ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2056 กู่? โดนหลอกใช้?
เวลาดูเหมือนจะผ่านไปอย่างช้า ๆ แต่ในความเป็นจริงกลับเร็ว ราวกับแสงฟ้าแลบ
เสียงลมหวีดหวิวดังมาจากหลุมใหญ่เหนือศีรษะ กลิ่นอายต่าง ๆ มากมายยิ่งใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ปะปนกันและรุนแรง ดูเหมือนพวกมัน พยายามจะมุดผ่านช่องโหว่เข้ามายังที่พ้นภัยแห่งนี้ เพื่อจัดการกับ ผู้รอดชีวิตทุกคน
จ้าวอู่เจียงยืนอยู่ตรงหน้าเฮอร์เกน ไกส์ แสงสีดำของวิชากลืน นภาเชื่อมต่อระหว่างทั้งสองคน ความหยิ่งผยองที่เฮอร์เกน ไกส์เคยมี ก่อนหน้านี้หายไปไร้ร่องรอย ตอนนี้เขาผอมแห้งอย่างมาก ดูเหมือน แมลงกิ่งไม้ตัวหนึ่ง
“อืม…” เฮอร์เกน ไกส์ในยามใกล้ตาย พยายามเปล่งเสียงออกมา อย่างยากลำบาก มือสั่นเทา ราวกับต้องการเขียนตัวอักษร ‘น่า สังเวช’ ลงบนตัวจ้าวอู่เจียง หรืออาจต้องการทิ้งเครื่องหมายอะไร บางอย่างไว้บนตัวจ้าวอู่เจียงเพื่อให้ตระกูลของเขาแก้แค้นให้
แต่มือที่เขายื่นออกมากลับกลายเป็นเถ้าธุลีในชั่วพริบตา พร้อม กับร่างกายที่พังทลาย กลายเป็นทรายไหลกระจายเต็มพื้น
เพียงไม่กี่ลมหายใจ อัจฉริยะคนหนึ่งจากอำนาจตระกูลสูงศักดิ์
แห่งมรรคาตะวันตก ทายาทคนหนึ่งของเทพเพลิงฮิฟีสตัสแห่งวิหาร
เทพเพลิงในสังกัดสิบสองเทวสถาน ก็ถูกฆ่าตายด้วยน ้ามือของจ้าวอู่ เจียงและซีเหมินฉางชิ่ง
จ้าวอู่เจียงค่อย ๆ พ่นลมสีเทาขุ่นออกมา สายตาเหลือบมองไปที่
หลุมใหญ่เหนือศีรษะ
“ยานี้เป็นไวรัสพันธุกรรมที่ผลิตขึ้นเพื่อมรรคาตะวันตกใช่ไหม?”
“ฝีมือของ A1 สินะ?”
ซีเหมินฉางชิ่งถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเงียบ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่า ระยะห่างระหว่างเขากับจ้าวอู่เจียงปลอดภัย
แม้จ้าวอู่เจียงจะไม่ได้มองมาที่เขา แต่คำพูดชัดเจนว่ากำลังถาม เขา นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงแรงกดดันโดยตรงจากจ้าวอู่เจียง แรง กดดันนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้แข็งแกร่งจากขอบเขตดาราจักรใหญ่เลย
เขาพยักหน้า
“ไวรัสพันธุกรรมของทั้งสามมรรคา ดูเหมือน A1 มีการศึกษา เกี่ยวกับมันอยู่”
จ้าวอู่เจียงมือซ้ายถือปราณกระบี่มือขวาถือสายฟ้า ทั่วร่างถูก พลังปีศาจกลืนกินห่อหุ้ม สายตาเขาเคร่งขรึม
“คุณรู้ไหมว่าเขาต้องการทำอะไรกันแน่?”
