ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 76 ผิดใจครั้งแรกกับฮ่องเต้หญิง
บทที่ 76 ผิดใจครั้งแรกกับฮ่องเต้หญิง
“กระหม่อมเข้าใจดี…” จ้าวอู่เจียงยังคงยิ้มต่อไป แต่หัวคิ้วของเขาพันกันยุ่งเหยิง
“แต่กระหม่อมไม่เห็นด้วย…”
“ข้าไม่สนว่าเจ้าจะเห็นด้วยหรือไม่ ข้าเป็นฮ่องเต้ ข้าจะปล่อยให้เด็กคนนั้นกำเนิดขึ้นมาไม่ได้เด็ดขาด…” เซวียนหยวนจิ้งจ้องมองเข้าไปในดวงตาของจ้าวอู่เจียง ความสับสนในส่วนลึกของดวงตา ทำให้หัวใจของนางปั่นป่วน น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย
“อย่างไรก็ไม่ได้…”
จ้าวอู่เจียงสูดหายใจลึก ตอบกลับไปด้วยเสียงสั่นเครือ
“หากเด็กในท้องของตู๋กูหมิงเยว่เป็นชาย จริงอยู่ที่เขาจะเป็นองค์รัชทายาทแห่งแคว้นต้าเซี่ยในอนาคต… ฝ่าบาทคงไม่อยากให้มีผู้ใดมาท้าทายอำนาจ… แต่หากทารกที่คลอดออกมาเป็นเพศหญิงล่ะพ่ะย่ะค่ะ…”
เซวียนหยวนจิ้งรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างอุดตันอยู่ในลำคอ นางพยายามกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ เมื่อจ้าวอู่เจียงกล่าวว่าเด็กในท้องอาจเป็นเพศหญิง หัวใจของนางก็รู้สึกเจ็บปวดยิ่ง
“หากทารกคลอดออกมาเป็นเพศหญิง ฝ่าบาทก็ไม่ต้องกังวลสิ่งใดแล้ว….” จ้าวอู่เจียงกล่าวด้วยเสียงจริงใจ
แพขนตายาวงอนของเซวียนหยวนจิ้งกะพริบขึ้นลงแช่มช้า แววตาดูอบอุ่นขึ้นหลายส่วน
“ถึงจะมีโอกาสเป็นเช่นนั้น แต่ข้าก็ไม่อยากเสี่ยง ข้าจะเสี่ยงไม่ได้!”
“แม้แต่ทารกเพศหญิงท่านก็ยังไม่ปรานีอีกหรือ?” จ้าวอู่เจียงถูนิ้วมือ จ้องมองด้วยสายตามุ่งมั่น
“เจ้าพูดถูกแล้ว จ้าวอู่เจียง”
ฮ่องเต้หญิงลุกขึ้นยืน ดวงตาแดงก่ำมีน้ำตาคลอเต็มสองเบ้า
“ข้าไม่สามารถปรานีผู้ใดได้ทั้งนั้น แม้แต่ทารกหญิงก็ตาม! เพราะข้ารู้ดีว่ากว่าที่ข้าจะมาถึงจุดนี้ได้ ข้าต้องพบกับความยากลำบากเพียงใด เจ้าคิดดูเถอะว่าบรรดาผู้คนที่คิดทรยศจะทำอย่างไร หากรู้ความจริงว่าข้าเป็นสตรี?”
“แต่เรื่องนี้ไม่เหมือนกันสักหน่อย ทารกในครรภ์ไม่ได้คิดจะแย่งชิงอำนาจกับพระองค์…”
จ้าวอู่เจียงต้องการจะปลอบโยนฮ่องเต้หญิง เขาอยากเกลี้ยกล่อมนาง แต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งพูดก็ยิ่งผิดใจกัน สุดท้าย เขาก็ต้องดึงมือของตนเองกลับมาอย่างช่วยไม่ได้
“ไม่เหมือนกันก็จริง” แววตาของฮ่องเต้หญิงเกิดความหวั่นไหว
“แต่ข้าจะปล่อยให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด และข้าจะไม่ปล่อยให้รากฐานอำนาจแห่งแคว้นต้าเซี่ย ต้องมาจบสิ้นลงในยุคสมัยของข้า…”
ในที่สุด รอยยิ้มก็หายไปจากใบหน้าของจ้าวอู่เจียงและด้วยความที่ใบหน้าไร้รอยยิ้ม ชายหนุ่มจึงดูเคร่งเครียดเป็นอย่างยิ่ง เขาพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า
“ถึงท่านจะไม่ยอมรับเด็กคนนั้นเป็นลูก เช่นนั้นข้าจะยอมรับเอง!”
“เจ้าทำเรื่องเช่นนั้นได้ที่ไหนกัน…” หัวใจของฮ่องเต้หญิงสั่นไหวอย่างรุนแรง ลำคอของนางตีบตัน เซวียนหยวนจิ้งต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น หยดน้ำตาคลอหน่วย ใกล้ร้องไห้ออกมาเต็มที
“ท่านไม่อยากรับเลี้ยงเด็กในท้องของตู๋กูหมิงเยว่ เพราะฉะนั้น ข้าจะรับเลี้ยงเอง” น้ำเสียงของจ้าวอู่เจียงเต็มไปด้วยความหนักแน่นมั่นคง เขาเดินออกไปอย่างเชื่องช้า รู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อย
ฮ่องเต้หญิงตะโกนไล่หลังด้วยความเกรี้ยวกราด
“จ้าวอู่เจียง เจ้าหยุดข้าไม่ได้หรอก ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถมาสั่นคลอนบัลลังก์ของข้าได้!”
