ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2106 การจากลาที่ถูกกำหนดไว้ ความพ่ายแพ้ที่ไม่อาจ เลี่ยง
- Home
- ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า
- บทที่ 2106 การจากลาที่ถูกกำหนดไว้ ความพ่ายแพ้ที่ไม่อาจ เลี่ยง
“เป็นยังไง? สวยไหม?”
ซูฮัวอียักคิ้วใส่จ้าวอู่เจียงสีหน้าแสนซุกซน
ปัจจุบันพลังของจ้าวอู่เจียงแข็งแกร่งน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก เขาจะ มองไม่ออกได้อย่างไรว่าอายุขัยของซูฮัวอีกำลังจะหมดลง?
เพียงแต่เขาแกล้งทำเป็นมองไม่ออก แกล้งทำเป็นไม่รู้ เขาเผย รอยยิ้มบนแก้ม
“สวยมาก”
มือบางนวลของซูฮัวอีเกี่ยวคอจ้าวอู่เจียงไว้ แก้มเลื่อนเข้ามาใกล้ ลมหายใจหอมอ่อน ๆ จมูกอันสวยงามของเธอเสียดสีกับจมูกของจ้าว อู่เจียง ขนตายาวกระพริบพริ้ว มีหมอกน ้าบาง ๆ คลออยู่ในดวงตา กลมโตใสดั่งสายน ้าฤดูใบไม้ร่วงของเธอ
สองคนจ้องมองกัน ในดวงตาของเธอสะท้อนเงาของตัวเธอเองที่
อยู่ในดวงตาของเขา สายตานั้นเย้ายวนจับใจยิ่งนัก
เสื้อผ้าทยอยลื่นไหลลงทีละชิ้น ร่างกายดูราวกับถูกฉาบด้วยแสง นวลอ่อนโยน
เธอผลักจ้าวอู่เจียงลงนอน น ้าตาหยดลงบนอกของเขา
ธิดาเทพอยู่เบื้องบน!
ขอจงคุ้มครองคนรักของเธอ จ้าวอู่เจียง…
ต้องมีอายุยืนยาวตลอดไป
ต้องก้าวพ้นความหลงทางให้ได้!
วีรบุรุษย่างเข้าสู่วัยชรา โฉมงามผมขาวดั่งน ้าค้างแข็ง
คืนนี้ ทั้งสองคนร่วมกันทำทุกสิ่งและใช้เวลาร่วมกันทุกรูปแบบ จนหมดสิ้น
จนกระทั่งขอบฟ้าต้อนรับแสงอรุณรุ่ง จ้าวอู่เจียงเปิดหน้าต่าง ออก ซูฮัวอีพิงอยู่ในอ้อมอกของเขา
“อู่เจียง…” ซูฮัวอีสีหน้าดีมาก แก้มแดงระเรื่อ ดวงตาก็แดงชุ่มชื้น เธอพึมพำเบา ๆ
“ฉันอยู่นี่” จ้าวอู่เจียงกอดซูฮัวอีไว้ แล้วตอบกลับ
“จ้าวอู่เจียง…” ซูฮัวอีโค้งคิ้วยิ้มเล็กน้อย แล้วแกล้งทำเสียงโกรธ พูดว่า
“เจ้าเป็นคนฆ่าหลินเทียนหลางบุตรเทพแห่งสำนักของข้าใช่ หรือไม่?”