“ไม่รู้” ซีเหมินฉางชิ่งส่ายหน้า
“A1 ทำอะไร ไม่เคยอธิบายให้พวกเราฟัง”
“เป็นไปได้ว่าจะมีแค่ A2 เท่านั้นที่รู้สถานการณ์บ้าง…”
“หลายปีมานี้ เท่าที่ฉันรู้ คนที่ใกล้ชิดกับ A1 มากที่สุด มีแค่ A2 กับคนปริศนาอีกคนหนึ่งเท่านั้น”
“บางทีนะ… A1 อาจจะอยากทำลายล้างทุกคน เพื่อเปลี่ยนทั้ง จักรวาลให้กลายเป็นห้องทดลองของเขาก็ได้”
จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว ส่ายหน้า
“ตื้นเกินไป… จุดประสงค์ไม่ควรจะชัดเจนแบบนั้น…”
ซีเหมินฉางชิ่งไม่ได้ตอบอะไรอีก แสงศักดิ์สิทธิ์สีเขียวอมฟ้า ห่อหุ้มทั่วร่าง เขามองดูช่องแตกที่อยู่เหนือศีรษะอย่างเคร่งเครียด
“ครืนครืน…” เสียงประหลาดดังสนั่นตามมา ดูเหมือนกับฝูงหนู จำนวนมหาศาลกำลังวิ่งกรูผ่านท่อส่งอย่างรวดเร็ว
ในชั่วขณะถัดมา เงาดำร่างหนึ่งกระโดดลงมาจากช่องแตก กัด เข้าใส่แสงศักดิ์สิทธิ์ที่ห่อหุ้มตัวซีเหมินฉางชิ่งแล้วถูกผลักออกไป ตก ลงไปไม่ไกล มันลุกขึ้นมาด้วยท่าทางประหลาด มีกลิ่นอายดุร้ายทั่ว ร่าง แล้ววิ่งตรงเข้ามา
รูรั่วตกลงมามีเงาดำมากขึ้น พวกมันส่งเสียงกรีดร้องแหลมและ พุ่งเข้าหาจ้าวอู่เจียงและซีเหมินฉางชิ่งทั้งสองคน
จ้าวอู่เจียงสะบัดปราณกระบี่ในมือซ้าย บดขยี้เงาดำที่เข้ามาใกล้ ให้กลายเป็นชิ้นเนื้อเล็ก ๆ
ชิ้นเนื้อเหล่านี้ไม่มีสีเลือดปกติ แต่กลับมีของเหลวสีดำหนืดไหล ออกมา
สิ่งที่ลงมาจากหลุมใหญ่ที่เสียหายคือผู้ติดเชื้อหลายคน และ ทั้งหมดมีพลังไม่ธรรมดา
ตอนนี้ความมืดมาเยือน พวกมันได้กลิ่นเนื้อสดใหม่จากที่นี่ และ บุกมาเหมือนฝูงตั๊กแตนที่ปกคลุมท้องฟ้า
รอบตัวซีเหมินฉางชิ่งพุ่งออกมาเป็นลำแสงสีเขียวเรืองสว่าง สดใส เขาสาดส่องโจมตีออกไปอย่างไร้ความแตกต่างแบบ 360 องศา ลำแสงเหล่านั้นทะลวงผ่านร่างของเหล่าผู้ติดเชื้อหลายร่าง
จ้าวอู่เจียงใช้พลังดึงเอาเศษเนื้อที่ถูกบดขยี้ชิ้นหนึ่งขึ้นมากลาง อากาศ ในของเหลวสีดำที่เปื้อนอยู่บนเศษเนื้อเหล่านี้ คล้ายกับมี หนอนตัวเล็กจิ๋วจำนวนมหาศาลที่ดูมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ แม้จะหลุด ออกมาจากร่างกายที่สมบูรณ์แล้ว แต่พวกมันก็ยังคงดิ้นพล่านไม่ หยุดหยัด ยั้วเยี้ยหนาแน่นและพยายามจะกัดกินมือของเขา
คล้ายกับกู่อยู่บ้าง… จ้าวอู่เจียงครุ่นคิด ของเหลวสีดำนี้น่าจะเป็น ยาพันธุกรรมที่เปลี่ยนรูปหลังจากแทรกซึมเข้าไปในร่างกายมนุษย์ เหมือนหนอนกู่มันจำแนกยีนในร่างเจ้าบ้าน แล้วทำลายหรือ ครอบครอง
สำหรับผู้ที่แข็งแกร่งเกินไป เป็นภัยคุกคามต่อตัวยาเอง ดังนั้นยา จึงทำลายอย่างบ้าคลั่งทันที แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่สามารถต้านทาน
ได้ ยาจะครอบครองทุกอย่างในร่างกาย เพื่อควบคุมร่างของเจ้าบ้าน หาเนื้อสดใหม่ และขยายพันธุ์
จ้าวอู่เจียงพบว่าการใช้เรื่องหนอนกู่มาอธิบายยาฉีดพันธุกรรม ช่วยให้เขาเข้าใจได้ง่ายขึ้นมาก แม้ว่าอาจจะไม่ถูกต้องแม่นยำร้อย เปอร์เซ็นต์ แต่รูปแบบวิธีการนั้นคล้ายคลึงกันมาก
ตอนนี้ซีเหมินฉางชิ่งกลายเป็นคนเครื่องมือขณะที่จ้าวอู่เจียง กำลังเหม่อลอย เขากลับต้องเป็นฝ่ายบุกตะลุยฆ่าศัตรูอย่างกล้าหาญ จนกลายเป็นตัวตึงที่โดดเด่นที่สุดในค ่าคืนอันมืดมิดของสถานที่หลบ ภัยแห่งนี้ เขาคอยปลดปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์สีเขียวหม่นออกมาอย่าง ต่อเนื่องเพื่อกำจัดเหล่าผู้ติดเชื้อ เพื่อไม่ให้พวกมันไปสร้างความ เดือดร้อนแก่เหล่าผู้รอดชีวิต
ในไม่ช้า ซากศพก็กองเป็นทะเลดำทะมึน แต่ยังมีผู้ติดเชื้อทยอย บุกผ่านช่องโหว่ใหญ่ไม่หยุด เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงตะโกนด้วย ความโกรธ
“จ้าวอู่เจียง!”
จ้าวอู่เจียงทำหน้าไร้เดียงสา
“หืม?”