ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 473 หวาดกลัวราวแมลงเม่า
บทที่ 473 หวาดกลัวราวแมลงเม่า
ทาหนามู่ซัวเผ่าอวี้จางตกตะลึง ความหวาดกลัวเป็นเหมือนคลื่นซัดสาดอยู่ในใจ
เมื่อครู่ นักรบสวรรค์ผู้ติดตามขององค์ชายเผ่าจินจาง กงปู้หนีหม่า ยังไม่ทันได้ทำอะไร ก็กลายเป็นน้ำแข็ง แล้วสลายหายไปในพริบตา
เหล่านักรบของจินจางทั้งหมดกลายเป็นน้ำแข็งและแหลกสลายไปเช่นกัน
ภายใต้หิมะโหมกระหน่ำและเสียงลมโหยหวน การสังหารหมู่อันเยือกเย็น ช่างน่าสพรึงกลัว
ทาหนามู่ซัวเห็นเพียงจ้าวอู่เจียงวาดลวดลายในอากาศอย่างสบาย ๆ เขาไม่คาดคิดว่านั่นจะสามารถสังหารคนของเผ่าจินจางได้ทั้งหมด
ตอนนี้ทาหนามู่ซัวตระหนักได้ว่าชายหนุ่มจากต้าเซี่ยผู้นี้มิได้เป็นเพียงนักรบผู้ยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับเขา และไม่ได้เป็นนักรบสวรรค์ที่เขาหวาดกลัว เกรงว่าเขาคงเป็นผู้เทียบเคียงบุตรแห่งสวรรค์ ผู้อยู่บนจุดสูงสุดของชาวทุ่งหญ้า
ชั่วชีวิตของทาหนามู่ซัว นอกจากผู้ครอบครองพลังแห่งบุตรแห่งสวรรค์ เขาไม่เคยพบผู้ใดให้เกิดความรู้สึกกดดันขนาดนี้มาก่อน
แรงกดดันนี้หนักหน่วงจนแทบหายใจไม่ออก และทำให้เขาไม่ได้ยินคำถามของจ้าวอู่เจียง
ยามนี้เขารู้สึกว่า มือเขาที่กำดาบอยู่กำลังสั่นเทาและไร้เรี่ยวแรง
ช่วงขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งใจ โชคดีที่เขารอบคอบ มิได้ดูถูกจ้าวอู่เจียง เพียงเพราะเขาเป็นชาวต้าเซี่ย
ทาหนามู่ซัวเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนหน้าผาก แล้วค่อย ๆ ทบทวนคำถามของจ้าวอู่เจียง สีหน้าของเขาเปี่ยมด้วยความเคารพ เขาตื่นตระหนกเล็กน้อย พูดอึก ๆ อัก ๆ ไม่รู้จะตอบอย่างไร
หากรู้ล่วงหน้าว่าจ้าวอู่เจียงแข็งแกร่งเพียงนี้ เขาคงไม่กล่าวเช่นนั้น
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดจ้าวอู่เจียงจึงปฏิเสธคำขอของเขาถึงสองครั้งสองครา
ด้วยว่าจ้าวอู่เจียงแข็งแกร่ง คำวิงวอนของทาหนามู่ซัวไม่จำเป็นเลย เพราะตั้งแต่แรกจ้าวอู่เจียงตั้งใจจะสังหารคนเผ่าจินจางที่เป็นภัยคุกคามองค์หญิงน้อยทั้งหมดอยู่แล้ว
เว้นเสียแต่ว่า บุตรแห่งสวรรค์แห่งเผ่าจินจางจะมาด้วย หรือผู้รับใช้หมาป่าเทพเจ้าจะปรากฏตัว จึงอาจสามารถจับกุมจ้าวอู่เจียงและนำองค์หญิงน้อยกลับไปยังเผ่าจินจาง หรือสังหารพวกเขา ณ ทุ่งน้ำแข็งแห่งนี้ได้
