ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 490 แค่นางต้องการ เขาก็มอบให้เลยหรือ?
บทที่ 490 แค่นางต้องการ เขาก็มอบให้เลยหรือ?
หากเสี่ยวเขอลี่พูดความจริง ไม่ได้สร้างเรื่องรักษาหน้า เช่นนั้นภายหน้าหากเสี่ยวเขอลี่ได้อยู่ร่วมกับจ้าวอู่เจียง นางก็คงจะได้รับความสุขสมอย่างเต็มอิ่มทุกคืนวันกระมัง?
ว่ากันว่าวัยสามสิบเป็นดังหมาป่า สี่สิบเป็นดั่งพยัคฆ์ องค์หญิงใหญ่อายุมากกว่ากู่หลีเขอลี่สิบปี อยู่ในช่วงวัยที่เป็นดังหมาป่าและพยัคฆ์
ปาซาง บุรุษของนางกล้าหาญยิ่ง ทว่าไม่สามารถทำให้นางพอใจในเรื่องนั้นได้
แต่บุรุษต้าเซี่ยที่เสี่ยวเขอลี่เสน่หา แม้ไม่ได้มีกายากำยำนัก แต่กลับสามารถ…ได้นานเป็นชั่วยาม
ความสามารถของเขาคงแผดเผา จนน้ำในเตาสำริดเหือดแห้งเลยกระมัง?
องค์หญิงใหญ่ไม่อยากจะเชื่อ นางถามย้ำอีกครั้ง
“เสี่ยวเขอลี่ น้องอย่าได้หลอกพี่เชียว พูดความจริงมาเถิด พี่ของเจ้าจะไม่ล้อเลียนหรอกหนา”
“ข้าพูดความจริงเจ้าค่ะ!” กู่หลีเขอลี่กล่าววาจาหนักแน่น ทั้งยังอดบ่นพึมพำไม่ได้ว่า “หากไม่ใช่เพราะจ้าวอู่เจียงรู้สึกถึงการต่อสู้นอกถ้ำ เกรงว่าข้า…ข้าคงจะถูก…ถูก…”
“เพียงก่อนเขาออกไปข้าก็แทบทนต่อไปไม่ไหวแล้ว จำได้ว่าข้าทรุดซบลงบนตัวจ้าวอู่เจียง…”
“เขาช่างเป็นผู้ชายร้ายกาจ… ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าข้ารับมือไม่ไหวแล้ว เขาก็ยัง…”
“ครั้นข้า…ข้าต้องการ เขาก็…สนอง กระทั่งข้าไม่ไหว เขาก็จะหยุดให้ชั่วครู่…”
กระไรนะ? เมื่อนางขอ เขาก็ให้เลยหรือ? องค์หญิงใหญ่ตกตะลึง ในใจรู้สึกอิจฉาอย่างอธิบายไม่ถูก
ครั้นองค์หญิงใหญ่เห็นใบหน้าเขินอายของกู่หลีเขอหลี่ นางก็ลูบผมสีเงินของน้องสาวด้วยความปลื้มปีติ…และอิจฉาเล็กน้อย
“เสี่ยวเขอลี่ของข้าโตขึ้นแล้วจริง ๆ”
“จริงหรือ? แต่ข้า…” องค์หญิงน้อยช้อนตามององค์หญิงใหญ่ สองมุมกุมถันตน พลางบ่นด้วยความไม่มั่นใจ “เขาบอกว่าของข้ายังไม่โต…”
องค์หญิงใหญ่อ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าควรปลอบโยนหรือหัวเราะดี
…
ช่วงเวลาเดียวกัน ณ วิหารบรรพชนเผ่าอวี้จาง
เสียงน้ำซัดกระเพื่อมดังติดต่อกันมาหลายชั่วยาม กระทั่งราวหนึ่งถ้อยชาก่อน ในที่สุดเสียงน้ำก็สงบลง
จ้าวอู่เจียงเปิดศึกกับบุตรีแห่งสวรรค์หลินหลางในบ่อน้ำร้อนอยู่นาน เขาจึงได้สอนกลเม็ดเด็ดพรายให้นางไปหลายท่าทีเดียว
ไม่ว่าจะเป็นท่าเสือหมอบ ท่ามังกรมงคล หรือท่าบาทาชี้จันทร์
ทั้งยังมีท่าตีบุปผา ขโมยน้ำหวาน…
กระนั้นก็ยังมีอีกหลายท่านักที่ชายหนุ่มยังไม่ได้ใช้ อย่างท่า…ทะลวงสวรรค์
ด้วยท่านี้ต้องให้จ้าวอู่เจียงนอนหงาย
