ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 424 ความคิด
บทที่ 424 ความคิด
“เขาติดตามท่านแม่ทัพใหญ่คนเก่ามาตั้งแต่เด็ก ศึกษาเรื่องศาสตร์การทำสงครามมามาก และเคยเข้ารบในสงครามครั้งสำคัญมานับครั้งไม่ถ้วน ซ้ำยังนำกองกำลังออกไปรับมือกับข้าศึกตั้งแต่อายุยังน้อย มีความสัมพันธ์กับบรรดาทหารเก่าในกองทัพอย่างแน่นแฟ้น”
ตู๋กูเทียนชิงถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย
“หากทางราชสำนักไม่ได้ส่งข้ามาเป็นแม่ทัพใหญ่ที่นี่ เกรงว่าทหารทุกคนคงสนับสนุนเขาให้ขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่โดยไม่ต้องสงสัย…”
“เหตุผลที่จ้าวเหยียนซือยากต่อการรับมือ เป็นเพราะว่าเขาได้รับการสนับสนุนจากบรรดาทหารเก่าและผู้คนในกองทัพแทบทั้งหมด”
“แม้จ้าวเหยียนซือไม่เคยมีความคิดที่จะแย่งชิงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ไปจากข้า แต่บรรดาทหารเก่าและผู้ติดตามของเขาก็พยายามใส่ไฟอยู่เสมอ”
“ยิ่งไปกว่านั้น ข้าเองก็รู้ดีเช่นกันว่าจ้าวเหยียนซือไม่ได้ชื่นชอบข้าซักเท่าไหร่ เขาคิดว่าข้าไม่ดีพอที่จะมาสืบทอดตำแหน่งแทนบิดาของเขา”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า เรื่องราวเช่นนี้เห็นได้ทั่วไปในหน้าประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะผู้ที่มีตำแหน่งอันสูงส่งและมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ต่อให้ไม่มีความคิดอยากแย่งชิงอำนาจ แต่ก็มักจะถูกบรรดาลิ่วล้อผลักดันให้กระทำเช่นนั้นเสมอ
สุดท้ายผู้ที่มีตำแหน่งสูงส่งและมีผู้ติดตามมากมายจะทนการรบเร้าเช่นนั้นได้นานเพียงใดกัน?
แต่ดูเหมือนบัดนี้จ้าวเหยียนซือยังคงมีเหตุมีผลดีอยู่ แม้เขาจะมีความบาดหมางกับตู๋กูเทียนชิง แต่ก็ไม่อยากสร้างความขัดแย้งให้ใหญ่โตไปมากกว่านี้
จ้าวอู่เจียงถูนิ้วมืออย่างใช้ความคิด ดวงตาเป็นประกายลึกล้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะถามออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า
“ท่านพี่เทียนชิง ท่านมีข้อมูลเกี่ยวกับสายลับของข้าศึกที่แฝงตัวอยู่ในเมืองจูเป่ยมากเพียงใด?”
“มีน้อยนัก” ตู๋กูเทียนชิงส่ายหน้า กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“คนที่พยายามลอบสังหารข้าก่อนหน้านี้ต่างมีกำลังเสริม พวกมันสามารถหลบหนีออกไปได้ จึงไม่มีโอกาสจับตัวมาสอบปากคำ ข้อมูลจึงมีน้อยมาก เบาะแสเดียวที่พวกเรารู้ก็คือ พวกมันมาจากแคว้นหนานเจียง”
“และตอนนี้ก็น่าจะมีสายลับของพวกมันแฝงตัวอยู่ในเมืองจูเป่ยไม่น้อย หรือแม้แต่ในค่ายทหารของพวกเราเองก็ตาม พวกมันกำลังวางแผนที่จะทำลายเมืองของพวกเรา”
แววตาของจ้าวอู่เจียงหมองหม่น เขาถูนิ้วมืออย่างใช้ความคิด ความคิดในหัวหมุนวนเร็วมากขึ้น ยามนี้ชายหนุ่มกำลังลองสวมบทบาทเป็นศัตรู นี่คือวิธีที่เขามักจะทำเสมอยามต้องเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่
ถ้าเขาเป็นสายลับจากแคว้นหนานเจียง หรือเป็นสายลับจากชาวเผ่าโหลวหลาน เขาจะลงมือเมื่อไหร่? เขาจะลงมืออย่างไร?
เวลาและวิธีการคือสิ่งสำคัญที่สุด!
