ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 697 หนุ่มรูปงามและผีสาว
บทที่ 697 หนุ่มรูปงามและผีสาว
ดินแดนหลิงซี อาณาจักรเทพวารี เขตทะเลเหนือ
ห่างจากเผ่าปีศาจจิ้งจอกชิงชิวไปหลายร้อยลี้
จ้าวอู่เจียงมาถึงบริเวณเทือกเขาที่ไม่มีชื่อแห่งหนึ่ง
ภูเขาปกคลุมด้วยต้นไม้และพืชพรรณหนาแน่น มีลำธารไหลผ่าน บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงนกร้องและดอกไม้บานสะพรั่ง
ตอนนี้เขายังคงอยู่ในรูปลักษณ์ของอู๋เจียง บุตรชายเพียงคนเดียวของอู๋ต้าห่ายจากสำนักเทพปีศาจ ยังไม่ได้กลับสู่รูปลักษณ์เดิมของเขา
เขารักษาความระมัดระวังเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสังเกตเห็นและการกลับสู่รูปลักษณ์เดิมก่อนเวลาอันควร
ตอนนี้ห่างจากเผ่าปีศาจจิ้งจอกชิงชิวไปหลายร้อยลี้ เขาแฝงตัวอยู่ในป่าเขา และตั้งค่ายอาคมป้องกันตัวเอง ทำการเตรียมการอย่างเต็มที่
ร่างของอู๋เจียงหยุดนิ่งอยู่ที่เดิม ถูกล้อมรอบด้วยหมอกสีม่วงและพลังปีศาจค่อยๆ หายไป
หลังจากนั้น ร่างกายของเขาก็ได้รับการแทนที่ด้วยรูปลักษณ์และเครื่องแต่งกายที่เขามีเมื่อมาถึงโลกนี้ ในหมู่บ้านตระกูลจ้าว เขาสวมเสื้อผ้าทำจากผ้าเนื้อหยาบ มีรอยปะหลายแห่ง สภาพเก่าคร่ำคร่า แต่ยังคงสะอาดสามารถสวมใส่ได้ไม่มีปัญหา
ที่เอวมีมีดเหล็กขึ้นสนิมเหน็บอยู่พร้อมสำหรับการโจมตีได้ทุกเมือง ชายหนุ่มสวมรองเท้าแตะที่ทำจากหญ้าถัก ใบหน้าของเขามีการปรับแต่งเล็กน้อย ครึ่งหนึ่งดูธรรมดา และอีกครึ่งหนึ่งคล้ายกับรูปลักษณ์เดิมของเขา
แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่จ้าวอู่เจียงในตอนนี้ยังคงดูหล่อเหลาไม่เสื่อมคลาย
พลังปีศาจถูกรวบรวมกลับเข้าสู่ร่างกายของเขาอีกครั้ง แส้เทพอสูรที่ข้อมือก็เปลี่ยนเป็นเชือกข้อมือธรรมดา แสงสีทองทั้งหมดหายไป กลายเป็นสีเหลืองคล้ำสภาพเก่าแก่
การที่คนเราเดินทางเพียงลำพังในป่าเขาใหญ่ ต้องรักษาความเรียบง่ายให้มากเข้าไว้
แน่นอนว่าหากรูปลักษณ์ของเขาธรรมดาและซื่อบื้อกว่านี้ก็คงจะดี
แต่ก็ช่วยไม่ได้ แม้จะเพียงครึ่งหนึ่งคล้ายกับรูปลักษณ์เดิม เขาก็ยังคงดูหล่อเหลาอย่างช่วยไม่ได้
เหมือนหิ่งห้อยในคืนเดือนมืด การไม่ถูกสังเกตเห็นเป็นเรื่องยากเย็นยิ่งนัก
จ้าวอู่เจียงนั่งยองๆ ข้างลำธาร ใช้ลำธารเป็นกระจก ชื่นชมตัวเองด้วยความหลงใหล
