ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 544 ภูเขาและแม่น้ำ
บทที่ 544 ภูเขาและแม่น้ำ
“ท่านยังไม่หลับอีกหรือ?”
จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอ่อนโยน แขวนตะเกียงน้ำมันไว้กับขาตั้ง ก่อนจะเป่ามันเบา ๆ แสงไฟดับวูบลง ห้องบรรทมตกอยู่ในความมืดมิดเป็นสีเดียวยามราตรี
จ้าวอู่เจียงขยับขึ้นไปบนแท่นบรรทม ก่อนจะสวมกอดฮ่องเต้หญิงอย่างอบอุ่น
ฮ่องเต้หญิงยิ้มออกมาเล็กน้อย
“เจ้าหายไปไหนมา?”
“ออกไปเขียนแผ่นยันต์” มือใหญ่ของจ้าวอู่เจียงเริ่มต้นลูบไล้ไปตามเรือนร่างของฮ่องเต้หญิง สัมผัสจุดอ่อนนุ่ม พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล ให้กระหม่อมแก้คำสาปให้ท่านก่อนดีกว่า”
“ยามนี้หรือ?” ฮ่องเต้หญิงพิศวง หันกลับมามองใบหน้าของจ้าวอู่เจียงในความมืด แล้วนางก็นึกอะไรได้บางอย่าง จึงถามด้วยความเป็นกังวล
“ข้าควรทำอย่างไร?”
จ้าวอู่เจียงยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหูของฮ่องเต้หญิงและกระซิบเบา ๆ ว่า
“นอนลงและกางขาออกพ่ะย่ะค่ะ”
“นี่เจ้า…เจ้ากำลังพยายามแก้คำสาปจริงหรือ?”ใบหน้าของฮ่องเต้หญิงกลายเป็นสีกุหลาบขึ้นมาทันที แม้ว่าภายในห้องจะมืดสลัว แต่ใบหน้าของนางในขณะนี้ก็ยังมีเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง
จ้าวอู่เจียงพยักหน้าด้วยความจริงจัง
“มีแต่เติมพลังให้เต็มที่เท่านั้น ท่านจึงจะสามารถแก้คำสาปได้สำเร็จ”
“แต่เมื่อถึงตอนนั้นแล้ว เจ้ายังจะมีเรี่ยวแรงเหลือไว้แก้คำสาปอีกหรือ?” ฮ่องเต้หญิงทั้งรู้สึกเขินอายและขุ่นเคืองใจ เสื้อคลุมของนางถูกปลดออกไปโดยจ้าวอู่เจียง
ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใต้ผ้าห่ม ลมหายใจต่อมาเอี๊ยมชั้นในก็ถูกโยนออกไป
คืนนี้เป็นค่ำคืนที่งดงาม
บรรยากาศเงียบสงบ
ผ้าม่านข้างแท่นบรรทมพลิ้วไหว เสียงแท่นบรรทมดังเอี๊ยดอ๊าดตลอดจนถึงตอนรุ่งสาง
ฮ่องเต้หญิงและจ้าวอู่เจียงได้เติมพลัง พักผ่อนอย่างเต็มที่
เมื่อตื่นขึ้นมา ท้องฟ้าด้านนอกก็มีแสงตะวันอบอุ่นแล้ว
จ้าวอู่เจียงเริ่มต้นทำการแก้คำสาปของหนี่ผูซาที่อยู่ในตัวฮ่องเต้หญิงทันที
ในเวลาเดียวกันนี้ มีคนสองคนกำลังมุ่งหน้ามาที่นครหลวง
หรือจะกล่าวให้ถูกต้องก็คือ พวกมันไม่อาจนับว่าเป็นคนได้เสียทีเดียว
เนื่องจากบุคคลแรกคือหนอนศักดิ์สิทธิ์ในร่างมนุษย์ของชาวเผ่าเหมี่ยวเจียง
ส่วนอีกผู้หนึ่งก็คือเจ้าหมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋
ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของแคว้นต้าเซี่ย พื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองหลันโจว
ชาวบ้านจำนวนมากพบเห็นหมาป่าเนื้อตัวมอมแมมขนาดใหญ่วิ่งไปตามท้องถนนโดยที่ปากคาบขนมแป้งทอดมาด้วย ส่วนทางด้านหลังก็มีเจ้าของร้านขนมแป้งทอดวิ่งตามมา
เวลาที่เจ้าหมาป่าวิ่งไปข้างหน้านั้น มันก็จะส่งเสียงเห่าเป็นระยะ ราวกับว่าต้องการจะร้องเตือนบรรดาผู้คนที่อยู่บนท้องถนนให้ระมัดระวังจะโดนมันชนเข้า
