ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 460 นักรบใหญ่
บทที่ 460 นักรบใหญ่
การต่อสู้ระหว่างชาวเผ่าจินจางและชาวเผ่าอวี้จางนั้นไม่ได้ดุเดือดมากนัก
นักรบของชาวเผ่าอวี้จางเพียงป้องกันไม่ให้ชาวเผ่าจินจางทำอันตรายเจ้าหมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋
เนื่องจากหมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋เป็นทายาทของหมาป่าเทพเจ้า แต่ด้วยบัดนี้มันยังไม่ได้ปลุกพลังในตัวขึ้นมา จึงไม่ได้มีความสำคัญต่อชาวโหลวหลานแต่อย่างใด
ทว่าเจ้าหมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋เป็นสัตว์เลี้ยงขององค์หญิงกู่หลีเขอลี่แห่งเผ่าอวี้จาง เมื่อชาวเผ่าอวี้จางพบตัวมัน ก็จำเป็นต้องปกป้องคุ้มครองเสี่ยวไป๋เป็นธรรมดา
ในเวลาเดียวกันนี้ พวกเขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าหมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋เดินทางไปเป็นแขกของชาวเผ่าจินจางพร้อมกับองค์หญิงไม่ใช่หรือ แล้วมันมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? หรือว่าเกิดเรื่องขึ้นกับองค์หญิง?
ชาวเผ่าอวี้จางต่อสู้พลางสอบถามไปด้วย แต่ชาวเผ่าจินจางก็ไม่ยอมตอบคำใด นี่ยิ่งทำให้ชาวเผ่าอวี้จางรู้สึกประหลาดใจมากขึ้น เดิมทีนักรบของชาวเผ่าจินจางมักจะมีศักดิ์ศรีในตนเองเสมอ แต่วันนี้เกิดอะไรขึ้น?
ชาวเผ่าอวี้จางรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเวลาเดียวกันนี้ เสี่ยวไป๋ก็ส่งเสียงเห่าหอนอยู่ด้านข้าง แต่พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่ามันกำลังพูดอะไรอยู่
ความจริงสิ่งที่เสี่ยวไป๋กำลังพูดอยู่ก็คือองค์หญิงถูกชาวเผ่าจินจางคิดร้าย จึงต้องการให้นักรบของชาวเผ่าอวี้จางสังหารนักรบชาวเผ่าจินจางเหล่านี้ให้หมดสิ้น
แต่หลังจากส่งเสียงเห่าหอนอยู่ได้พักใหญ่ เสี่ยวไป๋ก็ต้องเงียบไปด้วยความหมดหวัง คงจะดีถ้าคนในเผ่าอวี้จางมีความสามารถเช่นเดียวกับจ้าวอู่เจียงผู้เป็นนายท่านของเสี่ยวหง พวกเขาจะได้เข้าใจว่ามันกำลังพูดอะไร
เสี่ยวไป๋ทำได้เพียงนั่งมองกลุ่มคนของทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน ฝ่ายหนึ่งพยายามสอบถาม ส่วนอีกฝ่ายเอาแต่นิ่งเงียบ การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายไม่ได้หนักหน่วงอันใด เป็นเหมือนการทดสอบความแข็งแกร่งกันมากกว่า
เสี่ยวไป๋อยากจะวิ่งเข้าไปกระโดดกัดนักรบชาวเผ่าจินจางเหล่านั้นจริง ๆ แต่ก็ทำไม่ได้
ตอนนี้มันเข้าใจแล้วเช่นกันว่าเพราะเหตุใด ทั้งสองฝ่ายจึงไม่ได้เปิดฉากต่อสู้กันอย่างเต็มกำลัง
เพราะว่าชาวเผ่าอวี้จางคนหนึ่งยังไม่ได้ส่งสัญญาณ
คนคนนี้นั่งอยู่บนหลังม้าสีดำตัวใหญ่ สวมเสื้อคลุมหนา หมวกแพรไหม เป็นชายฉกรรจ์ร่างใหญ่เคราดก และเป็นหนึ่งในนักรบใหญ่ของชาวเผ่าอวี้จาง เขามีชื่อว่า ทาหนามู่ซัว