“ใช่” จ้าวอู่เจียงคราวนี้ยอมรับตรง ๆ พูดตามคำของซูฮัวอี
“ถ้าอย่างนั้นพวกเรา…” ซูฮัวอีเอียงตัวมา ค่อย ๆ ประคองใบหน้า ของจ้าวอู่เจียงอย่างอ่อนโยน น ้าตาสองสายไหลรวมกันที่ปลายคาง เรียวแหลม ดวงตาของเธอสั่นระริก
“บุญคุณและความแค้นยังไม่สะสาง…ท่านต้องจำข้าไว้…”
จ้าวอู่เจียงยักคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ เช็ดน ้าตาของซูฮัวอี อย่างนุ่มนวล
“ตลอดไป”
“ตลอดไป…” ซูฮัวอีจับมือของจ้าวอู่เจียงไว้ กดแนบบนแก้มของ ตัวเอง ลมหายใจค่อย ๆ อ่อนลงทีละน้อย แล้วเอนตัวพิงบนจ้าวอู่เจียง อย่างเงียบงัน
บางทีอาจเพราะค ่าคืนแห่งความสุขสมนั้นเหนื่อยเกินไป เธอจึง หลับใหลลึกไปอย่างนั้น ไร้ซึ่งลมหายใจ
จ้าวอู่เจียงเงียบงันไม่ออกเสียง
เขาพยายามประคองร่างของซูฮัวอีที่ค่อย ๆ ไถลหลุดจากอ้อม กอดของเขาอยู่ตลอด ทั้งที่พลังของเขาแข็งแกร่งขนาดนี้แล้ว แต่ กลับยังคงอุ้มคนรักไว้ไม่อยู่
น ้าหนักนี้หนักหนาสาหัสนัก เกือบจะทำให้เขาล้มทลายลง
เขากอดเธอไว้นานแสนนาน ไม่ยอมปล่อยมือ ไม่อาจทนพลัด พราก
……
เพียงแต่ชีวิตนั้นเต็มไปด้วยการพลัดพราก ตอนที่ยังไม่ได้อยู่ ด้วยกัน ย่อมมีโอกาสได้พบกันเสมอ แต่เมื่ออยู่ด้วยกันแล้ว กลับถูก กำหนดให้ต้องจากลา
ในยามเย็นหลังจากที่ซูฮัวอีหลับไป จูกัดเซี่ยวไป๋ถือเหล้าสอง หม้อ เดินไปหาจ้าวอู่เจียงที่นั่งนิ่งอยู่บนขั้นบันได
สองคนไม่ได้พูดอะไรมากมาย ทุกอย่างอยู่ในเหล้าแล้ว
เหล้าขุ่นหม้อหนึ่งไหลผ่านลำคอลงสู่ท้อง จูกัดเซี่ยวไป๋โยกเยก ลุกขึ้นยืน
“ฉันจะไปแล้ว”
จ้าวอู่เจียงดื่มเหล้าที่เหลืออยู่อึกสุดท้ายจนหมด ยกหม้อเหล้าขึ้น
“เดินทางปลอดภัย…”
เมื่อนั้นจูกัดเซี่ยวไป๋วางหม้อเหล้าลง แล้วเดินออกไปนอกลาน บ้าน
เดินไปได้ครึ่งทาง เขาหันกลับมายิ้มพูดอย่างกะทันหันว่า
“จ้าวอู่เจียง วสันต์เริงรื่นใต้ร่มท้อหลีกับเหล้าหนึ่งถ้วย สุราหนึ่ง จอกมิตรภาพคงมั่น ยามวิกาลท่ามกลางวสันตพิรุณในยุทธจักร ตะเกียงดวงเดียววูบไหวเนิ่นนานนับสิบปี…”
“เราสองคนวันนี้ดื่มกันเต็มหม้อเหล้า การจากลาครั้งนี้…คงไม่ใช่ แค่สิบปีหรอกนะ”
“คนที่จากกันไป ต้อง…กลับมาพบกันอีกให้ได้” จ้าวอู่เจียงโบก มือ ในดวงตามีหมอกน ้าตาพร่ามัว เขาแกล้งทำเป็นสบายใจ
“ไป…ไปเถอะ…”
จูกัดเซี่ยวไป๋ผมขาวโพลน รอยยิ้มบนใบหน้า ในรอยยิ้มมีน ้าตา แหงนหน้าหัวเราะก้องแล้วเดินออกประตูไป
……
ภายในพื้นที่ห้องปฏิบัติการพิเศษของ A1 ในบริษัทเทคโนโลยี หย่งเซิง ลมหายใจของจูกัดเซี่ยวไป๋ค่อย ๆ อ่อนล้าลงเรื่อย ๆ เขาจ้อง มองดาวดวงที่ตัวเองอยู่อย่างไม่ละสายตา แล้วพูดอย่างไร้เรี่ยวแรงว่า
“ขอดูหน้าคุณได้ไหม?”
