ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 298 ฝ่ายหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนอีกฝ่ายเสียชีวิต
- Home
- ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า
- บทที่ 298 ฝ่ายหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนอีกฝ่ายเสียชีวิต
บทที่ 298 ฝ่ายหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนอีกฝ่ายเสียชีวิต
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว
ลูกธนูพุ่งทะลวงม่านหมอกเข้าใส่เซวียนหยวนอวี้เหิง
เซวียนหยวนอวี้เหิงกำลังจะถลาเข้าไปขัดจังหวะการปรับระดับพลังของจ้าวอู่เจียงด้วยฝ่ามือพิฆาต แต่เมื่อเผชิญหน้าการโจมตีจากลูกธนูเหล่านี้ เขาก็ต้องกระโดดหลบอย่างไม่มีทางเลี่ยง
ลูกธนูจำนวนมากพุ่งลงมาจากท้องฟ้า ปักเข้าที่กำแพงและพื้นหิมะ
ปราณกระบี่พลันห่อหุ้มร่างกายของเซวียนหยวนอวี้เหิง ก่อตัวเป็นเกราะกำบัง แม้ว่าจะมีธนูพุ่งเข้ามาโจมตีอย่างต่อเนื่องราวกับห่าฝน แต่เซวียนหยวนอวี้เหิงก็ยังพยายามเข้าไปฆ่าจ้าวอู่เจียงอยู่ดี
“หยุดยิง!”
เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดดังขึ้นจากนอกกลุ่มหมอก ทันใดพายุลูกธนูก็หายไป
เซวียนหยวนอวี้เหิงขมวดคิ้ว นี่เป็นเสียงของเซวียนหยวนจิ้ง
จ้าวอู่เจียงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ชายเสื้อคลุมของชายหนุ่มปลิวไหว เขาตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปหาเซวียนหยวนอวี้เหิงทันที
เปรี้ยง!
ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างหนักหน่วง ลมปราณระเบิดอย่างรุนแรง สายลมและเกล็ดหิมะปลิวกระจาย
กำปั้นของจ้าวอู่เจียงว่องไวดั่งสายฟ้า สองเท้าพริ้วไหวดั่งสายลม ความแข็งแกร่งจากวิชาทองคำไร้พ่ายทำให้ชายหนุ่มสามารถกดเซวียนหยวนอวี้เหิงให้ตกเป็นรองด้วยการรัวพายุกำปั้นได้
“จ้าวอู่เจียง เจ้าทำได้เพียงยื้อเวลาเท่านั้น!”
เซวียนหยวนอวี้เหิงระเบิดเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด ลำตัวถูกหมัดของจ้าวอู่เจียงกระแทกใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะเจ็บใจที่ไม่สามารถตอบโต้กลับไปได้ แต่จ้าวอู่เจียงก็ไม่ได้ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เซวียนหยวนอวี้เหิงมั่นใจว่า หากเป็นเช่นนี้ เขาสามารถต่อสู้ไปได้อีกสามวันสามคืน และยิ่งสู้กันนานมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะเป็นผู้ชนะก็มีมากเท่านั้น
ทว่าด้วยระดับพลังประกอบกับสถานการณ์เข้าตาจนของจ้าวอู่เจียง การต่อสู้ครั้งนี้ย่อมไม่ล่วงเลยไปนานถึงสามวันสามคืน เซวียนหยวนอวี้เหิงกำหนดระยะเวลาสูงสุดเอาไว้ไม่เกินสามถ้วยชา ถึงตอนนั้นจ้าวอู่เจียงย่อมต้องตกอยู่ในสภาพที่บาดเจ็บสาหัส เพราะร่างกายแบกรับการใช้พลังไม่ไหวอย่างแน่นอน
จ้าวอู่เจียงไม่พูดสิ่งใด ไม่สนใจกระทั่งโลหิตที่ไหลซึมออกมาจากมุมปากตน มุ่งความสนใจไปที่เซวียนหยวนอวี้เหิงทั้งหมด ครั้นเมื่อเขามองเห็นเลือดไหลทะลักออกมาจากปากและจมูกของเซวียนหยวนอวี้เหิง มือและเท้าของชายหนุ่มก็โจมตีอย่างหนักหน่วงและรุนแรงมากกว่าเดิม
ลูกธนูถูกยิงเข้ามาช่วยเหลือจ้าวอู่เจียงเป็นระลอกที่สองและสาม ช่วงเวลานั้น ชายหนุ่มก็ใช้วิชาทองคำไร้พ่าย ทำให้สามารถกดเซวียนหยวนอวี้เหิงจนล้มลงไปอยู่บนพื้นหิมะได้สำเร็จ
“ย้าก!” จ้าวอู่เจียงระเบิดเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้น กล้ำกลืนรสชาติหวานเฝื่อนของโลหิตในลำคอกลับลงไปอีกครั้ง และตอนนี้พละกำลังของเขาก็ถดถอยลงไปมาก ทำให้ซวนเซถอยหลังไปหลายก้าว
“ข้าจะทำให้เจ้าตาสว่างเอง!” เซวียนหยวนอวี้เหิงหอบหายใจ ใบหน้าและเสื้อคลุมขนสัตว์สีขาวเปรอะเปื้อนคราบเลือดและร่องรอยด่างดำ เขายกแขนขึ้นหมุนวนฝ่ามือ ในที่สุดก็ไม่มีการขัดขวางจากจ้าวอู่เจียงอีกแล้ว
บัดนนี้ปราณกระบี่จึงพร้อมจะโจมตีออกไปจากฝ่ามือของเขา
จ้าวอู่เจียงนั่งพิงกำแพงอยู่บนพื้นหิมะ ยกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดอย่างนุ่มนวล แม้ว่าใบหน้าของเขาจะเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ริมฝีปากยังคงปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยน
“ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าสามารถกลายเป็นคนสนิทของฮ่องเต้ได้อย่างไร?”