นักรบใหญ่เป็นตำแหน่งเฉพาะในเขตทุ่งกว้าง แตกต่างจากนักรบทั่วไป ผู้ที่ดำรงตำแหน่งนักรบใหญ่จะแข็งแกร่งทรงพลัง เทียบได้กับผู้ที่อยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ตอนต้นของแผ่นดินต้าเซี่ย
ส่วนผู้ที่เป็นนักรบในเขตทุ่งกว้างนั้น โดยพื้นฐานแล้วจะมีพลังอยู่ในขอบเขตผู้ฝึกยุทธ์ระดับหกถึงระดับสี่ในแผ่นดินต้าเซี่ย
ทาหนามู่ซัวเป็นนักรบใหญ่ของชาวเผ่าอวี้จาง เขาแข็งแกร่งด้านการต่อสู้ และมีสถานะที่สูงส่งในกลุ่มชนเผ่าทั้งสองฝ่าย
ถ้าเขายังไม่ส่งสัญญาณใด ๆ ก็ไม่มีใครกล้าลงมือรุนแรง
หากจะให้กล่าวกันตามความเป็นจริง ความแข็งแกร่งของนักรบเผ่าอวี้จางย่อมไม่สามารถสู้ชาวเผ่าจินจางได้เลย แต่ในเมื่อทาหนามู่ซัวยังไม่คิดลงมือ ชาวเผ่าจินจางก็ไม่กล้าโจมตีเต็มกำลัง เพราะกลัวจะไปทำให้ทาหนามู่ซัวขุ่นเคืองใจขึ้นมา
ด้วยเหตุนี้เองทั้งสองฝ่ายจึงต่อสู้กันเพื่อประลองกำลัง ไม่ได้จะหมายมั่นเอาชีวิตกันแต่อย่างใด
ไม่นานหลังจากนั้นนักรบจากชาวเผ่าจินจางก็พร้อมใจกันหยุดมือ ก่อนจะหันไปทำความเคารพให้แก่ทาหนามู่ซัวด้วยการยกมือขวาขึ้นมาแตะบนหัวไหล่ของตนเอง ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังม้าและขี่จากไป
กลุ่มนักรบจากชาวเผ่าอวี้จางไม่ได้ไล่ตาม พวกเขาแค่ขี่ม้าเข้ามาหาเจ้าหมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋
“โฮ่ง! (เจ้าพวกโง่!)” เสี่ยวไป๋ส่งเสียงเห่าด้วยความโกรธแค้น การปล่อยให้นักรบชาวเผ่าจินจางหนีกลับไปเช่นนี้ ไม่ต่างไปจากการปล่อยเสือเข้าป่าเลยจริง ๆ
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด นักรบชาวเผ่าจินจางเหล่านั้นจะนำเรื่องราวทั้งหมด กลับไปรายงานพวกเบื้องบนอย่างแน่นอน แล้วกลุ่มคนเหล่านั้นก็จะนำกำลังคนมาปิดล้อมเส้นทางสัญจร ไล่ล่าสังหารองค์หญิงน้อยกู่หลีเขอลี่ระหว่างเดินทางกลับอีกครั้ง
เมื่อถึงตอนนั้นแม้จะมีนักรบใหญ่ของชาวเผ่าอวี้จางผู้นี้อยู่ด้วย แต่ต่อให้มีนักรบใหญ่เพิ่มอีกห้าคนก็คงไม่สามารถตีแหวกฝ่าวงล้อมออกไปได้สำเร็จอีกแล้ว
บรรดานักรบของชาวเผ่าอวี้จางรู้สึกไม่สบายใจกับเสียงเห่าของเจ้าหมาป่าหิมะขององค์หญิง มันส่งเสียงเห่าหอนไม่หยุด ราวกับว่าต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ มันยังคงส่งเสียงหอนสุดลำคอ เหมือนมีความอัดอั้นตันใจต้องการจะระบายออกมาไม่จบสิ้น
ถ้าหมาป่าหิมะตัวนี้ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงแสนรักขององค์หญิงแล้วล่ะก็ พวกเขาคงจับตัวมันมาถลกหนังทำเป็นเสื้อคลุมขนสัตว์ไปนานแล้ว
“หรือว่าองค์หญิงจะอยู่ในอันตราย? พาเราไปหาองค์หญิงเร็วเข้า” นักรบใหญ่ทาหนามู่ซัวซึ่งนั่งอยู่บนหลังม้าทมิฬพูดเสียงทุ้มต่ำกับเจ้าหมาป่าหิมะ
หมาป่าหิมะส่วนใหญ่ในเขตทุ่งกว้างสามารถเข้าใจคำพูดมนุษย์
หมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋กลอกดวงตาสีเทาดำของมัน ก่อนจะตอบกลับไป
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง บรู๊ว”