ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 341 กลับสู่วังหลวง
บทที่ 341 กลับสู่วังหลวง
ระหว่างการเดินทางจากแดนตะวันตกขึ้นสู่ทางตอนเหนือ
กระดิ่งม้าส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง จ้าวอู่เจียงนั่งสะเทือนอยู่บนหลังม้า ต้นไม้ใบหญ้าข้างทางไหวเอนตามสายลม
นครหลวงปรากฏอยู่ในสายตาแล้ว สายลมและหิมะโหมกระหน่ำลงมาหนักมากขึ้น
ชายหนุ่มสวมชุดเสื้อคลุมสีดำ เจ้าม้าสีแดงห้อตะบึงไปข้างหน้า คนชุดดำกับม้าสีแดงตัดกับท้องฟ้าสีเทาและผืนดินสีขาวเป็นอย่างยิ่ง
ผู้คนที่อยู่สองข้างทางต่างก็หยุดมองชายหนุ่มผู้หล่อเหลาด้วยความประหลาดใจ ทุกคนต่างก็สงสัยว่าหิมะตกหนักเช่นนี้ เหตุไฉนชายหนุ่มจึงไม่หาที่พักข้างทาง แต่กลับยังออกเดินทางต่อไปด้วยท่าทางสบายใจ
จ้าวอู่เจียงปลดขวดน้ำเต้าจากข้างเอวขึ้นมาดื่มเล็กน้อย สุราไหลลงคอและเข้าสู่กระเพาะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นมาหล่อเลี้ยงร่างกาย
นี่คือสุราดอกท้อที่ผ่านการหมักในฤดูใบไม้ผลิประจำปีนี้
ระหว่างเดินทางกลับนครหลวง จ้าวอู่เจียงผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง กลิ่นสุราของที่นั่นลอยตลบอบอวลมาเตะจมูกเขาเข้าอย่างจัง ชายหนุ่มจึงแวะซื้อใส่ขวดน้ำเต้ากลับมาด้วย
อีกทั้งราคายังไม่แพง เพียงสองตำลึงเงินเท่านั้น
เจ้าของร้านสุราเป็นคนเรียบง่ายและกระตือรือร้น เขาพูดว่าปีนี้หิมะตกหนักกว่าทุกปี เช่นนั้นก็แสดงว่าปีหน้าย่อมเป็นปีที่ดี และหากการเพาะปลูกเป็นไปด้วยดี การขายสุราก็จะเป็นไปด้วยดีเช่นกัน
แต่สิ่งที่เจ้าของร้านไม่ทราบก็คือแม้สภาพอากาศจะเป็นลางดีของการเก็บเกี่ยว แต่หากเกิดสงครามขึ้นก็คงไร้ประโยชน์
เมื่อฤดูหนาวจบลง แคว้นต้าเซี่ยก็ต้องเผชิญหน้ากับสงครามอย่างแน่นอน
มีเพียงการชนะสงครามเท่านั้นที่จะทำให้เป็นปีที่ดีสำหรับการเก็บเกี่ยว มิฉะนั้นแล้ว แม้แต่การเอาชีวิตรอดก็คงยากลำบากยิ่ง
บางครั้งการเกิดเป็นคนธรรมดาก็เป็นเรื่องดีเช่นกัน แม้บ้านเมืองจะเกิดความเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวง ทว่าพวกเขาก็ไม่มีอันใดให้ต้องรับผิดชอบ
บางทีการเกิดมาเป็นคนธรรมดานับว่าเป็นโชคดีแล้ว อย่างน้อยเมื่อฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย ก็ยังมีเหล่าทหารกล้าคอยดูแลปกป้องอยู่เสมอ
ท้องฟ้ากว้างใหญ่ แผ่นดินกว้างขวาง สายลมและหิมะโปรยปรายลงมาหนาตัว จ้าวอู่เจียงระบายลมหายใจยาวแรง สายบังเหียนพันอยู่รอบมือ ควบคุมเจ้าม้าคู่ใจ เมื่อเจ้าม้าถูกกระตุ้น มันก็ส่งเสียงฟืดฟาด พลางเร่งความเร็วของฝีเท้า พุ่งทะยานฝ่าสายลมและหิมะไปข้างหน้า
ในไม่ช้าคนชุดดำและม้าสีแดงก็กลายเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ หายลับเข้าไปในม่านหิมะในที่สุด
…
จ้าวอู่เจียงกลับมาถึงนครหลวงในสภาพเนื้อตัวมอมแมม
เมื่อผ่านเข้าสู่ประตูวังหลวง ชายหนุ่มก็สังเกตเห็นว่ามีการวางกำลังเวรยามอารักขาแน่นหนามากกว่าเดิม
ต้องไม่ลืมว่าสมาชิกหน่วยองครักษ์มังกรเสียชีวิตไปหลายคนจากการต่อสู้กับเซวียนหยวนอวี้เหิง
