ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 445 หมาป่ากำลังมา
บทที่ 445 หมาป่ากำลังมา
การเคลื่อนไหวของหิมะไม่ได้ผิดปกติไปจากการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติในบริเวณนี้
การหยิบยืมพลังจากฟ้าดินเช่นนี้ เป็นก้าวแรกสู่การเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตเทวะ
จ้าวอู่เจียงฝึกฝนวิชาปราณไร้วิญญาณและวิชาทองคำไร้พ่าย เขาได้รับ ‘พลัง’ ที่สะสมไว้ตลอดหลายสิบปีของเป่ยจิ้งเฉิง นอกจากนี้เขายังฝึกวิชาเต๋าตามคัมภีร์ปรสูตร อีกทั้งในร่างกายยังมีปราณกระบี่จำนวนมหาศาล
ช่วงขณะนี้ เท้าของเขาสามารถสัมผัสขอบเขตเทวะได้อีกครั้ง
แม้จ้าวอู่เจียงจะไม่ทราบว่าขอบเขตเทวะแข็งแกร่งเพียงใด เพราะเขายังไม่เคยเผชิญหน้าผู้ที่อยู่ในขอบเขตเทวะมาก่อน
ทว่าจากการคำนวณในใจ ชายหนุ่มมั่นใจว่าความแข็งแกร่งของตนเองในขณะนี้ ถ้าไม่ใช่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตเทวะระดับสูง เขาก็ไม่ต้องกลัวใครอีกแล้ว
แต่แน่นอนว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตเทวะได้นั้นย่อมไม่ใช่ชนชั้นธรรมดา การที่พวกเขาสามารถบรรลุขอบเขตเทวะได้ ย่อมมีความพิเศษเหนือคนธรรมดาอย่างแน่นอน
…
หลังจากอธิบายและเตรียมตัวเรียบร้อย จ้าวอู่เจียงพร้อมด้วยเจี๋ยเอ้อร์ซานกับเจี๋ยสือจิ่วก็เดินออกจากประตูเมืองจูเป่ย มุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยังทิศทางดินแดนของชาวเผ่าโหลวหลาน
ชายหนุ่มหันกลับไปมองประตูเมือง ณ เขตชายแดน ประตูเมืองเป็นสีน้ำตาลแดง และเต็มไปด้วยความเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์
หอคอยบนกำแพงเมืองเชื่อมต่อกันมาจนถึงประตูเมือง เมื่อมองจากมุมนี้พวกมันดูสูงเสียดฟ้า กำแพงเมืองดูยิ่งใหญ่ราวกับภูผาสีดำทมิฬ มันแทบไม่ต่างไปจากยักษ์ใหญ่ที่มีลำตัวเป็นเกล็ดสีดำซึ่งกำลังเงยหน้าท้าทายท้องฟ้าเลย
ครืน! ครืน!
เสียงการเคลื่อนไหวดังสนั่น ประตูเมืองขนาดใหญ่กำลังปิดลงอย่างช้า ๆ
สายลมและหิมะรุนแรงมากขึ้น จ้าวอู่เจียงกระตุกสายบังเหียน มุ่งหน้าสู่ดินแดนที่เต็มไปด้วยหิมะทางทิศเหนือ เขาและองครักษ์มังกรอีกสองคนขี่ม้าเรียงแถวหายไปในม่านหิมะและสายลม
เมื่อมองจากสันกำแพงเมืองจูเป่ย ดวงตาของตู๋กูเทียนชิงกับจ้าวเหยียนซือฉายแววเคร่งเครียด พวกเขาจ้องมองแผ่นหลังของจ้าวอู่เจียงและองครักษ์ทั้งสองที่ห่างไกลออกไปเรื่อย ๆ
แม้องครักษ์ทั้งสองจะอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ แต่พวกเขาก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี
ชาวเผ่าโหลวหลานเป็นกลุ่มคนที่ป่าเถื่อนโหดร้าย ขุมกำลังของพวกมันมียอดฝีมือที่เทียบชั้นกับเหล่ายอดฝีมือของแผ่นดินต้าเซี่ยได้อย่างสบาย ๆ