แต่ไม่มีผู้ใดเข้าใจภาษาหมาป่า ไม่มีผู้ใดรู้ว่ามันกำลังพูดอะไรอยู่
ไม่มีผู้ใดรู้ว่ามันไม่ใช่หมาป่าธรรมดา แต่มันคือหมาป่าหิมะของชาวเผ่าอวี้จาง ผู้มีนามว่าเสี่ยวไป๋
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเจ้าหมาป่าตัวนี้ได้เดินทางข้ามชายแดนโหลวหลาน วิ่งทะลุผืนป่าทะเลทรายทางชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือ บุกตะลุยข้ามภูเขายาวไกลหลายพันลี้ จนกระทั่งมาถึงเมืองหลันโจวในที่สุด
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเสี่ยวไป๋มาที่นี่ทำไม
ผู้คนตามทางเห็นเพียงแต่หมาป่าตัวใหญ่กำลังวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต ขนสีขาวของมันเปรอะเปื้อนด้วยคราบดินสกปรก ยิ่งทำให้ขนของมันดูแข็งกระด้างมากกว่าควรจะเป็น
เสี่ยวไป๋เร่งความเร็วฝีเท้า เพียงไม่นานก็สามารถสลัดผู้ที่วิ่งไล่กวดมาได้สำเร็จ
มันส่งเสียงเห่ากลับไปทางด้านหลัง ถึงกับแสดงขนมแป้งทอดที่กำลังคาบอยู่ให้คนพวกนั้นดู เพื่อพยายามบอกให้พวกเขาไปเก็บเงินเอากับคุณชายที่ชื่อว่าจ้าวอู่เจียง
เพียงไม่กี่ลมหายใจ เสี่ยวไป๋ก็คาบของกินอยู่ในปากวิ่งหนีเข้าไปในป่า แล้วฝีเท้าของมันก็เชื่องช้าลง ขณะนี้ได้เวลารับประทานอาหารแล้ว
มันเดินอย่างเชื่องช้าอยู่ภายในป่า ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีคนอยู่ไม่มาก สามารถพบเห็นวัดร้างได้ทั่วไป
เสี่ยวไป๋ได้ยินเสียงสวดมนต์และกลิ่นธูปลอยมาตามสายลม มันสูดดมทำจมูกฟุดฟิด ทำไมมันถึงรู้สึกเหมือนได้กลิ่นพลังลมปราณของจ้าวอู่เจียงเลย?
เสี่ยวไป๋เบิกตาโตหรือว่าจ้าวอู่เจียงจะอยู่ที่นี่?
จากนั้นมันส่งเสียงเห่าด้วยความตื่นเต้น ขนมแป้งทอดที่มันคาบอยู่ในปากเกือบจะตกลงพื้น ดีที่มันยังงับเอาไว้ได้ทัน แล้วเสี่ยวไป๋ก็วิ่งตามกลิ่นไปอย่างไม่รอช้า
ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าหมาก็มาหยุดอยู่หน้าวัดแห่งหนึ่ง หน้าประตูวัดพบหลวงจีนชราใบหน้าเศร้าหมองยืนอยู่ จีวรของท่านเก่าขาด ป้ายชื่อที่ติดอยู่บนประตูเหนือศีระของหลวงจีนท่านนั้นระบุตัวอักษรว่า ‘อารามหลานรั่ว’
หรือว่ามนุษย์หัวโล้นผู้นี้จะขออาหารจากเรา? แต่ว่าเราเป็นหมาป่านะ…เจ้าหมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋เบิกตาโตจ้องมองหลวงจีนชรา ก่อนจะรีบรับประทานของกินในปากมันอย่างรวดเร็ว
“อามิตตาพุทธ” หลวงจีนชราประสานมือเข้าด้วยกัน ก่อนจะโค้งตัวลงให้แก่เสี่ยวไป๋เล็กน้อยถอนหายใจแล้วกล่าวว่า
“สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”
ในทันใดนั้น ลูกประคำพวงหนึ่งได้หลุดร่วงลงมาจากชายจีวรของหลวงจีนชรา ลูกประคำพวงนั้นกลิ้งกระเด็นผ่านพื้นโคลนและรากไม้มาหยุดอยู่ตรงแทบเท้าของเสี่ยวไป๋พอดี
“โฮ่ง! (คนหัวโล้น ท่านทำของตก)” เสี่ยวไป๋ส่งเสียงเห่า ก่อนจะใช้อุ้งเท้าของตนเองตะกุยพวงลูกประคำที่อยู่บนพื้นขึ้นมา
หลวงจีนชรายิ้มอย่างใจดี ก่อนจะสูดหายใจลึก ๆ จ้องมองเสี่ยวไป๋และหมุนตัวเดินจากไปในที่สุด