ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 295 ปิดล้อม!
บทที่ 295 ปิดล้อม!
ทว่ามือของเซวียนหยวนอวี้เหิงยังไม่ทันได้สัมผัสลงแขนของเซวียนหยวนจิ้ง หน่วยองครักษ์มังกรหกคนก็ทิ้งตัวลงมาจากกลางอากาศ ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้า
พร้อมกันนี้ องครักษ์มังกรอีกสิบคนที่ซ่อนตัวอยู่รอบบริเวณก็ปรากฏกายออกมาปิดล้อมเซวียนหยวนอวี้เหิงเช่นกัน
จากนั้นเซวียนหยวนจิ้งก็ล่าถอยจนออกไปทางประตูหลังได้สำเร็จ เซวียนหยวนอวี้เหิงไม่ได้ขัดขวาง เขาแค่ยืนเอามือไขว้หลัง กวาดสายตาเย็นชาจ้องมองกลุ่มองครักษ์มังกร
เซวียนหยวนอวี้เหิงไม่ได้ประหลาดใจกับการปรากฏตัวขององครักษ์เหล่านี้ เขากำลังอยู่ในสภาวะคอขวดอยู่พอดี และหากอยากทะลวงสภาวะนี้ก็จำเป็นต้องดูดพลังจำนวนมาก นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เซวียนหยวนอวี้เหิงตัดสินใจเดินทางเข้ามาในวังหลวงครั้งนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ภายในวังหลวงมีเพียงยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ หาได้มียอดฝีมือระดับเทวะ นั่นทำให้เซวียนหยวนอวี้เหิงไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลว่าจะแพ้ใคร และไม่ต้องห่วงว่าจะมียอดฝีมือขอบเขตเทวะปรากฏตัวขึ้นมาขัดขวาง
บัดนี้ภายในตำหนักหย่างซินบรรยากาศตึงเครียดนัก เซวียนหยวนอวี้เหิงพลันแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย
“หวังว่าพวกเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”
สายลมพัดพาเกล็ดหิมะโปรยปรายเข้ามาด้านในตำหนัก ทันใดคนสิบเอ็ดคนก็เปิดฉากการต่อสู้ พวกเขาต่างระเบิดลมปราณ ส่งผลให้อากาศปั่นป่วนรุนแรง
ขณะเดียวกัน ชายเสื้อคลุมสีดำของจ้าวอู่เจียงพลิ้วไสว เขากระโดดขึ้นไปอยู่บนขื่อหลังคา จ้องมองลงมายังการต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้นจากมุมสูง
ด้านล่างคลื่นลมปราณแผ่กระจายไปรอบทิศทางราวกับเกลียวคลื่นที่บ้าคลั่ง
ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ ข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ภายในตำหนักหย่างซินก็ระเบิดเป็นจุณ เศษไม้ปลิวว่อน พลันเงาร่างสีขาวและสีน้ำเงินเข้มพุ่งไล่กันออกไปจากตำหนักหย่างซิน
ฉากชุลมุนดำเนินไปไม่นาน บัดนี้เซวียนหยวนอวี้เหิงกำลังบีบคอขององครักษ์มังกรผู้หนึ่งแน่น พลางเขาเงยหน้าขึ้นจ้องมองไปยังจ้าวอู่เจียงซึ่งยืนอยู่บนขื่อหลังคา ก่อนจะหัวเราะเยาะ
“อ่อนหัด”
สิ้นคำ เซวียนหยวนอวี้เหิงเพิ่มแรงที่มือ ก่อนจะได้ยินเสียงกระดูกแตกหัก เสียงโลหิตและเนื้อหนังเสียดสีบีบอัด พลันสองแขนขององครักษ์มังกรผู้นั้นแห้งลงคล้ายกับซากศพ
ส่วนองครักษ์มังกรอีกเก้าคนนั้น ได้กลายร่างเป็นซากศพอยู่ภายในตำหนักหย่างซินจนหมดสิ้นไปก่อนแล้ว
โครม!
