108856”
“ผม…” จ้าวอู่เจียงอ้าปากค้าง หากมันเป็นไปเพื่อค้นหายาแก้พิษ เขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธภารกิจเหล่านี้ได้เลย แต่เขามักจะ รู้สึกติดใจอะไรบางอย่างในใจอยู่ลึก ๆ
ราวกับว่าภาพเหตุการณ์ทั้งหมดในสมองกำลังพยายามเชื่อมต่อ เข้ากับอะไรบางอย่าง เรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดดูเหมือนจะถูกถักทอ
ขึ้นเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ ดูเหมือนเขาใกล้จะเห็นโฉมหน้าที่แท้จริง ของเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ทว่ากลับยังคงมองเห็นไม่ชัดเจนเสียที