ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 575 กระแสน้ำเชี่ยว
บทที่ 575 กระแสน้ำเชี่ยว
หนี่ผูซาเพียงบีบมือเบา ๆ ผู้คนที่ลอยอยู่เหนือซากปรักหักพังของนครหลวง ต่างส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ราวกับมีมือขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นกำลังบีบเนื้อ กระดูก และเลือดของพวกเขา
ลมหายใจถัดมา เสียงระเบิดและเสียงเนื้อฉีกขาดดังสนั่นเหนือซากปรักหักพังของวังหลวง ม่านหมอกเลือดระเบิดออกมาเป็นกลุ่ม ๆ
มีคนพยายามตะโกนถามก่อนตายว่าทำไมเขาถึงทำเช่นนี้
ใบหน้าของหนี่ผูซาไร้ความรู้สึก สายตาเย็นชาและมุมปากยกยิ้มเรียบเฉย
เขาหัวเราะเสียงดังอย่างไม่ใส่ใจ
“การที่พวกเจ้าได้มารับใช้ข้า ก็ถือว่าเป็นบุญวาสนาที่พวกเจ้าสั่งสมมาหลายชาติแล้ว”
สายฝนยิ่งตกหนักขึ้น หยดฝนขนาดเท่าเมล็ดถั่วพุ่งทะลุม่านหมอกเลือด กระทบลงบนซากปรักหักพังเป็นจังหวะ ไม่มีผู้ใดตอบรับในโลกใบนี้อีกแล้ว
หนี่ผูซาเหยียบปลายเท้าเบา ๆ มีหมอกสีเทาลอยขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้า เขาลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าสู่ภายนอกโลก
ในที่สุดเขาก็จะได้กลับบ้านของตัวเอง ครั้งนี้เขาจะผ่านการทดสอบได้อย่างราบรื่น และก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งขอบเขตจอมจักรพรรดิสมความปรารถนา
เขายังต้องออกไปค้นหาทุกคนที่เกี่ยวข้องกับจ้าวอู่เจียงในโลกภายนอก ใครก็ตามที่เคยรับพลังโชคชะตาของจ้าวอู่เจียง และเป็นคนใกล้ชิด เขาจะไม่ละเว้น หลังจากผ่านการทดสอบของสวรรค์ เขาจะตามหาคนเหล่านี้ทีละคน
สำหรับผู้ที่มีอำนาจมากมายอยู่ในมือและมีผู้ปกป้อง เขาจะข่มใจรอไปก่อน ส่วนผู้ที่ไม่มีที่พึ่งหรือกำลังตกต่ำ เขาจะจัดการทีละคน แย่งชิงพลังโชคชะตานั้นมา วางรากฐานให้กับเส้นทางแห่งการเป็นจอมจักรพรรดิของตนเอง
ขณะที่เขาหลับใหล เขารับรู้ถึงลมปราณของผู้ที่ใกล้ชิดกับจ้าวอู่เจียงอย่างยิ่ง
เมื่อใดที่เขารับรู้ได้ในโลกภายนอก เขาจะไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด
เขาหัวเราะเยาะ ร่างกลายเป็นหมอก พุ่งทะลุสายฝนที่กระหน่ำลงมาจากท้องฟ้า
ฝนตกหนัก จ้าวอู่เจียงมองโลกด้วยสายตาที่เห็นบรรดาชาวบ้านผู้รอดชีวิตถูกหนี่ผูซาสังหารจนหมดสิ้น
ในใจของชายหนุ่มพลุ่งพล่านด้วยโทสะ ตั้งคำถามว่าทำไม ตั้งคำถามว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้ผิดคำมั่นสัญญา
เขาเกิดความรู้สึกต้องการฆ่าหนี่ผูซาอย่างแรงกล้า อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
จ้าวอู่เจียงรู้ว่าผู้คนเหล่านี้มาถึงโลกแห่งความลับแห่งนี้ได้โดยตรง เพื่อตามหาบางสิ่งบางอย่าง
หลังจากค้นหาอย่างไร้ผล ต่างก็ตกอยู่ในห้วงนิทรา และหันสายตามาจับจ้องที่ตัวจ้าวอู่เจียง
ในบรรดาพวกเขา หนี่ผูซาคือผู้ที่น่ารังเกียจที่สุด ครั้งแล้วครั้งเล่าที่พยายามเร่งกระบวนการให้โลกล่มสลายเร็วขึ้น เป็นคนฝังคำสาปให้ราชวงศ์ประจำแผ่นดินต้าเซี่ย ก่อสงคราม ทำให้ประชาชนตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย
แล้วยังใช้แผนร้ายบังคับให้ข้า จ้าวอู่เจียง ยอมจำนน ในที่สุดก็ผิดคำพูดฆ่าชาวบ้านที่สัญญาว่าจะพาหลบหนีไปสู่โลกภายนอก
และจ้าวอู่เจียงรู้ว่าความโหดร้ายในใจของหนี่ผูซา หนี่ผูซาไม่ได้มีเพียงเท่านี้ คงจะมุ่งเป้าไปที่คนใกล้ชิดของข้า เช่น เซวียนหยวนจิ้ง ตู๋กูหมิงเยว่ ซูฮัวอี และคนอื่น ๆ
ข้าต้องฆ่าหนี่ผูซา ไม่ปล่อยให้มันได้ออกจากโลกนี้ไปอย่างสงบ
เมื่อชายหนุ่มเห็นหนี่ผูซาพุ่งขึ้นฟ้า ในขณะที่ภายในหัวใจกำลังคำรามด้วยความโกรธ ในที่สุดก็พบว่าร่างกายสามารถขยับได้ เหมือนร่างกายถูกฟื้นฟูด้วยสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมาจากท้องฟ้า
ชายหนุ่มพุ่งเข้าใส่หนี่ผูซา สายฝนตกลงมาราวกับคมดาบ
แต่ในขณะที่การโจมตีของเขาเข้าไปถึงตัวหนี่ผูซา สายฝนก็แตกกระจายเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ กระจัดกระจายไปทั่วซากปรักหักพังของนครหลวง
หนี่ผูซาไม่รู้สึกอะไรเลย ใบหน้ายังคงยิ้มอ่อนโยน ดวงตายังคงเย็นชา ค่อย ๆ จากโลกนี้ไป
จ้าวอู่เจียงอยากไล่ตามไปเหลือเกิน
แต่จ้าวอู่เจียงรู้สึกว่าต้นเองกำลังร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ในที่สุดก็กระแทกลงบนซากหินปรักหักพังหรือคานไม้โคลนตม จ้าวอู่เจียงรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะแตกสลายไปพร้อมกับสายฝน
ตัวเขาราวกับกลายเป็นแอ่งน้ำ ไหลไปตามสายน้ำ ปราศจากการควบคุม
แอ่งน้ำค่อย ๆ กลายเป็นลำธาร ไหลผ่านน้ำโคลนสีเหลืองขุ่น น้ำผสมเศษหิน ไหลผ่านศพที่ดวงตายังไม่ปิด เนื้อและเลือดที่กระจัดกระจาย
ลำธารค่อย ๆ กลายเป็นสีขุ่นมัว มีสีแดงฉานของเลือดและสีเหลืองของโคลน มีสีดำเกรียมและสีเขียวซีดของศพ มีสีเขียวอ่อนของต้นไม้ใบหญ้าที่รอดชีวิตจากการถล่มของภูเขาและแผ่นดิน มีสีเทาของใบไม้แห้งเหี่ยวที่พังทลาย มีสีฟ้าของน้ำจากลายมังกรบนธงต้าเซี่ยที่หักโค่นลงกลางสายฝน
ฝนตกหนักราวกับจะไม่มีวันหยุด
จ้าวอู่เจียงดั่งสายน้ำ ไหลผ่านร่องรอยแผลเป็นนับพัน ไหลผ่านความตายอันไร้ชีวิต ไหลผ่านสรรพสิ่งที่ถล่มทลาย ไหลผ่านภูเขาและที่ไกลโพ้นราวกับภาพวาดชำรุด ไหลผ่านหมู่ดาวที่ร่วงหล่นกระจัดกระจายในโลกมนุษย์
สิ่งที่เขามองเห็นล้วนเป็นโลกมนุษย์ที่แตกสลาย