เมื่อไม่มียอดฝีมือเหล่านั้นคอยรักษาความปลอดภัย พวกเขาจึงทำได้เพียงเติมจำนวนหน่วยราชองครักษ์ให้มากขึ้นเท่านั้น
บัดนี้การซ่อมแซมตำหนักหย่างซินเสร็จสิ้นลงแล้ว เสนาบดีกรมโยธาธิการย่อมไม่กล้าล่าช้าในการซ่อมแซมพระตำหนักส่วนพระองค์
จ้าวอู่เจียงรีบมุ่งหน้าไปยังตำหนักหย่างซินก่อนเป็นลำดับแรก ครั้นมาถึง เขาก็พบว่าเซวียนหยวนจิ้งไม่อยู่ตำหนัก นางคงกำลังปรึกษาหารืออยู่กับกลุ่มขุนนาง หรือไม่ก็กำลังอ่านรายงานสำคัญอยู่ในห้องอ่านตำราอย่างแน่นอน
ปีใหม่กำลังจะมาถึงแล้ว เช่นเดียวกับฤดูใบไม้ผลิ มีเรื่องมากมายให้พวกเขาต้องเตรียมการมากนัก
จ้าวอู่เจียงเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว และมุ่งตรงไปที่ตำหนักฉีเฟิงเพื่อพบกับตู๋กูหมิงเยว่
ในตำหนักฉีเฟิงมีเวรยามอารักขาความปลอดภัยอย่างหนาแน่น นอกจากเป็นคนของหน่วยราชองครักษ์แล้ว ก็ยังมีหน่วยกล้าตายจากตระกูลตู๋กูอยู่อีกด้วย
แต่เมื่อพวกเขาเห็นว่าผู้ที่เดินเข้ามาคือจ้าวอู่เจียง ก็ไม่มีผู้ใดกล้าหยุดชายหนุ่ม
พวกเขารู้ดีว่าจ้าวอู่เจียงเป็นคนสนิทของฮ่องเต้ เช่นเดียวกับที่เป็นคนสนิทของตระกูลตู๋กู อีกทั้งยังเป็นคนที่ฮองเฮาตู๋กูหมิงเยว่เชื่อใจมากที่สุดคนหนึ่ง
เมื่อชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้นที่ตำหนัก
ชิงเอ๋อร์ซึ่งกำลังเก็บดอกท้อใส่ตะกร้าอยู่ในสวนดอกไม้ประจำตำหนักก็ร้องอุทานออกมาด้วยความดีอกดีใจ นางรีบวิ่งเข้ามาหาจ้าวอู่เจียงราวกับเป็นผีเสื้อกระพือปีก หญิงสาวโถมตัวเข้าสู่อ้อมแขนของขันทีปลอมโดยปราศจากความลังเล ชิงเอ๋อร์กอดเอวของเขาแน่นพร้อมกับบ่นพึมพำ
“จ้าวอู่เจียง ท่านหายไปไหนมาหลายวัน?”
“ในช่วงที่ข้าไม่อยู่ ฮองเฮาเป็นอย่างไรบ้าง?”
จ้าวอู่เจียงถามกลับ เขายกมือขึ้นลูบศีรษะชิงเอ๋อร์ ในฐานะที่เป็นบุปผางามงามซึ่งเบ่งบานเต็มที่แล้ว ชิงเอ๋อร์เติบโตมากขึ้นและมีความงดงามอย่างสตรีที่โตเต็มวัย
แม้ว่าชิงเอ๋อร์จะมีตำแหน่งในวังหลวงเป็นบ่าวรับใช้ส่วนตัวของตู๋กูหมิงเยว่ แต่นางก็ถือเป็นสมาชิกของตระกูลตู๋กูเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทกับตู๋กูหมิงเยว่มาตั้งแต่เด็ก ๆ
เมื่อเทียบกันแล้ว ตู๋กูหมิงเยว่เป็นคนที่งดงามอย่างสูงสง่าและหรูหรา ส่วนชิงเอ๋อร์มีความสวยงามอ่อนหวานและจริงใจ
“ฮองเฮาแข็งแรงดีเจ้าค่ะ” ชิงเอ๋อร์เขย่ากลีบดอกท้อที่อยู่ในตะกร้าไม้ไผ่ใบเล็กพร้อมยิ้มยิงฟัน เผยให้เห็นลักยิ้มที่สองข้างแก้มและเขี้ยวเล็ก ๆ น่ารัก
“วันนี้ฮองเฮาอารมณ์ดี ไม่สิ ฮองเฮากำลังเตรียมตัวจะทำขนมดอกท้อ”
จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอ่อนโยนและพยักหน้า
เป็นเรื่องดีที่คนเราจะแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ยิ่งต้องบำรุงร่างกายและจิตใจให้สมบูรณ์พร้อมก่อนจะให้กำเนิดทารกออกมา
จ้าวอู่เจียงเคยวินิจฉัย คำนวณเวลาเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ตู๋กูหมิงเยว่น่าจะคลอดทารกออกมาใกล้ ๆ ช่วงกลางฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึง…