ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 518 คนหลังม่าน
บทที่ 518 คนหลังม่าน
ยามนี้โลกยุทธจักรของแคว้นต้าเซี่ยกำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย
มีคำสั่งให้เหล่ายอดฝีมือช่วยกันขัดขวางไม่ให้มีผู้คนในยุทธจักรออกไปช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก
ไม่มีใครเข้าใจว่าเหตุใดถึงต้องขัดขวางไม่ให้เหล่าชาวยุทธเดินทางไปชายแดนตะวันออก
หรือพวกเขาอยากจะเห็นชายแดนตะวันออกของต้าเซี่ยถูกตีแตก? อยากเห็นประชาชนตกอยู่ในความทุกข์ทรมานแสนสาหัส?
เกิดอะไรขึ้นกับคนในยุทธจักร? พวกเขาไม่คิดผดุงความยุติธรรมแล้วหรือ?
ความจริงแล้วมีกลุ่มคนในยุทธจักรพยายามรวมตัวกัน หมายเดินทางไปสู้ศึกในชายแดนตะวันออกของแคว้นต้าเซี่ย
แต่พวกเขาก็ต้องเจอกับอุปสรรค
ยอดฝีมือขอบเขตเทวะที่ไม่เคยแสดงตัว กลับปรากฏตัวขึ้นมาคนแล้วคนเล่า สกัดขัดขวางชาวยุทธไว้
บางคนโกรธแค้น อยากถามหาเหตุผล พวกเขาถึงกับโจมตีอย่างหมดหวังเพื่อขอรับคำอธิบาย แต่ยอดฝีมือขอบเขตเทวะเหล่านั้นกลับฆ่าคนได้โดยไร้ความเมตตา
ไม่มีผู้ใดได้รับคำอธิบาย พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น? ยามต้องเผชิญหน้ากับการรุกรานจากศัตรู บรรดายอดฝีมือขอบเขตเทวะนอกจากจะช่วยเหลือ พวกเขายังฆ่าพวกเดียวกันเองเสียอีก?
บางทีคำตอบอาจจะได้รับการเปิดเผยออกมาในเร็ววันนี้ แต่พวกเขาไม่สามารถรอคอยได้อีกแล้ว กว่าจะรับทราบคำตอบ ชายแดนตะวันออกของต้าเซี่ยก็อาจแตกพ่ายไปแล้วก็เป็นได้ เมื่อถึงตอนนั้นเพิ่งได้รับทราบคำตอบ แล้วยังจะมีประโยชน์อันใดอีก?
ชาวเมืองผู้บริสุทธิ์จะยังมีชีวิตรอดอยู่หรือ?
อย่างไรก็ตาม เหมือนว่าเรื่องราวจะดำเนินมาถึงจุดพลิกผันครั้งสำคัญ
ตอนนี้ไม่ทราบเลยว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด แต่ในสุสานกระบี่แห่งอาณาเขตหมื่นขุนเขาเหลือคนอยู่เพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น
บรรดายอดฝีมือที่เคยหลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในสุสานกระบี่ ถูกประมุขแห่งหุบเขากระบี่ควบคุม เช่นเดียวกับยอดฝีมือของสุสานกระบี่ที่เรียกขานกันว่ามือพระกาฬ ทุกคนต่างหายตัวไปในชั่วข้ามคืน
กระทั่งวันที่จ้าวอู่เจียงเดินทางมาถึงเมืองตงเฉิง เหินหาวข้ามทะเลขึ้นไปบนเกาะตงจี และลงมือสังหารชาวโพ้นทะเลไปราวสองหมื่นคน
ช่วงเวลานั้นคนของสุสานกระบี่ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นในโลกกว้าง
เดิมทีคนของสุสานกระบี่ส่วนใหญ่มักไม่เปิดเผยตัว พวกเขาแทบไม่เคยออกเดินทางออกนอกอาณาเขตหมื่นขุนเขา แต่วันนี้พวกเขาหลายร้อยคน หรืออาจจะมากมายนับพันคนกลับปรากฏตัว
แต่ละคนล้วนเป็นยอดฝีมือ ผู้มีพลังต่ำต้อยมากที่สุดก็เป็นถึงยอดยุทธ์ขั้นสี่ อีกทั้งพวกเขายังได้รับพลังปราณกระบี่มาจากประมุขแห่งสุสานกระบี่ ผู้อยู่เพียงขอบเขตยอดยุทธ์จึงสามารถต่อสู้กับผู้อยู่ในขั้นปรมาจารย์ได้อย่างไม่มีปัญหา
