ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2099 มาไม่ทันขึ้นเรือ
บรรดาผู้สืบทอดที่เข้าร่วมการทดสอบมากมาย ยืนล้อมรอบคทา สายฟ้าภายในเทวสถานเทพแห่งห้วงอวกาศ เพื่อรอคอยการเริ่มต้น ของบททดสอบ พลางค่อย ๆ ปรับลมปราณเพื่อให้มั่นใจว่าตนเองอยู่ ในสภาวะที่พร้อมที่สุด
จ้าวอู่เจียงหันหลังกลับมามองเสี่ยวหงครั้งหนึ่ง แล้วก็มองจูกัด เซี่ยวไป๋อีกครั้ง
จูกัดเซี่ยวไป๋เอาแต่เงียบขรึมมาตลอดนับตั้งแต่ร่วมออกเดินทาง มาด้วยกันจนถึงสิบสองเทวสถานแห่งนี้ เขาแทบจะไม่ปริปากพูดเลย เห็นได้ชัดว่าเขามีเรื่องหนักใจอยู่ลึก ๆ
เพียงแต่จูกัดเซี่ยวไป๋ไม่ได้พูดออกมา จ้าวอู่เจียงและคนอื่น ๆ ก็ ไม่ได้ถาม
บางทีจูกัดเซี่ยวไป๋ อาจกำลังกังวลเรื่องอายุขัยก็ได้?
เพราะเดิมทีจูกัดเซี่ยวไป๋ก็เหลืออายุขัยไม่มากนัก ประกอบกับ ตอนนี้ลมร้อนแห่งจักรวาลได้พัดกระหน ่าไปทั่วทั้งอาณาเขตพันดาว แล้ว ซึ่งมันจะคอยกัดกร่อนพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตอยู่ตลอดเวลา อายุขัยที่เหลืออยู่จึงมีแต่จะน้อยลงไปอีก
จูกัดเซี่ยวไป๋สัมผัสได้ถึงสายตาของจ้าวอู่เจียง เขาเผยยิ้ม ออกมาอย่างอ่อนโยนก่อนจะถอนหายใจ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย
เขาเดินเข้าไปหาจ้าวอู่เจียงทีละก้าว แล้ววางมือขวาลงบนไหล่ของ จ้าวอู่เจียงอย่างหนักแน่น พร้อมกับพูดเพียงประโยคเดียวว่า
“ไม่ว่าอย่างไรก็ขอบใจนายมากนะอู่เจียง”
จ้าวอู่เจียงหรี่ตาลงเล็กน้อยด้วยความสงสัย
“พยายามเข้านะ” จูกัดเซี่ยวไป๋มองลึกเข้าไปในตาของจ้าวอู่ เจียง ท่าทางเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไว้ แล้วตบ ไหล่จ้าวอู่เจียงเบา ๆ
“มีอะไรก็พูดมาเลย” จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้วดาบลง
“หลังจากที่ฉันตายแล้ว อย่าได้ลังเลที่จะลงมือล่ะ” จูกัดเซี่ยวไป๋ ผมขาวโพลน ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความชรามานาน เขา ยิ้มพูดว่า
“พลังผลแห่งมรรคาของฉัน รวมถึงพลังที่มีอยู่ ทั้งหมดเป็นของ นาย”
จ้าวอู่เจียงยิ่งขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม จูกัดเซี่ยวไป๋กำลังสั่งเสียกับ เขาและดูเหมือนมีเรื่องที่อยากจะพูดแต่ก็ไม่พูดอยู่หลายครั้ง หรือว่า พอเขาร่วมบททดสอบจบลง จะกลับมาไม่ทันดูใจจูกัดเซี่ยวไป๋เป็น ครั้งสุดท้ายกันแน่?
อัครทูตสวรรค์มิคาเอลเดิมทีก็กำลังรอคอยอย่างอดทน แต่จู่ๆ เขาก็ได้รับข่าวสารจากเหล่ามหาเทพ เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี พร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยน ้าเสียงทุ้มต ่าว่า
“เริ่มการทดสอบได้!”
บรรดาผู้สืบทอดที่เข้าร่วมการทดสอบต่างรู้สึกสงสัย แต่ใน ชั่วขณะถัดมา คทาสายฟ้าตรงกลางก็ปลดปล่อยแสงสายฟ้าออกมา สายหนึ่ง ส่องสว่างจ้าไปทั่วทั้งวิหาร
แสงสายฟ้านั้นทำให้ทุกคนแสบตาจนลืมตาไม่ขึ้น
จ้าวอู่เจียงใช้มือซ้ายบังดวงตาไว้พลางหรี่ตาลงเล็กน้อย ใน พริบตาต่อมา เขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
เขาได้ยินเสียงคลื่นทะเล
เมื่อแสงสายฟ้าเริ่มจางหายไป ในที่สุดเขาก็พอมองเห็นทุกสิ่ง ตรงหน้าได้อย่างชัดเจน
ตรงหน้าคือท้องทะเลกว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา น ้าทะเลดำ สนิทดั่งหมึก บางครั้งสงบนิ่ง บางครั้งก็เชี่ยวกราก คลื่นซัดกระทบ หาดทรายสีทองใต้เท้าของเขา
บนชายหาดที่ไม่ไกลนัก มีเรือสำราญลำหนึ่งจอดอยู่ วัสดุของ เรือดูเหมือนทำจากไม้ แต่ด้วยระยะห่างที่ไกลพอสมควร เขาจึงยัง แยกแยะรายละเอียดที่แน่ชัดไม่ได้
เขาเงยหน้ามองฟ้า บนท้องนภาเต็มไปด้วยเมฆครึ้มมืดมัว ลึก เข้าไปในชั้นเมฆมีสายฟ้าแลบผ่านเป็นระยะ ดูเหมือนว่าอีกประเดี๋ยว ฝนจะตกลงมาห่าใหญ่
“นี่คือสถานที่ทดสอบหรือ?”
บนหาดทรายยืนเต็มไปด้วยผู้สืบทอดจำนวนมาก ทุกคนไม่ได้ รีบร้อนลงมืออะไรในทันที แต่สังเกตสถานการณ์รอบข้างก่อน
“พวกเราะขึ้นเรือโนอาห์ได้อย่างไร? ต้องว่ายน ้าไปงั้นเหรอ?”
ใครบางคนเอ่ยถาม ขณะที่บางคนเริ่มลงมือทำแล้ว พวกเขา พบว่าไม่สามารถเหินบินได้ จึงควักโซ่สีทองอร่ามออกมาแล้วเหวี่ยง ตรงไปยังเรือโนอาห์ทันที
“คล้องได้แล้ว!”
มีเสียงร้องอุทานด้วยความดีใจ จากนั้นพวกเขาก็เริ่มออกแรงดึง โซ่ หมายจะลากเรือโนอาห์เข้ามา
เรือโนอาห์ส่งเสียงเอียดอาดและค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้ามาอย่างช้า ๆ
เหล่าผู้สืบทอดจำนวนมากต่างเข้าไปช่วยกันออกแรงดึงเรือโน อาห์
“อย่าให้จ้าวอู่เจียงเข้ามาใกล้!”
“ร่วมมือกันจัดการเขา! ไอ้คนตะวันออกหยาบคายคนนี้ เมื่อกี้
ไม่ใช่โอหังมากเลยหรือ?”
ผู้สืบทอดบางส่วนดึงเรือเพื่อเตรียมจะขึ้นไป แต่อีกส่วนกลับเข้า ขัดขวางจ้าวอู่เจียง ไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ และลงมือจู่โจมโดยไม่ลังเล ไม่มีแม้แต่คำพูดไร้สาระอื่นใด
ที่นี่ไม่มีสัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งสิบกว่าคนจากมรรคาตะวันออกอยู่ อีกต่อไป พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องอดทนกับจ้าวอู่เจียงอีก
จ้าวอู่เจียงใช้ยันต์สายฟ้าและปราณกระบี่คุ้มกาย แต่ทว่าสอง หมัดยากจะต้านทานสี่มือ เขาถูกทุกคนรุมจู่โจมจนต้องถอยร่นไป อย่างต่อเนื่อง
สถานที่แห่งนี้ไม่อาจเหินบินได้ เห็นได้ชัดว่าเป็นข้อจำกัดจาก กฎเกณฑ์ เขาจึงทำได้เพียงวิ่งหนีไปตามชายหาดเท่านั้น
ภายใต้การรวมหัวเล่นงานของเหล่าผู้สืบทอดมรรคาตะวันตก จ้าวอู่เจียงถูกบีบให้ห่างออกจากเรือโนอาห์ไปเรื่อย ๆ
หากไม่ใช่เพราะผู้สืบทอดมรรคาตะวันตกเหล่านี้ต่างก็ ระแวดระวังผู้สืบทอดคนอื่น ๆ อยู่ด้วยเช่นกัน จ้าวอู่เจียงคงต้องได้รับ บาดเจ็บไม่น้อยจากการรุมโจมตีของคนเหล่านี้
ตอนนี้บรรดาผู้สืบทอดเหล่านี้เพียงแค่บีบให้เขาถอยออกไป ไม่ได้มีเจตนาจะทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อสังหารเขา
เรือโนอาห์ขยับเข้าใกล้ชายหาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้สืบทอดที่ขวาง จ้าวอู่เจียงไว้เริ่มถอยฉากออกไปเพื่อขึ้นเรือ
จ้าวอู่เจียงไม่ได้ไล่ตามไป แต่เขากลับมองดูคนเหล่านี้ขึ้นเรือ ด้วยสายตาเย็นชา
หลังจากที่เหล่าผู้สืบทอดมรรคาตะวันตกทยอยกันขึ้นเรือไปแล้ว บางคนก็เริ่มหาวิธีทำให้เรือโนอาห์เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ส่วนคนอื่น ๆ กลับยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ คอยปล่อยการโจมตีระยะไกลเข้าใส่จ้าวอู่ เจียงอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เขาขึ้นมาบนเรือโนอาห์ได้