ถ้าเขาเป็นสายลับจากแคว้นหนานเจียง ด้วยความที่ก่อนหน้านี้ลงมือล้มเหลว หากลงมืออีกทีอาจจะถูกจับกุมได้อย่างง่ายดาย ฉะนั้นเขาต้องรอยืนยันให้มั่นใจก่อนว่า หนอนพิษได้แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของตู๋กูเทียนชิงอย่างไม่สามารถหาทางกำจัดได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นจึงจะถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการลงมืออีกครั้ง แต่เขาจะลงมืออย่างไร? เขาจะลงมือทำอะไร?
เขาต้องรอให้ตู๋กูเทียนชิงตายก่อนหรือไม่? ไม่ได้ มันช้าเกินไป หากตู๋กูเทียนชิงสามารถทนพิษไหว หรือมีหมอยามาช่วยหาวิธีชะลอการกำเริบของพิษได้สำเร็จเล่า?
ในเมื่อเขาซ่อนตัวอยู่ในค่ายทหาร เขาก็น่าจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองจูเป่ยไม่น้อย แล้วเขาจะสามารถใช้ประโยชน์จากเรื่องอะไรได้บ้าง?
อย่างเช่น ถ้าขุนพลราชองครักษ์อย่างจ้าวเหยียนซือและตู๋กูเทียนชิงไม่ลงรอยกัน นี่จะนำไปสู่ความแตกแยกที่ใหญ่โตขึ้นได้หรือไม่? เช่นนั้น เขาจะสามารถใช้ให้จ้าวเหยียนซือโจมตีตู๋กูเทียนชิงได้หรือเปล่า?
เขาสามารถใส่ไฟให้จ้าวเหยียนซือโกรธแค้นตู๋กูเทียนชิงมากขึ้น ในเวลาเดียวกันนี้ก็ปล่อยข่าวลือในกองทัพว่าตู๋กูเทียนชิงล้มป่วยหนัก สร้างความโกลาหลให้เกิดขึ้นในกองทัพทีละเล็ก ทีละน้อย
นี่คือการทำลายขวัญกำลังใจของทหารในเมืองจูเป่ย และยังเป็นการบังคับให้จ้าวเหยียนซือต้องลงมือด้วย ไม่ว่าจ้าวเหยียนซือต้องการจะรักษาขวัญกำลังใจของทหารในกองทัพหรือต้องการจะโค่นล้มตู๋กูเทียนชิงจริง ๆ ก็ตาม ไม่ว่าอย่างไรเขาจะต้องลงมืออย่างแน่นอน!
ตราบใดที่จ้าวเหยียนซือลงมือและตู๋กูเทียนชิงตายไป ความวุ่นวายและโกลาหลจะต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้ามีการปล่อยข่าวลือว่าจ้าวเหยียนซือวางแผนก่อกบฏด้วยการสร้างความวุ่นวายในครั้งนี้ เมืองจูเป่ยก็จะต้องล่มสลายลงจากความขัดแย้งภายในมิใช่หรือ?
หรือต่อให้ตู๋กูเทียนชิงไม่ถึงแก่ชีวิต แต่การลงมือแย่งชิงอำนาจของรองแม่ทัพอย่างจ้าวเหยียนซือ ก็จะยิ่งขยายรอยร้าวในจิตใจของพวกเขาให้ใหญ่โตมากขึ้น ครั้นความขัดแย้งดำเนินมาถึงจุดแตกหัก เมืองจูเป่ยก็จะต้องตกอยู่ในความโกลาหลอีกเช่นกัน และชาวเผ่าโหลวหลานก็จะอาศัยโอกาสนี้บุกโจมตีพวกเขา
นี่คือหนึ่งในความเป็นไปได้ ถ้าจ้าวอู่เจียงเป็นสายลับที่ซ่อนตัวอยู่มานานหลายปี แล้วนอกจากจะใช้ประโยชน์จากจ้าวเหยียนซือ เขายังจะสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งอื่นได้อีกหรือไม่?
เมื่อการสู้รบเกิดขึ้น นั่นก็จะกลายเป็นช่วงเวลาวิกฤต แล้วเขาควรจะทำอย่างไรเพื่อทำให้เมืองจูเป่ยพินาศย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี?
หืม… ดวงตาของจ้าวอู่เจียงลึกล้ำดั่งมหาสมุทร หัวใจของเขาเต้นรัวเร็ว
เสบียง!
ใช่แล้ว เสบียงอาหาร! ตราบใดที่สามารถตัดการขนส่งเสบียงอาหารได้สำเร็จ กองทัพในเมืองจูเป่ยก็จะอ่อนแอลงไปโดยปริยาย
ใช่แล้ว… การขนส่งเสบียงอาหารยังเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของคนภายในกองทัพอีกด้วย!