ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 513 ต่อให้ขวางทางเป็นพันคน ข้าก็จะไป
บทที่ 513 ต่อให้ขวางทางเป็นพันคน ข้าก็จะไป
ความแข็งแกร่งแท้จริงของจ้าวอู่เจียงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้เป็นอันขาด กระทั่งตัวเขายังรู้สึกว่า ต่อให้เขาเผชิญหน้ากับหมาป่าเทพเจ้าของชาวโหลวหลาน หนอนศักดิ์สิทธิ์ของชาวหนานเจียง หรือหนี่ผูซาของชาวต้าเซี่ย เขาก็พอจะสู้ได้อยู่บ้าง
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่จ้าวอู่เจียงคิดไปเอง
แม้ชายหนุ่มจะเพิ่งบรรลุขอบเขตเทวะ แต่เขาหาใช่ผู้อยู่ในขอบเขตเทวะระดับต้น
เมื่อเปรียบเทียบพลังทำลายล้างแล้ว ข้อแตกต่างของผู้อยู่ขอบเขตเทวะระดับต้นกับระดับสูงอยู่ที่รากฐานพลัง
หลังจากจ้าวอู่เจียงฝึกวิชาสองผสานกับบุตรีแห่งสวรรค์หลินหลางแห่งเผ่าอวี้จาง พวกเขาก็บรรลุขอบเขตเทวะ กระนั้น จ้าวอู่เจียงกลับมีความแข็งแกร่งมากกว่าหลินหลางหลายเท่า ทั้งเขายังดูดพลังมาจากนางไม่น้อยด้วย
ร่างกายจ้าวอู่เจียงจึงสามารถปรับตัวเข้ากับขอบเขตใหม่ได้อย่างราบรื่น
นับแต่บรรลุขอบเขตเทวะ จ้าวอู่เจียงก็เหมือนได้รับพรจากฟ้าดิน เขารับรู้ถึงมวลพลังมากมายที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างบ้าคลั่ง
ระหว่างเดินทางมาที่นี่ จ้าวอู่เจียงเผชิญหน้ากับพายุหิมะรุนแรง และช่วงขณะนั้นเขาก็ได้ดูดซับพลังฟ้าดินอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งมาถึงเมืองตงเฉินในมณฑลฉางตงทางตะวันออกของต้าเซี่ย ชายหนุ่มก็รู้สึกได้ว่าร่างกายอัดแน่นไปด้วยพลัง
นี่ยังไม่รวมปราณกระบี่มหาศาลในร่างกายของเขาที่รอวันจะได้ระเบิดออกมา
ด้วยเหตุนี้ จ้าวอู่เจียงจึงมีความมั่นใจในตัวเองยิ่ง
อีกทั้งเมื่อครู่เขาสามารถยืมพลังฟ้าดินได้ นี่แสดงให้เห็นว่าเขาอยู่ในขอบเขตเทวะอย่างแท้จริง
จ้าวอู่เจียงอยากจะเห็นนักว่าเทพเจ้าหนี่ผูซาอะไรนั่นจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกับเรื่องนี้?
ทว่าจ้าวอู่เจียงไม่พบมวลพลังผิดปกติเลย นี่ทำให้เขารู้สึกฉงนนัก…
เพียงชั่วพริบตา จ้าวอู่สงบใจลง หันกลับมาจ้องมองกลุ่มชาวโพ้นทะเลที่พุ่งเข้ามา
ต้องทราบว่าการเผชิญหน้ากับกำลังพลนับพันคน แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตเทวะระดับสูงก็ยังคิดหลีกเลี่ยง
ทว่าจ้าวอู่เจียงกลับสงบนัก ทันใดคลื่นลมที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็ก่อตัว หมุนวนอยู่รอบกายชายหนุ่ม พร้อมกันนั้นเขาก็วิ่งเข้าหากองทัพศัตรูอย่างไม่เกรงกลัว
ต่อให้มีศัตรูดาหน้ามานับพันคน จ้าวก็เจียงก็พร้อมเผชิญ
ด้วยความรวดเร็วยิ่ง ลำแสงสีดำพุ่งผ่านกองทหารนับพันคนของชาวโพ้นทะเล และไม่ว่าลำแสงนั้นผ่านไปบริเวณใด ศัตรูล้วนล้มตาย ศพร่วงหล่นลงบนพื้นราวใบไม้ กระดูกแตกหักหมดสิ้น