หากจ้าวอู่เจียงเผชิญหน้ากับกลุ่มคนยอดฝีมือเหล่านั้น เขาก็อาจจะต้องพ่ายแพ้ แต่เพียงพ่ายแพ้นั้นอาจเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว เนื่องจากถึงอย่างไรพ่ายแพ้ก็ดีกว่าตาย
ความหวังเดียวที่พวกเขามีก็คือ ขอให้จ้าวอู่เจียงออกไปสืบข่าวที่ต้องการอย่างรวดเร็ว และหวังว่าเขาจะรู้ว่าควรหยุดเมื่อไหร่ อีกทั้งไม่ลักลอบเข้าไปในดินแดนของชาวเผ่าโหลวหลานลึกเกินไป
…
ทุ่งน้ำแข็งยาวไกลนับพันลี้ ไม่มีสัญญาณของการละลายในช่วงปลายฤดูหนาว
ท้องฟ้าและผืนดินกว้างใหญ่ เกล็ดหิมะปลิวว่อน สายลมเหนือโชยพัด
บางคนเดินทางด้วยการขี่ม้า แต่บางคนก็เดินทางด้วยการขี่หมาป่า
บนทุ่งหิมะ หมาป่าหิมะแข็งแกร่งเทียบเท่าอาชาตัวพ่วงพี มีขนเป็นสีเทายุ่งเหยิง ใบหูยาว ดวงตายาวรีดุร้าย หายใจเข้าออกอย่างหนักหน่วงอยู่ทุกครา ลมหายใจของมันเปลี่ยนเป็นไอหมอกขาว ก่อนจะกลายเป็นน้ำแข็ง
ดวงตาของหมาป่าหิมะดุดันและฉลาดเฉลียว แต่เมื่อเด็กสาวที่ขี่อยู่บนแผ่นหลังของมันโน้มตัวลงมากอดคอและกระซิบอะไรบางอย่างข้างหู ความดุร้ายนั้นก็จางหายไป พร้อมเผยให้เห็นความอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ
ทันใดนั้นหมาป่าหิมะพลันกระโดดขึ้นสูง มันสามารถหลบหลีกลูกธนูที่ถูกยิงมาจากทางด้านหลัง โดยกลุ่มชายฉกรรจ์สวมเสื้อขนสัตว์เจ็ดคนที่ขี่ม้าตามล่าอย่างกระชั้นชิดได้
หมาป่าหิมะโค้งตัวอยู่บนพื้นน้ำแข็ง กรงเล็บทั้งสี่ข้างตะกุยพื้นน้ำแข็งและหิมะ มันพ่นลมหายใจเสียงดัง ก่อนที่ความเร็วในการวิ่งหนีจะเพิ่มมากขึ้น
หมาป่าหิมะตัวนี้มีนามว่าเสี่ยวไป๋ ถึงจะเป็นสัตว์ แต่มันก็เหมือนกับหมาป่าหิมะทุกตัวของชาวเผ่าโหลวหลาน พวกมันต่างได้รับการตั้งชื่อเป็นของตนเอง
และชื่อเสี่ยวไป๋ก็ได้ด็กสาวผู้ขี่อยู่บนหลังตั้งให้นั่นเอง
เด็กสาวมีนามว่ากู่หลีเขอลี่ ส่วนเจ้าหมาป่ามีนามว่าเสี่ยวไป๋ ซึ่งถ้าแปลตามภาษาของชาวต้าเซี่ย เสี่ยวไป๋จะแปลว่าสีขาว
เด็กสาวเก็บหมาป่าตัวนี้มาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก นางบอกมันว่าดินแดนทางทิศใต้ซึ่งถูกเรียกขานว่าแผ่นดินต้าเซี่ยนั้น สีขาวเป็นสัญลักษณ์ของความสวยงามและบริสุทธิ์ ถ้ามีโอกาส นางจะพามันไปท่องเที่ยวบนแผ่นดินต้าเซี่ยอย่างแน่นอน เพื่อที่จะได้ให้เห็นกับตาว่าแผ่นดินต้าเซี่ยยอดเยี่ยมและน่ามหัศจรรย์เพียงใด
แม้จะเป็นหมาป่า แต่มันก็เป็นทายาทของหมาป่าเทพเจ้า และมีสติปัญญาฉลาดเฉลียวยิ่งนัก
มันจึงอยากจะบอกเด็กสาวเช่นกันว่า แผ่นดินต้าเซี่ยนั้นไม่ได้งดงามและมหัศจรรย์ตามที่คิด มิหนำซ้ำยังเป็นแผ่นดินแห่งการหลอกลวงอีกด้วย
ถึงชื่อของมันจะแปลเป็นภาษาต้าเซี่ยว่าสีขาว แต่ตัวของเสี่ยวไป๋นั้นชอบสีสันของแผ่นดินโหลวหลานมากกว่า สีสันที่เต็มไปด้วยสีเทาอันน่าเกรงขาม มันงดงามมากกว่ากันหลายเลยเท่าทีเดียว