ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 388 ความรักสามารถทบทวนซ้ำได้กี่รอบ?
บทที่ 388 ความรักสามารถทบทวนซ้ำได้กี่รอบ?
ต่อให้บุรุษจะมีความแข็งแกร่งเพียงใด แต่สุดท้ายก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้แก่ความงามของสตรีอยู่ดี
จ้าวอู่เจียงรอบที่สอง (๑><๑)
จ้าวอู่เจียงรอบที่สาม (。ò∀ó。)
จ้าวอู่เจียงรอบที่สี่ (。ò∀ó。)
…
จ้าวอู่เจียงรอบที่เจ็ด (ง•̀_•́)ง
จ้าวอู่เจียงรอบที่แปด (ง•̀_•́)ง
…
จ้าวอู่เจียงรอบที่สิบสอง (눈_눈)
จ้าวอู่เจียงรอบที่สิบสาม(눈_눈)
จ้าวอู่เจียงรอบที่สิบสี่ (✘_✘)
หลังผ่านไปสิบสี่รอบ จ้าวอู่เจียงจ้องมองซูฮัวอีและหลี่ชานซีผู้นอนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง พวกนางมีรูปร่างงดงาม ดวงตามากเสน่ห์ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจ ความรักจะสามารถทบทวนซ้ำได้กี่รอบกันหนอ?
…
ตะเกียงถูกจุด หน้าต่างปรากฏแสงสว่าง แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนพื้นหิมะ
ณ ตำหนักหย่างซิน
จ้าวอู่เจียงนั่งอยู่เคียงข้างเซวียนหยวนจิ้ง ทั้งสองคนกำลังนั่งอ่านบทกวีและตำราโบราณอย่างสบายอารมณ์
“การเข้าร่วมงานเลี้ยงวันนี้ทำให้เจ้าปวดเอวมากหรือ?” เซวียนหยวนจิ้งถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ด้วยเห็นจ้าวอู่เจียงยกมือนวดเอวอยู่เป็นระยะ
ชายหนุ่มพยักหน้า สายตายังคงกวาดมองเนื้อหาบนตำราโบราณ ใบหน้าไม่ได้กลายเป็นสีแดงหรือผิดแปลกแต่อย่างใด เพียงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเป็นปกติ
“ปวดมากทีเดียว… พ่ะย่ะค่ะ นับว่าปวดที่สุดแล้ว”
“เจ้าดื่มยาแล้วใช่หรือไม่?” เซวียนหยวนจิ้งขมวดคิ้ว ได้แต่นึกตำหนิจ้าวอู่เจียงที่ไม่ดูแลร่างกายให้ดี
“อ้อ จริงด้วยสิ ท้องพระคลังมีเงินเติมเข้ามาเป็นจำนวนมาก และในเวลาเดียวกันนี้ ขุนนางจำนวนไม่น้อยก็ส่งผู้คุ้มกันของตนเองไปเข้าร่วมกับการระดมพลของเสนาบดีกรมกลาโหม พวกเขากำลังจะถูกส่งตัวไปประจำการอยู่ที่ชายแดนฝั่งเหนือและฝั่งใต้”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า ขุนนางเหล่านั้นนับว่าลงมือรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง เมื่อรับปากแล้วก็ไม่คืนคำ ถือว่าเป็นเรื่องดีนัก
“ต้องขอบใจเจ้ามากจริง ๆ” เซวียนหยวนจิ้งมีแววตาและน้ำเสียงที่อ่อนโยนนุ่มนวลมากขึ้น
“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณหรอกพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวอู่เจียงวางตำราโบราณในมือลง เอื้อมมือไปจับมือของเซวียนหยวนจิ้ง
เซวียนหยวนจิ้งมีเรื่องให้ครุ่นคิดจนหนักใจ ทำให้พลังในร่างกายขาดสมดุล อีกทั้งนี่ยังเป็นฤดูหนาว มือและเท้าของนางจึงเย็นเฉียบมากกว่าปกติ
จ้าวอู่เจียงบีบมือของเซวียนหยวนจิ้งแน่น ก่อนจะถูมือตนกับมือฮ่องเต้หญิงเพื่อมอบความอบอุ่นให้กับนาง
“ข้าก็ยังคงต้องขอบคุณเจ้าอยู่ดี” เซวียนหยวนจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“ถ้าไม่มีเจ้า ข้าก็คง…ข้า…ข้าก็คงตายไปนานแล้ว… ตลอดเวลาที่ผ่านมา เจ้าเป็นคนช่วยปิดบังความจริงให้กับข้า ทั้งยังช่วยข้าจัดการเรื่องการบริหารบ้านเมือง…”
“อืม…ไม่ทราบว่าตอนนั้นผู้ใดขู่ว่าจะตัดหัวกระหม่อมหนอ? ดูบัดนี้เถิด ทนขาดกระหม่อมไม่ได้เสียแล้วหรือ?” จ้าวอู่เจียงหยอกเย้ากลับไปเบา ๆ จับมือของเซวียนหยวนจิ้งและดึงนางเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด
เซวียนหยวนจิ้งเอนตัวซบอกจ้าวอู่เจียง เมื่อได้กลิ่นที่คุ้นเคยจึงรู้สึกผ่อนคลายไปโดยปริยาย นางกระซิบแผ่ว
“คงจะดีถ้าเจ้าปรากฏตัวขึ้นมาเร็วกว่านี้ แต่ช่างเถอะ เพียงเท่านี้… ข้าก็พอใจแล้ว”
“แต่กระหม่อมไม่พอใจ… ในฐานะที่ฝ่าบาทเป็นฮ่องเต้ ฝ่าบาทต้องมีความกระตือรือร้นและทำงานหนักมากกว่านี้ เพื่อที่กระหม่อมจะได้เป็นคนของฝ่าบาทโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ฝ่าบาทเข้าใจหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
จ้าวอู่เจียงโอบกอดเซวียนหยวนจิ้งเบา ๆ บนริมฝีปากประดับรอยยิ้มอ่อนโยน แต่แววตาฉายแววลึกซึ้งปั่นป่วน เขาพยายามเก็บซ่อนอารมณ์ความรู้สึกอย่างเต็มที่
หมอดูเทวดาประจำสำนักศรัทธาราษฎรกล่าวว่า ชะตาชีวิตของเซวียนหยวนจิ้งได้จบสิ้นลงแล้ว นางจะมีชีวิตอยู่ได้ถึงช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิปีหน้าเพียงเท่านั้น
ก่อนหน้านี้เซวียนหยวนจิ้งก็คงมีลางสังหรณ์เช่นกัน ในช่วงหลังนางถึงได้มีท่าทีอ่อนโยนมากขึ้น
และนางก็ปรารถนาแสงแรกยามเช้ามากกว่าแสงสุดท้ายยามเย็น
“เจ้าก็เป็นคนของข้าอยู่แล้วมิใช่หรือ?” เซวียนหยวนจิ้งอมยิ้มพร้อมกับลูบแผ่นหลังของจ้าวอู่เจียงเบา ๆ
“ได้เพียงหัวใจ ไม่ได้ร่างกาย แบบนี้จะเรียกว่ากระหม่อมเป็นคนของฝ่าบาทเต็มปากได้อย่างไรกัน? ฝ่าบาททราบหรือไม่ว่ามีสตรีมากมายเพียงใดต้องการครอบครองกระหม่อม?”
จ้าวอู่เจียงแย้มยิ้มขณะเอื้อนเอ่ย ก่อนที่เขาจะพูดอย่างจริงจังมากขึ้นในประโยคถัดมา…
“อย่าลืมข้อตกลงของเรานะพ่ะย่ะค่ะ เมื่อสงครามสงบลงแล้ว กระหม่อมจะมอบความบริสุทธิ์ของกระหม่อมให้กับฝ่าบาท”
“ฮะ? เจ้ายังมีความบริสุทธิ์เหลืออยู่อีกหรือ?“ เซวียนหยวนจิ้งรู้สึกสงสัยนัก นางถามออกไปด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเจ้าหรือไม่นั่น?”
“จริง ๆ แล้วกระหม่อมฝึกการต่อสู้มาตั้งแต่ยังเด็ก และอาจารย์ของกระหม่อมก็บอกให้กระหม่อมรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้พ่ะย่ะค่ะ” จ้าวอู่เจียงเลิกคิ้วพลางยิ้ม
เซวียนหยวนจิ้งรู้สึกขบขันกับความไร้ยางอายของจ้าวอู่เจียง รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง หญิงสาวยกมุมปากขึ้นหยันพลันพูดด้วยความโกรธ
“จริงรึ? เช่นนั้นข้าคงต้องตรวจสอบเรือนร่างของเจ้าอย่างระมัดระวังแล้ว หากไม่เป็นจริงตามนั้น เจ้าจะมีความผิดฐานหลอกลวงฮองเต้และควรถูกประหารชีวิต”
“กระหม่อมจะรีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย รอคอยฝ่าบาทเลยพ่ะย่ะค่ะ!”