ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 326 คำตอบที่ชัดเจนและจริงใจ
บทที่ 326 คำตอบที่ชัดเจนและจริงใจ
เมื่อจ้าวอู่เจียงเดินออกไปข้างหน้า กลุ่มคนก็ล้วนมีสีหน้าแตกต่างกันออกไป
เขายื่นมือลงไปวางบนกระดองเต่าเบา ๆ ฝ่ามือไม่รู้สึกอะไรเลย คล้ายกับว่าวางมือไปลงบนอากาศธาตุ ก่อนพูดเสียงทุ้มต่ำว่า
“เชิญเริ่มการทดสอบได้เลยขอรับ ผู้อาวุโส”
หนวดเคราของผู้อาวุโสใหญ่ปลิวไสวในทันใด เช่นเดียวกับชายเสื้อคลุมของท่านทั้ง ๆ ที่ไม่มีลม ผู้อาวุโสใหญ่ยกนิ้วมือชี้ขึ้นไปที่หน้าผากของตนเอง ปากพึมพำบริกรรมคาถา แล้วสัญลักษณ์สีฟ้าครามก็ปรากฏขึ้นบนหน้าผากคล้ายกับเป็นดวงตาที่ยังไม่ลืมขึ้นมา
ชายชราถามออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจังว่า
“จ้าวอู่เจียง เจ้าเคยฆ่าคนบริสุทธิ์หรือไม่?”
“ไม่เคยขอรับ” ชายหนุ่มตอบอย่างเยือกเย็น
ไม่มีการตอบสนองจากแผ่นยันต์ทั้งห้าที่ติดอยู่กับกระดองเต่า
“จ้าวอู่เจียง เจ้าเคยหักหลังผู้ใดหรือไม่?” เคราของผู้อาวุโสใหญ่ปลิวไสว ดวงตาเบิกกว้าง ราวกับเป็นราชาผู้เคียดแค้น
จ้าวอู่เจียงส่ายหน้า
“ไม่เคย”
ไม่มีการตอบสนองจากแผ่นยันต์
บรรดาผู้คนที่อยู่รอบบริเวณต่างก็อุทานออกมาเล็กน้อย จ้าวอู่เจียงสามารถตอบคำถามได้อย่างรวดเร็วและเป็นปกติ
“จ้าวอู่เจียง เจ้าเคยทำเรื่องที่ฝืนใจตนเองบ้างหรือไม่?” ผู้อาวุโสใหญ่ถามอีกครั้ง
“เคยขอรับ”
เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“หากไม่ตอบตามความจริง เขาจะต้องควบคุมตนเองไม่ได้แน่”
นักพรตหนุ่มหลายคนเริ่มส่งเสียงนินทา ส่วนหลิ่วจี้ฉางหัวเราะเยาะออกมา
หยางเมียวเจิ้นขมวดคิ้ว สำหรับการทดสอบทั้งสามด่านนี้ ในอดีตมีผู้ผ่านการทดสอบเพียงหยิบมือเดียว ลำพังแค่การทดสอบด่านแรกก็ไม่มีผู้ใดรู้แล้วว่าตนเองจะถูกถามอะไรบ้าง
แผ่นยันต์บนกระดองเต่าเริ่มสั่นไหว แต่เพียงสองลมหายใจก็หยุดนิ่งและไม่ได้เปล่งแสงสีทองคำออกมา
“จ้าวอู่เจียง เจ้าเคยรู้สึกสงสารหรือเห็นใจผู้อื่นหรือไม่?” ในที่สุดผู้อาวุโสใหญ่ก็ถามคำถามใหม่
จ้าวอู่เจียงตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว “เคยขอรับ”
เมื่อพูดจบ แผ่นยันต์ที่ติดอยู่กับกระดองเต่าก็สั่นไหวอย่างรุนแรง คล้ายกับว่าพร้อมที่จะมีแสงสีทองคำระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ลมหายใจต่อมา ยันต์แผ่นหนึ่งก็หลุดลงมาหามือของจ้าวอู่เจียง
แต่จ้าวอู่เจียงยังไม่ทำได้คว้าจับ ยันต์แผ่นนั้นก็เผาไหม้อย่างรวดเร็ว พลันอักขระปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขาเป็นคำว่า ‘สายลม’
“ข้าถามคำถามจากหัวใจ” ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวพร้อมกับยิ้มกว้าง
ผู้อาวุโสลำดับสาม ผู้อาวุโสลำดับห้า และผู้อาวุโสลำดับหกต่างก็พากันขมวดคิ้วนิ่วหน้า
เกิดเสียงอุทานฮือฮาดังขึ้นรอบกาย หลายคนตะลึงและไม่อยากเชื่อ แผ่นยันต์บนกระดองเต่าถึงกับทำลายตัวเอง? นี่ไม่ใช่การยอมรับอย่างเปิดเผยแล้วหรือ?
ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวอย่างกระตือรือร้น
“ครั้งสุดท้ายที่ข้าถามคำถามเหล่านี้คือเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน นี่ไม่ใช่การทดสอบลักษณะนิสัยของผู้คนเท่านั้น แต่ยังเป็นการทดสอบจิตใจอีกด้วย”
“ข้าเองก็เป็นมนุษย์ จิตใจเจือปนด้วยเจ็ดอารมณ์หกความปรารถนา จิตใจของมนุษย์คือสิ่งที่มีความรู้สึกหลากหลายมาหลอมรวมกัน ในแผ่นดินนี้จะมีคนที่สมบูรณ์แบบได้อย่างไร? เพราะฉะนั้นการตอบคำถามด้วยความจริงใจจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด”
ลูกศิษย์ทั้งหลายพยักหน้า ในใจรู้สึกว่าหากเป็นเช่นนี้ตนเองก็คงเข้ารับการทดสอบได้เช่นกัน แต่ถ้าพวกเขาเผชิญหน้ากับคำถามที่ไม่คาดฝัน ก็ไม่มีสิ่งใดรับประกันว่าพวกเขาจะผ่านการทดสอบ
อย่างน้อยพวกเขาก็คงไม่ตอบคำถามอย่างสบายใจได้เช่นจ้าวอู่เจียง หนำซ้ำจ้าวอู่เจียงยังตอบทุกคำถามด้วยความจริงใจอีกต่างหาก
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ในเมื่อไม่ได้ทำสิ่งใดผิดก็ไม่มีอะไรให้เป็นกังวล
หลิ่วจี้ฉางรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าสายตาของผู้คนรอบตัวที่จ้องมองไปยังจ้าวอู่เจียงปรากฏความเคารพเลื่อมใสมากกว่าเดิม ในใจเขาเริ่มรู้สึกโกรธแค้น ทั้งแผ่นดินนี้จะมีคนที่จริงใจถึงเพียงนี้ด้วยหรือ?
แววตาของเฉินตงเอ๋อร์หมองเศร้าขึ้นมาทันทีเมื่อนางขยับเข้าไปยืนอยู่ข้างกายหยางเมียวเจิ้น บางครั้งความจริงใจและความตรงไปตรงมาก็คือเสน่ห์ดึงดูดใจ นางต้องการจะทำความรู้จักกับจ้าวอู่เจียงให้มากขึ้นจริง ๆ
หยางเมียวเจิ้นมีสีหน้าเย็นชาขึ้นมาเล็กน้อย ผ่านไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มสดใสก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก และนั่นก็ทำให้เหล่านักพรตหนุ่มไม่อาจละสายตาได้อีกแล้ว
“ด่านต่อไป ความแข็งแกร่ง”
“จ้าวอู่เจียง เจ้าสามารถเลือกลูกศิษย์ของสำนักศรัทธาราษฎรคนใดก็ได้ออกมาต่อสู้ด้วย ถ้าเจ้าชนะคนผู้นั้นได้ก็จะถือว่าผ่านการทดสอบด่านนี้ แต่มีข้อแม้ว่า ผู้ที่เจ้าเลือกมาสู้ด้วยต้องมีพลังไม่ต่ำกว่าขอบเขตยอดยุทธ์ หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็นผู้ที่สำเร็จวิชาเต๋าเทียบเท่ากับขอบเขตยอดยุทธ์”
ผู้อาวุโสใหญ่กระแอมไอออกมาแห้ง ๆ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะเมื่อประกาศกติกาในด่านนี้จบเรียบร้อย
ยังจะมีผู้ใดในสำนักศรัทธาราษฎรสามารถเอาชนะจ้าวอู่เจียงได้อีกหรือ? ด่านนี้แทบจะไม่จำเป็นต้องทดสอบกันอีกแล้ว
ชายหนุ่มพยักหน้าและชำเลืองมองไปยังกลุ่มลูกศิษย์ของสำนักศรัทธาราษฎร
และไม่ว่าสายตาของเขาไปหยุดลงตรงที่ใด บรรดาลูกศิษย์เหล่านั้นก็จะถอยหนีไปด้วยความหวาดกลัวว่าจะถูกเลือก
นั่นเป็นเพราะทุกคนรู้ดีว่าจ้าวอู่เจียงแข็งแกร่ง กระทั่งผู้อาวุโสลำดับที่สามก็ยังไม่ใช่คู่มือ แล้วพวกเขาจะไปเอาชนะจ้าวอู่เจียงได้อย่างไร
แววตาที่เคยเย็นชาของหลิ่วจี้ฉางตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อย แต่เขาก็รีบสงบสติอารมณ์ลงพลางก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าสบตากับจ้าวอู่เจียง
แม้เขาจะเกลียดชังจ้าวอู่เจียง แต่หลิ่วจี้ฉางก็ไม่ใช่คนโง่ ถ้าเขากล้าสบตาอีกฝ่าย เขาก็คงถูกเลือกเป็นแน่แท้ และนั่นก็จะทำให้เขาต้องกลายเป็นผู้แพ้ที่ต้องอับอายขายหน้าผู้คนไปตลอดกาล