ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 484 แช่น้ำร้อน
บทที่ 484 แช่น้ำร้อน
จ้าวอู่เจียงเผายันต์อีกหลายแผ่นอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็ยัดเข้าปากและกลืนลงไปทันที
นี่คือยันต์ของสำนักเต๋าที่ใช้ในการสาบานตนโดยเฉพาะ
คำสาบานมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่อาจพูดไร้สาระได้
บุตรีแห่งสวรรค์หลินหลางมองอย่างนิ่ง ๆ นางรับยันต์มาใส่ปาก กลืนลงคอ จากนั้นก็พูดคำสาบานเช่นเดียวกับจ้าวอู่เจียง
หลังสาบานเสร็จสิ้น จ้าวอู่เจียงก็ถอดหมวกไม้ไผ่สานปีกกว้าง โยนออกไปอย่างไม่ใส่ใจ หมวกปีกกว้างลอยไปแขวนอยู่บนภาพวาดบนผนังห้อง
ทันใดชายหนุ่มก็พูดอย่างจริงจังว่า
“พวกเราจะเริ่มเมื่อไหร่?”
บุตรีแห่งสวรรค์หลินหลางในชุดคลุมสีแดงขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่รู้จะตอบอย่างไร ความรู้สึกแปลก ๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ความรู้สึกนี้เหมือนกับความเขินอายที่นางเคยเห็นสตรีคนอื่น ๆ เป็น
ริมฝีปากสีแดงของนางขยับเอื้อนเอ่ยเบา ๆ
“รอช้าไม่ได้แล้ว เดี๋ยวนี้เลย ที่นี่แหละ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ้าวอู่เจียงก็เหลือบมองบ่อน้ำร้อนใส ก่อนจะผายมือเชิญ
ยามนี้บุตรีแห่งสวรรค์หลินหลางสูญเสียความเย็นชาดังเดิมไปแล้ว ความศักดิ์สิทธิ์จางหายไปหลายส่วน แทนที่ด้วยความเขินอายของหญิงสาว
ไม่เกินจริงที่จะเรียกนางว่าหญิงสาว ด้วยหลินหลางอายุเพิ่งยี่สิบต้น ๆ เท่านั้น เพียงแต่ทุกคนล้วนคุ้นเคยกับความสูงส่ง ท่าทีเป็นผู้ใหญ่ และล้วนนับถือในตัวนาง จึงคิดกันไปว่านางอายุมากกว่าอายุปัจจุบันหลายสิบปี
บุตรีแห่งสวรรค์สูดหายใจเข้าลึก ๆ เยื้องย่างอ่อนช้อยไปยังริมบ่อน้ำร้อน เท่าเปล่าก้าวลงไปในน้ำ น้ำท่วมเปียกถึงเพียงเอวบาง
ชุดกระโปรงสีแดงเพลิงยามเปียกน้ำก็แนบชิดไปกับร่างอรชร เผยส่วนเว้าส่วนโค้งอันเย้ายวนที่ซ่อนเร้นอยู่
แต่จ้าวอู่เจียงอยากจะช่วยให้นางชุ่มช่ำไปทั้งตัว ท่วงท่าของชายหนุ่มราวกับมังกรทะยาน กระโดดลงไปในบ่อน้ำร้อนอย่างแรงด้วยความจงใจ
ตู้ม!