ทาหนามู่ซัวสับสนอยู่นาน ยังคงพูดไม่ออก ทำได้เพียงก้มศีรษะลง คำนับจ้าวอู่เจียง
ช่วงเวลานี้เหล่านักรบเผ่าอวี้จางต่างนิ่งอึ้ง ตัวสั่นระรัวด้วยความเย็นยะเยือก ราวกับทั้งโลกหนาวเหน็บเหลือคณา ตลอดชีวิตที่ผ่านมา พวกไม่เคยสัมผัสความเยียบเย็นเช่นนี้มาก่อน ยามนี้พวกเขาแทบหายใจไม่ออก
ในใจของพวกเขาเปี่ยมล้นด้วยความหวาดกลัว ถึงวิถีแห่งกระบี่ของจ้าวอู่เจียงจะมิได้มุ่งตรงมายังพวกเขา ทว่าภาพการสังหารนักรบสวรรค์และองค์ชายเผ่าจินจาง เพื่อให้พวกเขาได้เดินทางกลับสู่เผ่าอวี้จางได้อย่างราบรื่น ก็ไม่อาจลืมเลือน
พวกเขาอยากจะหนีไปเสีย ด้วยกลัวว่าตัวเองจะไปสัมผัสกับพายุหิมะประหลาดนั้น แล้วกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง ตายจนไม่เหลือซากศพ ไม่สามารถกลับไปยังผืนดินของเผ่าอวี้จางได้
ความกลัวในใจของพวกเขามากขึ้นทุกที ครั้นระลึกถึงตอนตามหมาป่าหิมะไป และพบกับจ้าวอู่เจียงครั้งแรก ตอนนั้นทุกคนต่างวางมือบนดาบ เตรียมพร้อมจะลงมือกับอีกฝ่าย
ความรู้สึกโชคดีและความสำนึกผิดทอดเงาแผ่ขยายในใจ โชคดีที่ไม่ได้ลงมือ เพราะหากลงมือขึ้นมา เกรงว่าคงไม่ทันได้มาเจอนักรบเผ่าจินจาง พวกเขาก็จะต้องจบชีวิตลงบนทุ่งน้ำแข็งนี้แล้ว แม้โอกาสที่จะหลบหนีและการวิงวอนขอความเมตตาก็คงจะไม่มีแม้แต่น้อย ตอนนั้นจุดจบคงเป็นเช่นกลุ่มคนที่เพิ่งล้มตายลงเมื่อครู่แน่
ทว่าต่อให้คิดอย่างไร พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจว่า ไยจ้าวอู่เจียงถึงแข็งแกร่งเพียงนี้ได้ ความแข็งแกร่งของเขา นักรบสวรรค์เผ่าจินจางต้านทานไม่ได้แม้แต่น้อย
นักรบสวรรค์ในเผ่าจินจางและเผ่าอวี้จางมีน้อยจนนับจำนวนได้ กว่าจะขึ้นเป็นนักรบสวรรค์ยากเย็นเจียนตาย ทว่ากลับไม่สามารถต่อต้านจ้าวอู่เจียงได้แม้เพียงอึดใจ
จ้าวอู่เจียงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เกรงว่าจะมีเพียงบุตรแห่งสวรรค์เท่านั้นที่มีคุณสมบัติจะต่อสู้ด้วยกระมัง?
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่น่าประหลาดใจนักว่า เหตุใดองค์หญิงน้อยจึงมีใจใกล้ชิดกับบุรุษจากแคว้นต้าเซี่ยนาม จ้าวอู่เจียง
ด้วยมีเพียงบุรุษผู้แข็งแกร่งเช่นนี้เท่านั้นถึงจะเหมาะสมกับองค์หญิงน้อย…
เหล่านักรบแห่งเผ่าอวี้จางต่างยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ไม่กล้าขยับเขยื้อน ไม่กล้าเอ่ยคำใก และไม่กล้าเงยหน้าสบตาจ้าวอู่เจียงเลย…แม้แต่น้อย