แต่ในบ่อน้ำร้อน หากจ้าวอู่เจียงนอนลง ก่อนจะได้ทะลวงสวรรค์ เกรงว่าเขาคงจะจมน้ำตายไปเสียก่อน
ครั้นหลังศึกในน้ำจบลง พวกเขาก็ขึ้นจากน้ำ
เมื่อปลาออกจากน้ำย่อมรู้สึกกระวนกระวายเช่นไร
บุตรีแห่งสวรรค์หลินหลางก็มีอาการเช่นนั้น
ตั้งแต่อยู่ในบ่อน้ำ หลินหลางก็ได้ละทิ้งความเย่อหยิ่งไปจนหมดสิ้นแล้ว นางปล่อยกายใจรับการปรนเปรอจากจ้าวอู่เจียง ยิ่งแนบชิดกับเขามากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งดำดิ่ง
ครั้นขึ้นจากน้ำ ความรู้สึกว่างเปล่าก็กระตุ้นให้นางโหยหาและกระหายน้ำ ปากคอแห้งไปหมด
ดังนั้นนางจึงผลักจ้าวอู่เจียงลง แล้วปีนขึ้นนั่งบนบัลลังก์เดิมที่นางเคยนั่งตอนอยู่ในบ่อน้ำร้อน
และด้วยความพยายามอย่างต่อเนื่องของนาง จ้าวอู่เจียงก็กล่าวคำชมไม่หยุดปาก
ท่านช่างเป็นความเย้ายวนยากจะห้ามใจโดยแท้
เก่งจริง ไม่ว่าจะท่วงท่าใดก็เรียนรู้ได้ในครั้งเดียว …ขณะชายหนุ่มเอ่ยชม เขาหายใจแรงด้วยความปรารถนา บางคราก็อ้าปากค้าง
ยามดอกโบตั๋นชุ่มน้ำโอบรัด เขาก็แทบจะกลายร่างเป็นผีน้ำสิงสู่
อา สิ่งใดที่ท่านต้องการ ข้าจะให้ท่านทั้งหมด…
ท่ามกลางคำประจบสอพลอ บุตรีแห่งสวรรค์ค่อย ๆ เผลอไผล ดวงตาเหม่อลอยพร่ามัว ริมฝีปากแย้มยิ้มปริ่มใจขณะร้องขอจูบเร้าร้อนจากปีศาจมากเล่ห์
ความปรารถนาย่อมนำไปสู่การเผลอไผลจ้าวอู่เจียงเข้าใจในกฎข้อนี้ดี
และหากต้องการจะได้ทุกอย่างสมใจ ก็ต้องเริ่มจากการตามใจเสียก่อน!
จ้าวอู่เจียงปล่อยให้บุตรีแห่งสวรรค์ทำทุกอย่างตามใจ ทั้งยังไม่ลืมปรนเปรอจนนางมัวเมา
ยามนี้จ้าวอู่เจียงกำลังเพลิดเพลินไปกับส่วนลึกของหุบเขาเปลี่ยวดายและน้ำหวานของดอกกล้วยไม้
ท่ามกลางการสอดประสานลึกซึ้งครั้งแล้วครั้งเล่า ขั้นพลังของคนทั้งสองก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
ต้องยกความดีความชอบให้จ้าวอู่เจียงที่ฝึกฝนวิชาสองผสานของลัทธิเต๋า
ด้วยวิชาสองผสานไม่ได้เป็นการรวบรวมหยินชดเชยหยาง และไม่ได้ใช้หยางมาเสริมหยิน ทว่าเป็นการผสานหยินหยางเข้าด้วยกัน ต่างฝ่ายต่างได้ผลประโยชน์
ตอนนี้โชคชะตาของจ้าวอู่เจียงกำลังถูกดึงออกไปอย่างต่อเนื่อง บุตรีแห่งสวรรค์ดูดซับลมปราณที่เป็นดั่งหมอกขาวบริสุทธิ์ ทำให้สีหน้าของนางซับสีกุหลาบ เลือดลมสูบฉีด ลมปราณสูงส่ง
ช่วงขณะเดียวกัน จ้าวอู่เจียงก็สัมผัสพลังของขอบเขตเทวะได้ชัดเจนขึ้นทุกที ราวกับว่าหากเขาเอื้อมมือออกไปก็จะคว้าไว้ได้แล้ว
ชายหนุ่มรู้สึกได้ ตราบใดที่เขาทะลวงคอขวดนี้ไป เขาก็จะบรรลุสู่ขอบเขตเขตเทวะ!
ยามนี้บุตรีแห่งสวรรค์กำลังมัวเมาในกลิ่นคาวทว่าหอมหวาน ริมฝีปากอิ่มครวญครางร้องบอกความปรารถนาที่มากขึ้นทุกที
แน่นอนว่าจ้าวอู่เจียงตอบรับอย่างเต็มใจ