ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 475 โบกมือสังหารศัตรู
บทที่ 475 โบกมือสังหารศัตรู
ร่างของจ้าวอู่เจียงสง่าผ่าเผยยิ่งในสายตาของหมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋ ราวกับว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในโลกนี้ มันจดจำอีกฝ่ายไว้ในใจอย่างลึกซึ้ง
ท่าทางสุภาพ พลังแข็งแกร่ง อ่อนโยนเป็นกันเอง และที่สำคัญที่สุดคือ เข้าใจสิ่งที่มันพูด
ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบของผู้เป็นเจ้านาย แต่ความรู้สึกที่จ้าวอู่เจียงมอบให้มันกลับแตกต่างจากองค์หญิงน้อยอย่างมาก
ความหวาดกลัวบางอย่างในใจก็คลายกลายเป็นความเคารพ มันอยากจะพุ่งเข้าหาจ้าวอู่เจียงยิ่ง
มันส่งเสียงร้องคำราม
เช่นเดียวกับหลังจากนี้เมื่อผ่านไปอีกหลายปี ครั้นมันได้พบกับจ้าวอู่เจียงอีกครั้งหลังจากเขาผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มามากมาย เดินทางไปทั่วทุกสารทิศ ใบหน้าเต็มไปด้วยความโชกโชน ตอนนั้นมันส่งเสียงคำราม วิ่งเข้าหาชายหนุ่ม
ยามนี้กู่หลีเขอลี่นั่งอยู่บนหลังเสี่ยวไป๋ มือเรียวเล็กกำขนหมาป่าของมันแน่น จิตใจของนางเต็มไปด้วยความกังวลและความรู้สึกซับซ้อน
จ้าวอู่เจียงแข็งแกร่งเกินกว่าที่นางจินตนาการได้ นางไม่กล้าเชื่อ จ้าวอู่เจียงในวัยเพียงเท่านี้ จะมีพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไร?
เมื่อเทียบกับจ้าวอู่เจียงแล้ว ยอดฝีมือทั้งหมดในทุ่งหญ้าล้วนหม่นแสง
จ้าวอู่เจียงก็เหมือนกับดวงอาทิตย์ที่แขวนอยู่เหนือหัวใจของนาง อบอุ่นไม่รู้ดับ
เมื่อนึกย้อนกลับไปตั้งแต่เจอกัน แม้จ้าวอู่เจียงจะมีความแข็งแกร่ง แต่ก็ยังสุภาพอ่อนโยนตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ได้ใช้ความแข็งแกร่งรังแกผู้อ่อนแอ ไม่ได้ใช้พลังอำนาจกดขี่ผู้อื่น
นี่คือยอดฝีมือในดวงใจของนาง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนึกถึงช่วงสานสัมพันธ์ของนางกับจ้าวอู่เจียง ชายหนุ่มมักจะถามความคิดเห็นของนางอย่างอ่อนโยน ไม่ได้ละเลยนางแม้แต่น้อย
นอนคว่ำดีหรือไม่? นอนหงายดีหรือไม่? แรงเหมาะสมหรือไม่? ข้าเบาลงหน่อยดีไหม? หรือจะลองอีกครั้ง? หรือเจ้าจะทำเอง?
