ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2060 หากสิ่งที่คิดถึงคือสิ่งที่ฝันหา
อวี้เซี่ยวหู่ยืนเฝ้าอยู่นอกกรง เต็มไปด้วยความคาดหวัง
ซีเหมินฉางชิ่งกอดอกยืน เขามีความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับไวรัส พันธุกรรม ก่อนหน้านี้ไวรัสพันธุกรรมที่ใช้จัดการกับเฮอร์เกน ไกส์ผู้ ศักดิ์สิทธิ์แห่งมรรคาตะวันตก ก็เป็นสิ่งที่เขาผลิตขึ้นมาเอง
เพียงแค่เขาแอบชำเลืองดูวิธีการของ A1 เขาก็สามารถ เลียนแบบมันออกมาได้โดยแทบไม่มีความผิดเพี้ยน ซึ่งนั่นพิสูจน์ให้ เห็นถึงพรสวรรค์และความสามารถของเขาได้เป็นอย่างดี
เขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่าทำไมอวี้มู่หว่านถึงสามารถต่อต้านมัน ได้
เป็นไปได้หรือไม่ว่าในร่างกายมียาต้านทาน? แต่ยาต้านทานไม่ สมบูรณ์?
จึงไม่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ และกลายเป็นสภาพอย่างทุก วันนี้?
A1 ผลิตไวรัสพันธุกรรมมากมาย แม้กระทั่งไวรัสพันธุกรรมที่
สามารถทำลายผู้คนจากสายวิชาทั้งสามฝ่ายก็มี เพื่อค้นหายา ต้านทานชนิดนี้หรือ?
ไม่สิ ดูเหมือนว่า A1 น่าจะรู้จักยาต้านทานอยู่แล้ว…
แววตาของซีเหมินฉางชิ่งฉายความเคร่งเครียด การที่จ้าวอู่เจียง ตรวจชีพจรล่าช้าเช่นนี้ ทำให้เขาแทบจะอดใจไม่ไหวที่อยากจะใช้ วิธีการของตัวเองเข้าไปวินิจฉัยอาการของอวี้มู่หว่านเสียเอง
จ้าวอู่เจียงค่อย ๆ ปล่อยมือ
“เป็นยังไงบ้าง?” อวี้เซี่ยวหู่รีบถาม
“รักษาได้” จ้าวอู่เจียงตอบเรียบ ๆ
อวี้เซี่ยวหู่รีบสั่นกรงพลางพูดเสียงสั่นว่า
“จริงเหรอ?”
ซีเหมินฉางชิ่งก็มองไปที่จ้าวอู่เจียงด้วยสีหน้าตกตะลึง คิดหาวิธี ได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า เรื่องนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย ยาต้านทานก็ คือจิ้งเอ๋อร์
จิ้งเอ๋อร์เคยดำดิ่งลงไปในน ้ายาก้าวเดียวถึงเซียน และน ้ายาก้าว เดียวถึงเซียนสามารถต้านทานไวรัสพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับมรรคา ตะวันออกได้เกือบหมด นั่นแสดงว่าจิ้งเอ๋อร์เองก็เป็นหนึ่งในยาแก้พิษ
หรือพูดให้ชัดเจนก็คือ ลมหายใจหรือพันธุกรรมของจิ้งเอ๋อร์เป็น หนึ่งในยาแก้พิษ
ยาแก้พิษอื่น ๆ เช่นหลินหลางหรือผู้คนที่เสียสละตัวเองจากเผ่า โหย่วอวี๋และเผ่าเซวียนหยวน ล้วนเป็นยาแก้พิษทั้งนั้น
หลังจากอวี้มู่หว่านได้รับการติดเชื้อวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์ที่ซ่อน อยู่ในร่างเขาก็ปรากฏตัวขึ้น และช่วยกำจัดพิษของไวรัสพันธุกรรม แต่ไม่ได้กำจัดให้หมดไป จึงทำให้อวี้มู่หว่านอยู่ในสภาพแบบนี้
จ้าวอู่เจียงสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ตอนนี้วิญญาณของจิ้ง เอ๋อร์ที่พักอยู่ชั่วคราวในร่างของอวี้มู่หว่าน รวมกับทั้งหมดที่พักอยู่ใน ร่างของเขา รวมกันเป็นวิญญาณหลักสองดวงที่สมบูรณ์ นั่น หมายความว่าวิญญาณหลักที่หลงเหลืออยู่ภายนอกเหลือเพียงหนึ่ง ดวงเท่านั้น
วิญญาณหลักดวงนี้อยู่ที่ไหน?
ตามหลักเหตุผลแล้ว ดวงวิญญาณหลักที่สมบูรณ์ดวงหนึ่ง ควร จะสามารถจำแลงเป็นรูปลักษณ์มนุษย์และมีสติสัมปชัญญะ เหมือนกับเซวียนหยวนจิ้ง เจ้าหน้าที่ของทางการที่เขาเคยพบก่อน หน้านี้ถึงจะถูก
อยู่ในอาณาเขตพันดาราหรือ?