“เรื่องนั้นข้าไม่ทราบ…” จ้าวอู่เจียงหมุนตัวกลับมา จ้องมองด้วยแววตาเย็นชา
“ข้ารู้แต่เพียงว่าเลือดเนื้อเชื้อไขของข้ากำลังอยู่ในท้องของตู๋กูหมิงเยว่… ท่านคิดจะสังหารลูกของข้าหรือ?” จ้าวอู่เจียงถอนหายใจออกมายาวแรง ก่อนจะเดินหายออกไปจากห้องบรรทม
“แล้ว…เจ้าจะทำอย่างไร?” ฮ่องเต้หญิงถาม จ้องมองแผ่นหลังที่กำลังเดินจากไปของขันทีหนุ่ม หัวใจของนางกำลังรู้สึกสับสนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สุดท้าย เซวียนหยวนจิ้งก็ต้องทิ้งตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้แรง ๆ
ข้าจะสามารถกำจัดจ้าวอู่เจียงได้หรือไม่? ข้าจะสามารถกำจัดเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาได้หรือไม่? ฮ่องเต้หญิงบ่นพึมพำออกมาด้วยเสียงที่ไม่ชัดเจน
“ได้หรือไม่… ได้หรือไม่…”
จ้าวอู่เจียงก้าวเดินออกไปจากห้องบรรทม ชำเลืองมองกลับไปที่ฮ่องเต้หญิง ก่อนจะค่อย ๆ งับประตูปิดอย่างแช่มช้า
แล้วเขาก็ก้าวเดินออกสู่ความมืดมิดยามราตรี
…
ราตรียาวไกล เซวียนหยวนจิ้งนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียง นับตั้งแต่นางได้พบเจอกับจ้าวอู่เจียง นางก็ไม่เคยว้าวุ่นใจยามราตรีเช่นนี้มานานแล้ว เพราะนางรู้สึกเหมือนกับตนมีผู้ที่คอยคุ้มกันดูแลอยู่ตลอดเวลา
เซวียนหยวนจิ้งคิดหาเหตุผลมากมาย สิ่งที่นางควรทำก็คือสังหารเด็กในท้องของตู๋กูหมิงเยว่ เพราะว่าเด็กผู้นี้อาจจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้นางต้องสูญเสียอำนาจในอนาคต!
แต่สำนึกผิดชอบชั่วดีก็สั่งให้นางเก็บเด็กในท้องของตู๋กูหมิงเยว่เอาไว้ เพราะว่าเด็กในท้องเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้ทำสิ่งใดผิดเลย
แล้วหากเด็กในท้องตู๋กูหมิงเยว่เป็นเพศหญิงอย่างที่จ้าวอู่เจียงพูดจริง ๆ ล่ะ?
ความจริง ถึงเป็นเพศหญิงนางก็ต้องกำจัดทิ้ง…เซวียนหยวนจิ้งรู้สึกร้อนรุ่มใจ นางบอกจ้าวอู่เจียงว่าจะเก็บทารกเอาไว้ไม่ได้ นางใช้คำพูดที่รุนแรง แต่มันก็เป็นความจริง นางยอมเสี่ยงไม่ได้เด็ดขาด…
แต่เรื่องนี้ค่อย ๆ คิดหาทางจัดการแก้ไขจะดีกว่า วันพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่… นางสูดหายใจ พยายามขับไล่ความฟุ้งซ่านในหัวใจออกไปให้หมด
…
ในราตรีนี้ จ้าวอู่เจียงกำลังฝึกฝนวรยุทธ์จากคัมภีร์ทองคำไร้พ่าย และด้วยความที่เขาสามารถปลุกเจ็ดวิญญาณขึ้นมาได้สำเร็จแล้ว ส่วนต่อไปที่ต้องทำก็คือการปลุกสามจิตในร่างกาย ซึ่งถ้าเขาสามารถทำได้สำเร็จ ก็จะนับว่าเป็นความคืบหน้าอีกก้าวสำคัญทีเดียว
จ้าวอู่เจียงอ่านเนื้อหาโดยรวมในคัมภีร์เล่มนี้จบแล้ว นั่นทำให้เขารู้ว่าคัมภีร์ทองคำไร้พ่ายมีวิชาอยู่ด้วยกันห้าขั้น หากสามารถฝึกฝนทั้งห้าขั้นได้สำเร็จ เขาก็จะกลายเป็นยอดฝีมือที่ไม่ต้องเกรงกลัวผู้ใดอีกต่อไป
อีกทั้งยังมีร่างกายทนทานอันตราย ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้!
เมื่อถึงเวลานั้น เขาก็สามารถปกป้องทุกคนได้!
แต่ในขณะนี้ จ้าวอู่เจียงทำได้เพียงข่มความเศร้าในหัวใจ และมุ่งมั่นฝึกวิชาต่อไป
คืนนี้เขามีเรื่องผิดใจกับฮ่องเต้หญิง แต่จ้าวอู่เจียงก็เข้าใจความคิดของนาง ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่นางจะกระทำอยู่ดี
แต่เรื่องนี้ค่อย ๆ คิดหาทางจัดการแก้ไขดีกว่า วันพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่… ขันทีหนุ่มใช้นิ้วจิ้มลงไปบนมือของตนเอง รู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวของพลังในจุดลมปราณ หลังจากนั้น มวลลมปราณจากสวรรค์และฟ้าดินก็ไหลรินเข้าสู่ร่างกายของเขา