กระนั้นแม้จะอ่อนโยน แต่จ้าวอู่เจียงก็มีความแข็งแกร่งในแบบที่เหมาะสม ไม่ใช่คนดีเกินไปจนดูโง่เง่า
ก็เหมือนกับตอนนี้
ไม่ไกลนักคือเหล่าทหารกล้าแห่งเผ่าจินจางที่กำลังมุ่งร้าย
เหล่าทหารแห่งเผ่าจินจางหกกองกำลังรวมกันเป็นสองกอง พุ่งเข้าโจมตีจากทางซ้านและขวา
ทว่าจ้าวอู่เจียงเพียงแค่โบกมือขวาเบา ๆ ไปทางกลุ่มทหารที่พุ่งเข้ามา
ทั่วฟ้าดินพลันปั่นป่วน ลมหิมะพัดแรง เพียงครู่เดียวก็แผ่คลุมทั่วกลุ่มนักรบแห่งเผ่าจินจาง แล้วลมหิมะอันรุนแรงก็กลืนกินทหารเหล่านั้นในพริบตา
เหล่าทหารแห่งเผ่าอวี้จางที่มองอยู่นั้นไม่อาจเห็นได้ชัดเจน ในสายตาของพวกเขาทั้งหมดเห็นเพียงลมหิมะแปลกประหลาดและไม่สมดุล
หากมองไปยังกองกำลังทหารของเผ่นจินจางด้านขวาจะเห็นเพียงมวลหิมะ มองดูคล้ายกับอาณาจักรแห่งหิมะ ไม่สามารถเห็นได้เลยว่า เกิดอะไรขึ้นภายใน
กระนั้นจากเสียงกรีดร้องไม่ขาดสายและลมหิมะที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีขาวกลายเป็นสีเลือด พวกเขาก็พอคาดเดาได้ ภายในพายุหิมะด้านขวาคงเป็นนรกบนดินสำหรับนักรบจินจาง
ครั้นเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับกองกำลังทางด้านขวา นักรบแห่งเผ่าจินจางที่พุ่งเข้ามาด้านซ้ายของจ้าวอู่เจียงก็หวาดกลัว ม้าทั้งหลายเหมือนจะได้รับผลกระทบ พวกมันตื่นตระหนกจนควบคุมไม่ได้ เหล่านักรบแห่งเผ่าจินจางตกใจจนร้องไม่ออก พวกเขาต้องควบคุมตัวเองและพยายามควบคุมม้าให้ได้ในเวลาเดียวกัน
ทันใดจ้าวอู่เจียงก็ขยับมือซ้าย ท่วงท่าราวกำลังชักกระบี่ที่มองไม่เห็น ก่อนจะทำทียกกระบี่
จากนั้นก็ตบก้นเสี่ยวหง เสี่ยวหงพลันกระโจนขึ้นไปในอากาศ จ้าวอู่เจียงชูกระบี่ที่มองไม่เห็นในมือซ้าย พริบตานั้นก็ฟาดฟันไปทางเหล่าทหารกล้าที่เหลืออยู่ของเผ่าจินจาง
ทุกคนล้วนเห็นว่าจ้าวอู่เจียงราวกับกำลังฟาดฟันกระบี่ธรรมดา แต่พวกเขากลับมองกระบี่ในมือชายหนุ่มไม่เห็นด้วยซ้ำ
กระบี่นี้ดูราวกับฟันพายุหิมะให้แยกออก ทันใดพายุหิมะทางด้านซ้ายของจ้าวอู่เจียงก็หยุดชะงัก พร้อมกันกับที่ปราณกระบี่แผ่ขยายอย่างรุนแรง
เหล่านักรบแห่งเผ่าจินจางเริ่มหวาดกลัว พยายามจะหลบหนีจากปราณกระบี่ แต่พวกเขากลับควบคุมร่างกายไม่ได้ ทั้งยังรู็สึกเหมือนถูกดูดเข้าหาปราณกระบี่ที่โหมกระหน่ำ
เพียงชั่วพริบตา ฝนสีเลือดก็โปรยปรายอาบย้อมไปทั่วบริเวณ
สี่ลมหายใจต่อมา ปราณกระบี่ก็สลายไปพร้อมกับหิมะและสายลม ราวกับไม่เคยปรากฏมาก่อน
เบื้องหน้าจ้าวอู่เจียง นอกจากสีแดงฉานปกคลุมผืนหิมะ เหล่านักรบเผ่าจินจางที่กรูเข้าโจมตีอยู่เมื่อครู่ ไม่เหลือให้เห็นแม้แต่คนเดียว
ฟ้าดินกลับคืนสู่ความสงบ มีเพียงลมหิมะที่ยังคงโหมกระหน่ำ
ด้านหลังจ้าวอู่เจียง เหล่านักรบอวี้จางต่างมีสีหน้านิ่งสงบ กลับกันภายในใจของพวกเขากำลังปั่นป่วน สั่นสะท้านหาใดเทียบ แท้จริงแล้ว ความนิ่งเฉยที่แสดงออกมา ก็เป็นด้วยพวกเขายังไม่ทันตั้งตัวและกำลังมึนงง
พลังแห่งฟ้าดินก็คงจะเป็นเยี่ยงนี้กระมัง
พวกเขารู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่ไม่อาจต้านทาน
ช่วงเวลานี้จ้าวอู่เจียงก็ขยับมือซ้าย ทำราวกับกำลังเก็บกระบี่ที่มองไม่เห็นเข้าฝัก ก่อนจะเอ่ยแผ่วเบา…
“ไปกันเถอะ”