เขาไม่มีเบาะแสเลยแม้แต่น้อย
แล้ว A1 ล่ะ? ในเมื่อ A1 สามารถสืบค้นร่องรอยดวงวิญญาณ ของจิ้งเอ๋อร์ได้มากมายขนาดนั้น แล้วเขาหาเจอหรือยังว่าดวง วิญญาณหลักดวงสุดท้ายอยู่ที่ไหน?
อีกอย่าง ทำไมเศษวิญญาณที่ไม่สมบูรณ์ในร่างของอวี้มู่หว่าน ถึงไม่ถูก A1 ค้นพบ?
ซ่อนอยู่ลึกเกินไปอย่างนั้นหรือ?
หรือว่านี่เป็นสิ่งที่ A1 ตั้งใจเก็บไว้ให้เขา? รู้ว่าสักวันหนึ่งเขาจะมา ที่นี่ มาพบกับเศษวิญญาณในร่างของอวี้มู่หว่าน?
ทุกอย่างล้วนอยู่ในแผนการของ A1 อย่างนั้นหรือ?
จ้าวอู่เจียงนึกถึงหลายสิ่งในชั่วขณะ ความคิดหนักอึ้ง
เมื่อคิดอย่างละเอียด เรื่องนี้มีความผิดปกติหลายอย่าง
เขานึกถึงซีเหมินฉางชิ่ง
ซีเหมินฉางชิ่งอายุยังไม่มาก ต่างจาก A2 เจี่ยงฟูจิ้น เพราะซีเหมิ นฉางชิ่งมีประวัติบันทึกไว้อย่างชัดเจนและยืนยันได้ว่าเขาเติบโตมา ในสถานสงเคราะห์ ปัจจุบันอายุเพียงยี่สิบต้นๆ หรือไม่เกินสามสิบปี เท่านั้น แล้วเขาขึ้นมาเป็น A3 ได้อย่างไร?
อายุขนาดนี้ ไม่ว่าจะพิจารณาจากพลัง ประสบการณ์ หรือความ จงรักภักดี ซีเหมินฉางชิ่งสามารถโดดเด่นกว่าผู้เก่งกาจมากมายใน หย่งเซิงเทคโนโลยีจนได้เป็น A3 ในระดับสูงสุดได้อย่างไร?
เป็นการแต่งตั้งโดย A1 โดยตรงหรือ?
ทำไม A1 ถึงต้องแต่งตั้งเขา?
ตามอายุของซีเหมินฉางชิ่งการคาดเดาคือบริษัทเทคโนโลยีหย่ง เซิงได้เผชิญกับการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาใช่ หรือไม่?
ก่อนหน้านี้ A3 และคนอื่น ๆ ถูกกำจัดออกไปทั้งหมด? นั่นเป็น เหตุให้ซีเหมินฉางชิ่งได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมา?
หรือบางทีแม้แต่ A1 ในปัจจุบันก็อาจเป็น A1 คนใหม่หลังการ ปรับโครงสร้าง ไม่ใช่ A1 คนเดิม?
ถ้ายาพันธุกรรมสามารถอัปเกรดได้ คนเหล่านี้อาจกำลังถูกอัป เกรดด้วยหรือเปล่า?
ไม่สิ หากพิจารณาตามทฤษฎีภาชนะ ซีเหมินฉางชิ่งอาจจะไม่ใช่ ตัวตนของซีเหมินฉางชิ่งเอง! เป็นไปได้ว่าซีเหมินฉางชิ่งในตอนนี้ คือ อีกคนหนึ่ง!
จ้าวอู่เจียงนึกถึงข้อพิรุธมากมายได้ในชั่วพริบตา เขาพลันรู้สึก เสียวสันหลังวาบ สัญชาตญาณในตอนนี้พยายามบอกเขาอย่างบ้า คลั่งว่า ในจุดที่เขามองไม่เห็น มีดวงตาหลายคู่กำลังจับจ้องเขาอยู่ หรือกระทั่งกำลังบงการเส้นทางทุกอย่างของเขา
“ผมจะลองรักษาเธอตอนนี้เลย” จ้าวอู่เจียงตอบอวี้เซี่ยวหู่ในมือมี แสงสีดำพวยพุ่งออกมา ขณะที่เขาจับมือของอวี้มู่หว่าน
เขาพึมพำเบา ๆ เสียงแทบไม่ได้ยิน จู่ ๆ ก็พูดประโยคที่ดูเหมือน ไม่เข้ากับสถานการณ์
“หากเสี่ยวหงอยู่ด้วยก็คงดี จะได้ท่องไปทั่วสารทิศ ฝ่าหมอก หมอกปริศนา…”
ในเวลาเดียวกัน ณ ที่แห่งหนึ่งในห้วงอวกาศ ในมิติแห่งความ โกลาหลไร้ระเบียบที่ไม่เคยปิดสนิท เหมือนได้ยินสิ่งที่จ้าวอู่เจียงเอ่ย จู่ ๆ ก็มีเสียงร้องของม้าดังขึ้น
ม้าพันธุ์ใหญ่สีแดงพุทราตัวหนึ่ง ร่างกายดูเลือนราง ราวกับเป็น วิญญาณ กำลังเร่ร่อนอยู่ในมิติแห่งความโกลาหลไร้ระเบียบ