ภายในกลุ่มคนจากสุสานกระบี่ เกือบครึ่งหนึ่งอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ บางคนถึงขั้นมีสัญญาณของการเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตเทวะแล้ว
กล่าวได้ว่ากลุ่มคนจากสุสานกระบี่มาพร้อมพลังทำลายล้าง
พวกเขาออกเดินทางมุ่งหน้ายังชายแดนตะวันออก ไม่ว่าผ่านไปทางใด พวกเขาก็ล้วนถูกสกัดขัดขวางจากกลุ่มคนในยุทธจักร พวกเขาจึงฆ่าฟันผู้ขัดขวางอย่างไร้ความเมตตา
นั่นเป็นเพราะประมุขแห่งสุสานกระบี่ได้รับปากเอาไว้ ถ้าพวกเขาไปช่วยเมืองชายแดนตะวันออกต่อต้านการรุกรานจากศัตรูได้สำเร็จในครั้งนี้ พลังปราณกระบี่ในร่างกายก็จะไม่ได้เป็นสิ่งเหนี่ยวรั้งพวกเขา แต่จะกลายเป็นรางวัล หมายความว่าปราณกระบี่ที่เหนี่ยวรั้งพวกเขาไว้ จะกลายเป็นพลังแท้จริงของพวกเขา
พวกเขาจะได้รับอิสระ ทั้งยังจะมีพลังแข็งแกร่งมากขึ้น ด้วยเหตุกลุ่มคนจากสุสานกระบี่ผู้มีตัวตนแตกต่างกันไป จึงรีบเร่งเดินทางไปยังเมืองชายฝั่ง ผู้ใดพยายามขัดขวางจะกลายเป็นศัตรูของพวกเขาไปทันที
ด้านมือพระกาฬนับสิบคนไม่ได้เดินทางไปยังเมืองชายฝั่งเมืองอื่น ๆ พวกเขามุ่งหน้าตรงไปยังเมืองตงเฉิงและเกาะตงจีที่อยู่ฝั่งตะวันออกไกลสุดของต้าเซี่ย
ด้วยพวกเขามีภารกิจพิเศษ…
จ้าวอู่เจียงอยู่ที่นั่น!
…
ณ เกาะตงจี
ภายใต้ท้องฟ้ามืดมน เปลวไฟลุกโชน
จ้าวอู่เจียงยืนอยู่ท่ามกลางเปลวไฟ เขากำลังออกค้นหาผู้คนอีกครั้งและอีกครั้ง หวังว่าจะมีผู้รอดชีวิตชาวต้าเซี่ยบนเกาะแห่งนี้หลงเหลืออยู่บ้าง
ทว่าโชคร้าย…เขาไม่พบผู้รอดชีวิตเลย
เกาะแห่งนี้มีประชากรมากกว่าหกหมื่นคน นอกจากคนสามหมื่นคนที่เดินทางหลบหนีไปยังเมืองชั้นในได้สำเร็จ กับเชลยศึกอีกสิบห้าคนที่ได้รับการช่วยเหลือ… ผู้คนที่เหลืออยู่บนเกาะตงจีทั้งหมดต่างถูกชาวโพ้นทะเลฆ่าตาย
ครั้นจ้าวอู่เจียงมาถึง เขาก็ได้ทำการสังหารชาวโพ้นทะเลและนักรบพเนจรไปเกือบสองหมื่นคน
เปลวไฟลามเลียศพคนตาย โหมไหม้รุนแรง
เสื้อผ้าของจ้าวอู่เจียงที่เดิมทีเปียกชุ่มโลหิต ยามนี้แห้งไปทันทีด้วยความร้อนจากเปลวไฟ จมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่นเหม็นไหม้และกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง เขาถอดเสื้อคลุมสีดำขาดวิ่นออก ก่อนจะโยนเข้าไปในกองไฟ
ชายหนุ่มจ้องมองเปลวไฟที่ลุกโชน ควันสีดำม้วนตัวขึ้นท้องฟ้า ศพกำลังถูกเผาไหม้อยู่ในเปลวไฟ แล้วเขาก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ
เรื่องราวเช่นนี้ไม่มีวันจบ
จ้าวอู่เจียงหมุนตัวเดินกลับ เขาเดินผ่านเปลวไฟ เปลวไฟเป็นเสมือนม่านสีแดงเพลิง ทำให้มองเห็นเงาร่างของเขาได้ไม่ชัดเจน ยามนี้เมื่อทุกอย่างบนเกาะตงจีจบสิ้น ชายหนุ่มกลายเป็นเพียงผู้อยู่หลังม่าน
และสิ่งที่กำลังรอคอยเขาอยู่นอกม่านก็คือ…