เขาเปิดแผนที่หนังสัตว์ซึ่งมีการวาดแผนที่ดินแดนหลิงซีอย่างละเอียด รวมถึงการกระจายอำนาจของแต่ละพื้นที่
แผนที่นี้ หลินหลางมอบให้เขาก่อนออกเดินทาง
หากไม่กลัวว่าการเปิดเผยตัวตนจะนำมาซึ่งอันตราย หลินหลางอยากจะติดตามเขาไปทุกหนทุกแห่งด้วยเช่นกัน
จ้าวอู่เจียงต้องการเดินทางจากตอนใต้ของดินแดนหลิงซี ไปเทียนเป่าจงในทิศเหนือของดินแดนเทพเจ้า โดยใช้เท้าของตัวเอง แต่ด้วยความที่เส้นทางยาวไกลเกินไป ต่อให้จะบินตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน ก็ต้องใช้เวลาหลายปีหรืออาจยาวนานนับสิบปีอยู่ดี
วิธีเดียวคือการหาค่ายอาคมย้ายวิญญาณ เพื่อเดินทางระยะไกลในเวลาอันสั้น
ในแผนที่ที่หลินหลางมอบให้ มีการระบุที่ตั้งของค่ายอาคมย้ายวิญญาณที่เปิดให้ใช้ เพียงชำระค่าหินวิญญาณก็สามารถใช้ได้
จ้าวอู่เจียงไม่ได้คิดจะสร้างค่ายอาคมย้ายวิญญาณเอง
เนื่องจากเขาเป็นแค่มือใหม่ในโลกแห่งการฝึกตน ไม่รู้อะไรเลย และวิธีสร้างค่ายอาคมย้ายวิญญาณของเผ่าปีศาจจิ้งจอกชิงชิวก็คงไม่ถูกสอนให้เขาอย่างแน่นอน
ถึงแม้จะสอนให้ ตัวเขาเองก็อาจเรียนไม่ทันในเวลาสั้นๆ
เพราะฉะนั้น การใช้ค่ายอาคมย้ายวิญญาณที่มีผู้คนเปิดให้ใช้บริการคงดีกว่า
ตอนนี้ ตำแหน่งที่ใกล้ที่สุดที่มีค่ายอาคมย้ายวิญญาณ ต้องเดินทางออกจากเขตทะเลเหนือไปก่อน
ในอาณาจักรเทพวารีนั้นมีภูตผีมากมาย ทะเลเหนือยิ่งเป็นที่รวมตัวของเผ่าปีศาจและภูตผีนับไม่ถ้วน เผ่าปีศาจส่วนใหญ่มีค่ายอาคมย้ายวิญญาณของตนเอง ปกติไม่เปิดให้คนนอกใช้
ต้องเดินทางออกจากเขตทะเลเหนือเท่านั้น ถึงจะมีให้ใช้งาน
จ้าวอู่เจียงมองแผนที่และขมวดคิ้วเล็กน้อย
เส้นทางที่เขาจะเดินต่อไปคืออาณาเขตใหญ่ที่ชื่อว่าเมืองอวี้ตู่
เมืองอวี้ตู่ครอบครองพื้นที่หนึ่งในห้าของเขตทะเลเหนือ
เว้นแต่เขาจะเดินทางอ้อม หากเดินตรงไป ไม่ว่าอย่างไรก็จะต้องผ่านเมืองอวี้ตู่แน่นอน
เมืองอวี้ตู่เป็นที่อยู่ของภูตผีมากมาย มีทั้งภูตผีและปีศาจหลากหลายชนิด
จ้าวอู่เจียงถอนหายใจยาว
ตั้งแต่เกิดมา เขาไม่เคยเห็นภูตผีตัวเป็นๆ มาก่อน
เขารู้สึกสงสัย ภูตผีหน้าตาเป็นอย่างไร
ในโลกนี้จะมีภูตผีที่เป็นหญิงสาวสวยงามหรือไม่?
จะมีผีสาวที่เหมือนเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนในเรื่องโปเยโปโลเย หรือซาดาโกะหน้าขาวผ่องผู้โด่งดังบ้างไหม?
ในโลกนี้จะมีผีสาวหน้าตางดงามที่ดูดกลืนพลังหยางของมนุษย์จริงๆ หรือไม่?