“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้า…” เซวียนหยวนอวี้เหิงยังไม่ทันจะได้พูดคำว่า ‘…ถ่วงเวลาอีกแล้ว’ โลหิตก็พุ่งออกมาจากปากของเขาอย่างไม่มีสัญญาณเตือน เลือดไหลทะลักออกมาต่อเนื่องราวกับสายน้ำที่หลั่งไหลอย่างบ้าคลั่ง
เซวียนหยวนอวี้เหิงตะลึง ยกมือปาดเลือด แต่บนมือกลับไร้กลิ่นคาว นี่คล้ายกับเป็นชาดผสมน้ำมากกว่า
ช่วงขณะนี้ เลือดไหลออกมาจากปาก หู และจมูกของเซวียนหยวนอวี้เหิงไม่หยุด คล้ายกับสายน้ำทะลักไหลจากเขื่อนพัง
“ข้าอาศัยความสามารถทางการแพทย์” จ้าวอู่เจียงเอนตัวพิงกำแพง อมยิ้มเล็กน้อยพลางพูด ลักษณะไม่เหมือนกับกำลังพูดคุยอยู่กับศัตรูคู่อาฆาตที่หมายเอาชีวิตกัน แต่คล้ายกำลังพูดคุยอยู่กับสหายเก่าไม่มีผิด
“ท่านดื่มสุราลู่อี้เข้าไป แล้วท่านก็ยังใช้วิชามหาเทพดูดดาวกับเหล่าองครักษ์มังกรทุกคน และหมอกควันหลากสีสันที่อยู่รอบกายในขณะนี้ก็ยังมีตัวยาเจือปนอยู่อีกมากมายนัก”
เซวียนหยวนอวี้เหิงเริ่มหายใจไม่สะดวก เขาต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็ต้องทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่า โลหิตไหลทะลักออกมาจากปากและจมูก ดวงตาจ้องมองจ้าวอู่เจียงด้วยความว่างเปล่า
“แต่ข้าก็ย่อมต้องถูกพิษเช่นกัน” จ้าวอู่เจียงหยิบขวดหยกสีขาวขนาดเล็กออกมาจากในแขนเสื้อ ก่อนจะดื่มยาที่อยู่ภายในขวดรวดเดียวหมด แล้วยิ้มออกมาอย่างสบายใจ
“โชคดีที่มียาถอนพิษ”
สิ้นเสียงเจ้าอู่เจียง ร่างเซวียนหยวนอวี้เหิงล้มคว่ำอยู่บนพื้นดิน ใบหน้าเขาบิดเบี้ยวนัก แต่ก็ยังพยายามตะเกียกตะกายคลานเข้าไปหาจ้าวอู่เจียง โลหิตที่ทะลักออกมาจากร่างกายหลั่งไหลสู่พื้นหิมะ หลอมละลายหิมะจนกลายเป็นดินโคลนสกปรก
เซวียนหยวนอวี้เหิงไม่อยากเชื่อ เขารวบรวมพลังจนเกือบจะทะลวงสู่ขอบเขตเทวะแล้ว ทว่าสุดท้ายกลับต้องมาพ่ายแพ้ให้แก่ขันทีผู้หนึ่ง
เซวียนหยวนอวี้เหิงไม่เคยเห็นยาพิษไร้สี ไร้กลิ่น สามารถใช้ผสมสุรา และสังหารผู้ดื่มได้โดยไม่รู้ตัวเช่นนี้ เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามียาพิษเช่นนี้อยู่ด้วย
ถ้ารู้ตัวล่วงหน้าสักนิด เซวียนหยวนอวี้เหิงก็คงใช้พลังในร่างกายขับพิษออกได้ทันเวลา แต่จ้าวอู่เจียงคาดการณ์ทุกอย่างไว้ล่วงหน้าอย่างดี อีกฝ่ายจงใจโจมตีเขาอย่างต่อเนื่อง นั่นทำให้เซวียนหยวนอวี้เหิงไม่ทันตระหนักและไม่มีเวลารักษาตัว จนกระทั่งยาพิษสามารถออกฤทธิ์ได้เต็มที่