บริเวณด้านหน้าตำหนักถล่มลงมา หมอกควันและเศษฝุ่นฟุ้งกระจาย เลือดบนพื้นหิมะดูราวกับเป็นหยดหมึกสีเทาแดงที่เปรอะเปื้อนลงบนกระดาษขาว
ดวงตาของจ้าวอู่เจียงเปล่งประกายสีทองคำเรืองรอง เมื่อสักครู่เขาลองจับเวลาดู เหล่าองครักษ์มังกรผู้มีพลังถึงขั้นสองซึ่งแน่นอนว่าอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ ทว่าพวกเขาทั้งสิบคนก็ถูกกวาดล้างในเวลาเพียงห้าลมหายใจเท่านั้น นับว่าเซวียนหยวนอวี้เหิงมีความแข็งแกร่งมากกว่าที่เขาคาดเอาไว้หลายเท่า
ทันใด ก็มีร่างสามร่างในชุดสีน้ำเงินเข้มเหลือบทองปรากฏตัวบนหลังคา คนทั้งสามนี้คือ เจี๋ยลิ่ว เจี๋ยฉี และเจี๋ยจิ่ว พวกเขาล้วนเป็นองครักษ์มังกร มีพลังอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสูงจึงแน่นอนว่าอยู่ในขั้นพลังที่สอง อีกทั้งยังมีขั้นย่อยอยู่ในระดับห้าด้วย
ช่วงเวลาเดียวกันในบริเวณที่ห่างไกลออกไป ปรากฏเงาร่างหกร่าง พวกเขากำลังใช้วิชาตัวเบาพาเซวียนหยวนจิ้งหลบหนี พวกเขาเป็นหน่วยองครักษ์มังกรผู้มีขอบเขตพลังใกล้เคียงกับจ้าวอู่เจียง ล้วนอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสูงระดับต้น
“ฮ่า ๆๆๆ” เซวียนหยวนอวี้เหิงยืนหัวเราะร่าอยู่ท่ามกลางสายลมและหิมะ ชุดเสื้อคลุมขนสัตว์สีขาวปลิวไสว เขากางมือออกกว้าง พลางกวาดสายตามองบรรดาองครักษ์มังกรที่ห้อมล้อมเข้ามาจากรอบทิศทาง ทันใดก็ระเบิดเสียงคำรามว่า
“เข้ามาเลย!”
พลันองครักษ์มังกรเก้าคนที่ซ่อนตัวอยู่ก็ทำการลอบโจมตีเซวียนหยวนอวี้เหิงทั้งจากด้านล่างและด้านบน เซวียนหยวนอวี้เหิงใช้นิ้วมือของตนเองแทนกระบี่ พริบตานั้นเอง พลังปราณกระบี่สาดกระจายออกไปรอบทิศทาง พุ่งโจมตีใส่องครักษ์มังกรทั้งเก้าคนได้อย่างแม่นยำ
จ้าวอู่เจียงยืนดูอยู่บนหลังคา ดวงตาเป็นประกายทองคำเจิดจ้า ตอนนี้ชายหนุ่มพร้อมที่จะเข้าปะทะแล้ว
“ย้าก!” เซวียนหยวนอวี้เหิงระเบิดเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด ปราณกระบี่ของเขาทำให้องครักษ์มังกรทั้งเก้าคนร่วงจากอากาศกระแทกพื้นดินอย่างแรง พร้อมทิ้งคราบโลหิตเป็นทางไว้บนพื้นหิมะอย่างชัดเจน
“ยังคงอ่อนหัด!”
เซวียนหยวนอวี้เหิงยื่นมือออกไป เขาใช้วิชามหาเทพดูดดาวจัดการดูดพลังองครักษ์มังกรผู้อยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสูงระดับต้น แต่ตอนนี้มือของเซวียนหยวนอวี้เหิงอ่อนแรงลงเป็นอย่างมาก ยิ่งเขาเพิ่มแรงที่มือเท่าไหร่ โลหิตเขาก็ยิ่งทะลักออกมาจากมือมากเท่านั้น…
ทว่าเซวียนหยวนอวี้เหิงได้รับการคุ้มกันด้วยวิชามหาเทพดูดดาว ตราบใดที่เขาสามารถดูดพลังมาได้มากกว่าอาการบาดเจ็บของตนเอง ก็จะไม่มีผู้ใดสามารถเอาชนะเขาได้
“ตายซะเถอะ!”
เจี๋ยลิ่วระเบิดเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้น ขณะที่องครักษ์มังกรอีกแปดคนลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าพวกเขาจะได้รับบาดเจ็บ แต่บัดนี้ก็ยังพุ่งตรงเข้ามาหาเซวียนหยวนอวี้เหิง พร้อมจะตายไปด้วยกัน
พลั่ก!
หน้ากากอสูรเขียวของเจี๋ยลิ่วแตกสลาย เปิดเผยให้เห็นใบหน้าแก่ชราที่กำลังบิดเบี้ยวด้วยความดุร้าย ทว่าเขายังคงออกหมัด ต่อยไปที่ศีรษะของเซวียนหยวนอวี้เหิง
เซวียนหยวนอวี้เหิงยกแขนขึ้นปัดป้องเบา ๆ ก่อนจะหันมาหัวเราะเยาะใส่จ้าวอู่เจียงผู้กำลังรวบรวมพลังให้มากขึ้นและมากขึ้นอยู่บนขื่อหลังคา
“ขันทีจ้าว ถ้าเจ้าไม่รีบหนีไปตอนนี้ เจ้าก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว!”
จ้าวอู่เจียงแกล้งทำเป็นหูหนวก ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ เลือดลมในร่างร้อนระอุ ชายหนุ่มกินโอสถช่วยเพิ่มพลังเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน และตอนนี้ระดับพลังในร่างกายของเขาก็กำลังเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