A1 มองดูจูกัดเซี่ยวไป๋ที่อยู่ในสภาพตะเกียงขาดน ้ามัน เงียบไป ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า
“ได้”
จูกัดเซี่ยวไป๋เหลือบตามอง A1 ค่อย ๆ ถอดหน้ากากออก เผย ใบหน้าที่ซ่อนจากสายตาทุกคนมาตลอด
ดวงตาของจูกัดเซี่ยวไป๋สั่นไหว สายตาไม่อาจโฟกัสได้ เขายื่น มือออกไป ช่วยให้ตัวเองสัมผัสลมหายใจของ A1 เขาพึมพำด้วยเสียง สั่น
“ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่า…นาย…นายเป็นมารในใจของจ้าวอู่เจียง… นายไม่ใช่! การคาดเดาของฉัน…ผิด…”
“มารในใจตายไปแล้ว ไม่ได้หายสาบสูญ มันกลับคืนเข้าสู่ร่าง ของเขาไปนานแล้ว” ใบหน้าของ A1 แทบไม่มีอารมณ์ใดผันผวน เย็นชา ไร้ความรู้สึก มีเหตุผล โหดเหี้ยม บุคลิกเหล่านี้ถูกยึดถือ จนถึงที่สุด เขาค่อย ๆ สวมหน้ากากกลับคืน
ร่างกายของจูกัดเซี่ยวไป๋ค่อย ๆ หลังค่อมลง สภาพที่ฝืนทนมา ตลอดกำลังพังทลายลงอย่างรวดเร็ว
“ฉันขอฟังแผนการของนายได้ไหม?”
A1 ยกมือโบกขึ้น เขากับจูกัดเซี่ยวไป๋ก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลาง ดวงดาว ปรากฏอยู่ข้างสุสานที่ซากปรักหักพังของตระกูลจูกัด
“ขอบคุณ…” จูกัดเซี่ยวไป๋พิงอยู่ข้างป้ายหลุมศพของเสี่ยวฮวา ผมเผ้ายุ่งเหยิงรุงรัง ก่อนสิ้นลม เขานั่งรอความจริงอย่างสงบ
และความจริงก็จะถูกฝังลงดินไปพร้อมกับเขา
A1 เล่าแผนการทั้งหมดอย่างช้า ๆ ออกเสียงชัดเจน เป็นระเบียบ เรียบร้อย แม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มากมาย ก็บอกจูกัดเซี่ยว ไป๋หมด
แสงสว่างในดวงตาของจูกัดเซี่ยวไป๋ไม่เคยดับลงเลย ก่อนจะรู้ เรื่องทุกอย่าง เขาฝืนทนลมหายใจสุดท้ายเอาไว้ ในที่สุดก็รอ จนกระทั่ง A1 เล่าจบทั้งหมด
เขาหัวเราะ หัวเราะอย่างมีความสุขเป็นพิเศษ และยังมีความตื่น ตะลึง
“ที่แท้ทุกอย่างมีการวางหมากไว้ตั้งแต่แรก… นาย… ชนะสวรรค์ ไปครึ่งหมาก!”
เขาหัวเราะพูดจบ ร่างกายพิงป้ายหลุมศพแล้วเลื่อนลงล้มลงกับ พื้น ทำให้เถ้าธูปในกระถางธูปของเสี่ยวฮวาและลูกอมหลายเม็ดหล่น กระจาย
A1 มองดูจูกัดเซี่ยวไป๋ที่ตะเกียงดับคนตายอย่างเงียบ ๆ แล้วพูด ด้วยเสียงทุ้มว่า
“ไม่ ฉันแพ้ ฉันแพ้ไปครึ่งหมาก”
A1 พูดอย่างสงบนิ่ง สำหรับผลลัพธ์ที่เขาถูกกำหนดให้แพ้ครึ่ง หมากนั้น ไม่มีอารมณ์ผันผวนใด ๆ
จูกัดเซี่ยวไป๋คิดว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเขา ดังนั้นเขา จึงชนะสวรรค์ไปครึ่งหมาก แต่ความจริงแล้วกลับตรงกันข้าม เพราะ ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเขานั่นแหละ เขาจึงเข้าใจว่าตัวเองถูก กำหนดให้แพ้
เขาถอนหายใจ นิ้วมือขยับเต้นอย่างคล่องแคล่ว ผืนดินข้างป้าย หลุมศพของจูกัดชิงชิงพลิกตัวราวกับมังกรดินพลิกคว ่าจนเกิดเป็น ร่องลึก
เขาวางจูกัดเซี่ยวไป๋ลงในโลงศพของจูกัดชิงชิง สะบัดมือปิดฝา โลง รอยแยกของแผ่นดินหุบเข้าหากัน
ชื่อบนป้ายหลุมศพ เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน
และเขาก็หันหลังเดินจากไป