น้ำในบ่อกระจาย ศีรษะของบุตรีแห่งสวรรค์เปียกจนผมลู่ หยดน้ำเกาะพราวอยู่บนใบหน้ามากเสน่ห์ ทำเอาหลินหลางไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ ได้แต่ยืนใจเต้นระทึกอยู่กับที่
จ้าวอู่เจียงกวาดตามองเรือนร่างเย้ายวนของบุตรีแห่งสวรรค์ มองดูใบหน้าเย็นชาของนางที่เริ่มกลายเป็นสีกุหลาบ ไม่รู้เลยว่านั่นเป็นเพราะความร้อนของน้ำหรือเพราะนางกำลังอับอาย
แต่สีแดงกุหลาบนี้เหมือนจะละลายความเย็นชาของนางสิ้น ทำให้บุตรีแห่งสวรรค์ยิ่งดูมากเสน่ห์และชวนให้หลงใหล
จ้าวอู่เจียงว่ายน้ำไปมา ยามนี้เสื้อผ้าชายหนุ่มเปียกชุ่ม อวดโฉมรูปร่างที่แท้จริง เขาอาจไม่บึกบึนอย่างเหล่านักรบแห่งทุ่งหญ้า แต่ก็มีกล้ามเนื้องดงามแข็งแรง
จ้าวอู่เจียงเดินเข้าหาบุตรีแห่งสวรรค์ แนบกายชิดกับร่างของนาง จนสัมผัสได้ถึงความร้อนและร่างกายที่สั่นเทาของหญิงสาว ชายหนุ่มพลันฉวยเอวอ่อนนุ่มแต่แข็งแรงของหลินหลางมาโอบกอด และกล่าวด้วยความชื่นชม
“เป็นเอวที่ดีนัก ยามโอบกอดก็ให้ความรู้สึกหนั่นแน่น หวังว่าจะไม่นุ่มนิ่มเร็วเกินไป”
สิ้นเสียงหยอกเย้าของชายหนุ่ม หลินหลางพลันตัวแข็งทื่อ นางไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อ ในใจขุ่นเคืองอยู่ไม่น้อย
“มัวแต่มากท่า ท่านคงพูดเก่งอย่างเดียวกระมัง…อืม อืม”
จ้าวอู่เจียงประกบปากอย่างแรงทันทีที่นางเอ่ยวาจาเย่อหยิ่งจบ
ยามนี้ลมหายใจร้อนแรงของชายหนุ่มทำให้หัวใจของหลินหลางเต้นแรง นางพยายามผลักอกจ้าวอู่เจียงออก ในลำคอส่งเสียงประท้วงไม่หยุด
จ้าวอู่เจียงกระชับกอดเอวของบุตรีแห่งสวรรค์ ร่างกายของคนทั้งสองแนบชิดจนแทบไร้ช่องว่าง
กระนั้นหลินหลางก็ยังคงดิ้นไม่หยุด น้ำในบ่อสาดกระเซ็น สุดท้ายนางก็ผลักจ้าวอู่เจียงออกไปได้ เมื่อปากทั้งสองผละออกจากกัน น้ำลายสีใสโยงใยเป็นสาย หญิงสาวรีบเช็ดริมฝีปาก หายใจหอบหนัก ใบหน้าแดงก่ำ เส้นผมเปียกชื้นแนบข้างแก้มและลำคอ
บุตรีแห่งสวรรค์พึมพำทั้ง ๆ ที่ยังคงหอบหายใจแรง
“รอ… รอเดี๋ยว…”
“รอกระไรกัน? ไม่ใช่ท่านพูดเองหรือว่าต้องรีบฝึกวิชาสองผสาน? แล้วไม่ใช่ท่านพูดเองหรือว่าอย่ามัวมากท่าลีลา?” จ้าวอู่เจียงหยอกเย้า ตวัดแขนโอบกอดบุตรีแห่งสวรรค์อีกครั้ง คลอเคลียปลายจมูกกับปลายจมูก สูดรับลมหายใจหอมกรุ่นของสตรี
แล้วจ้าวอู่เจียงก็กล่าวเสียงพร่า
“ตอนนี้ต่อให้ท่านอยากหนี ข้าก็ไม่ยอมแล้ว!”
ยามนี้ทั้งท่าทางและวาจาของชายหนุ่ม ทำให้แววตาของบุตรีแห่งสวรรค์สั่นไหว เผยความตื่นตระหนกให้เห็น พริบตาถัดมา จ้าวอู่เจียงก็ประทับริมฝีปากกับปากนางอีกครั้ง หลินหลางอยากจะขัดขืนและผละออก แต่ก็รู้สึกได้ว่าตอนนี้จ้าวอู่เจียงเปลื้องอาภรณ์นางออกไปเสียแล้ว
บุตรีแห่งสวรรค์ผวากอดจ้าวอู่เจียงไว้ ชายหนุ่มเคลื่อนไหวรวดเร็วนัก หญิงสาวตัวแข็งทื่อ…
เพียงไม่นาน เสียงร้องครวญครางก็ดังระงม