เพียงไม่กี่ลมหายใจ ชาวโพ้นทะเลนับพันคนล้มตายไปนับไม่ถ้วน ส่วนที่เหลือพร้อมใจกันล่าถอย ก่อนกองทหารม้าเกราะเหล็กของชาวโพ้นทะเลจะพุ่งเข้ามา ก่อตั้งค่ายกล ในมือถือหอก ปิดล้อมจ้าวอู่เจียง หอกยาวแทงผ่านโล่กำบัง พร้อมกันนั้นก็บีบวงโจมตี เข้าใกล้จ้าวอู่เจียงมากขึ้นและมากขึ้น
ไม่สำคัญว่าศัตรูเป็นผู้ใด ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เทพเจ้า อย่างไรก็ต้องมีความเหนื่อยล้าเมื่อเผชิญหน้ากับกองทหารม้าเกราะเหล็กเช่นนี้
จ้าวอู่เจียงถือกระบี่ด้วยมือข้างหนึ่งและมืออีกข้างหนึ่งก็ไขว้ไปทางด้านหลัง เขากำลังท้าทายฝ่ายตรงข้ามด้วยการใช้มือเพียงข้างเดียว เขาจะฟันร่างของพวกมันให้ขาดครึ่งด้วยมือข้างเดียวและกระบี่เพียงเล่มเดียวเท่านั้น…
เมื่อเผชิญกับการปิดล้อมของศัตรู รอบกายจ้าวอู่เจียงพลันปรากฏปราณกระบี่ห่อหุ้ม ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะยิงลูกธนูเข้ามามากเพียงใด ก็เข้าไม่ถึงตัว ยามนี้ไม่มีผู้ใดหรืออะไรสามารถเข้าใกล้จ้าวอู่เจียงในระยะสามจั้งได้อีกแล้ว
ครั้นร่างกายจ้าวอู่เจียงเริ่มเหนื่อยล้า กองทหารม้าเกราะเหล็กก็บีบวงโจมตีเข้าใกล้มากขึ้น
คงจะดีกว่าถ้าอยู่เขตทุ่งหญ้าของชาวโหลวหลาน ด้วยจ้าวอู่เจียงสามารถหยิบยืมพลังจากลมหิมะมาใช้ได้อย่างไม่จำกัด ถึงจะเหนื่อยล้า แต่อย่างน้อยก็คงดีกว่าตอนนี้
การเป็นผู้อยู่ขอบเขตเทวะของแคว้นต้าเซี่ยเหมือนจะมีข้อจำกัดอยู่ ถึงพลังไม่ต่ำต้อย ทว่าเวลาลงมือแต่ละครั้งก็ต้องสูญเสียพลังไปไม่น้อยเช่นกัน
เหมือนว่าเหนือศีรษะของเขาจะมีเทพเจ้าตัวจริงอยู่ เทพเจ้าที่คอยควบคุมไม่ให้มนุษย์มีความแข็งแกร่งมากเกินไป
ต่อให้บรรลุขอบเขตเทวะ แต่มนุษย์ก็ยังไม่สามารถเอาชนะเทพเจ้าได้
กระนั้น มนุษย์ที่บรรลุขอบเขตเทวะก็มีความพิเศษเหนือล้ำมากกว่ามนุษย์ทั่วไป โดยเฉพาะหลังได้หยิบยืมพลังฟ้าดิน
อย่างเมื่อเผชิญกับอากาศหนาว คนทั่วไปจะสวมเสื้อผ้าหนา ๆ หรือสร้างบ้านหลบหนาว ยามเผชิญลมฝน ก็จะกางร่มหรือหาที่หลบข้างทาง
แต่การยืมพลังฟ้าดินจะทำให้ผู้บรรลุขอบเขตเทวะมีความแข็งแกร่งเหนือคนธรรมดา พวกเขาสามารถทนรับในสิ่งที่คนธรรมดาไม่สามารถทนรับได้
เมื่อเผชิญหน้าการระเบิดพลังอย่างหนักหน่วงของจ้าวอู่เจียง กองทหารม้าเกราะเหล็กของชาวโพ้นทะเลพยายามต้านทานเต็มที่ แม้หลายคนจะสั่นกลัวและไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป แต่ค่ายกลของพวกมันก็ยังไม่แตกสลาย พวกมันยังพยายามกัดฟันอดทน เดินหน้าเข้าใกล้จ้าวอู่เจียงมากขึ้น
ความจริงแล้ว เพียงจ้าวอู่เจียงตวัดกระบี่เพียงครั้ง เขาก็สามารถกวาดล้างกองทหารม้าเหล่านี้ได้แล้ว แต่นั่นจำเป็นต้องใช้พลังมหาศาล เกรงว่าถึงเขาจะสามารถกวาดล้างกองทหารมาเกราะเหล็กสำเร็จ แต่ก็ต้องเหนื่อยล้าจนหมดพลัง
หากเป็นเช่นนั้นเขาก็ต้องพักฟื้นพลังหลายอึดใจ ถ้าในเวลานั้นถูกกลุ่มยอดฝีมือของชาวโพ้นทะเลเจอตัวเข้า นั่นคงจะเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่ง