ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 842 ยามอิ๋นมาถึงแล้ว
บทที่ 842 ยามอิ๋นมาถึงแล้ว
ยามค่ำคืนล่วงเลยเข้าสู่ยามอิ๋น
จ้าวอู่เจียงที่กำลังเคลิ้มหลับจากความคิดอันพลุ่งพล่าน พลันต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆ เสียงหวานชวนหลงใหลที่ถูกพลังปราณห่อหุ้มเอาไว้ลอยเข้ามาในห้อง
“พี่จ้าว ท่านเคยขอให้น้องช่วยทำบางอย่างให้ ตอนนี้สำเร็จแล้ว พี่จ้าวพอมีเวลาหรือไม่?”
จ้าวอู่เจียงรู้สึกสงสัย “ฮวาเจี่ยอวี๋หรือ?”
นางมาทำอะไรตอนดึกดื่นเช่นนี้? หรือว่า… นางจะเอาจริง?
ตอนนั้นเขาเพียงหยอกล้อฮวาเจี่ยอวี๋ แต่ดูเหมือนว่านางจะจริงจัง นี่นางมาเยี่ยมตอนดึกเพื่อส่งอะไรให้เขาหรือ? แต่เขาก็ไม่ได้หิวเลยนี่นา
“ข้าหลับแล้ว” จ้าวอู่เจียงตอบกลับด้วยเสียงที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณ ส่งกระแสเสียงออกไปนอกห้อง
ฮวาเจี่ยอวี๋ด้านนอกชะงักเล็กน้อย จากนั้นเสียงหวานก็ดังมาอีกครั้ง
“ยามค่ำคืนหนาวเหน็บ พี่ไม่สงสารน้องที่ยืนหนาวอยู่หรือ? แม้ว่าพี่จะเป็นผู้มีศีลธรรมสูงส่ง แต่ข้ามีเรื่องจะพูดคุยกับพี่ พอจะเปิดประตูให้ข้าเข้าไปได้หรือไม่?”
“หนาวหรือ? ข้ากลัวว่าเจ้าจะตกใจมากกว่า!” จ้าวอู่เจียงถอนหายใจ เขาโบกมือทำให้คาถาบนประตูสลายไป จากนั้นกล่าวว่า
“เข้ามาเถิด แต่ห้ามจับต้องข้าเป็นอันขาด”
ฮวาเจี่ยอวี๋รู้สึกอายเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มพอใจในใจ นางคิดว่า จ้าวอู่เจียงนี่ช่างเล่นตัวจริงๆ นางเปิดประตูและก้าวเข้ามาในห้องของเขา ไฟในห้องสว่างขึ้นโดยทันที
“พี่จ้าว ไฟนี่มันสว่างเกินไปหรือไม่? คงจะดีกว่าถ้าปิดลงเจ้าค่ะ” ฮวาเจี่ยอวี๋ก้าวเดินช้าๆ อย่างมีเสน่ห์ ความหมายชัดเจนว่าการมีไฟสว่างจะไม่เหมาะสมกับสิ่งที่นางต้องการ
“ไฟกลางคืนช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้าย” จ้าวอู่เจียงสวมเสื้อคลุมและนั่งที่โต๊ะ เขาไม่หิว และไม่คิดจะมีเรื่องกับนาง
ฮวาเจี่ยอวี๋ยิ้มอย่างออดอ้อน
นางสวมชุดกี่เพ้าสีเหลืองอ่อนที่เผยส่วนโค้งงามของร่างกายอย่างเด่นชัด พร้อมกับเสื้อคลุมยาวสีเข้ม ซึ่งทำให้นางดูมีความเรียบง่ายกว่าปกติเล็กน้อย นางส่งสายตาหวานเย้ายวนให้จ้าวอู่เจียง แล้วค่อยๆ นั่งลงบนเก้าอี้ข้างเขา
“โอ๊ย” นางร้องเบาๆ พลางกัดริมฝีปากอวบอิ่ม “พี่จ้าว เก้าอี้ของพี่นี่เย็นจังเลย”
ดวงตาของจ้าวอู่เจียงกระตุกเล็กน้อย เมื่อเห็นว่ากี่เพ้าของฮวาเจี่ยอวี๋ผ่าสูงมาก เผยให้เห็นผิวขาวนวลเกือบครึ่งหนึ่ง เขาอดไม่ได้ที่จะคิดว่านางลืมใส่ชุดชั้นในหรือไม่
“ขอโทษที มันคงทำให้เจ้าหนาวแย่แล้ว” จ้าวอู่เจียงกล่าว “ต้องขออภัยเป็นอย่างสูง”
“ถ้าอย่างนั้น พี่จ้าว ช่วยให้ความอบอุ่นแก่น้องหน่อยได้ไหมเจ้าคะ?” ฮวาเจี่ยอวี๋ยิ้มอย่างเย้ายวน
นางคิดในใจว่า หากนางไม่ได้ใส่อะไรใต้เสื้อผ้า แล้วจ้าวอู่เจียงจะทำอย่างไร?
จ้าวอู่เจียงไม่ตอบ
“ตายจริง พี่จ้าว มือของพี่เย็นจัง” ฮวาเจี่ยอวี๋ยิ้มอย่างอ่อนหวาน ขณะที่นางจับมือจ้าวอู่เจียงไว้แล้วพูดว่า “ให้น้องช่วยอุ่นมือพี่เถอะนะ”
นางค่อยๆ นำมือของจ้าวอู่เจียงไปซุกบริเวณที่อบอุ่นที่สุดในร่างกายของนาง
“ไม่ต้องกังวล น้องต้องขอบคุณพี่ เพราะถ้าไม่ใช่พี่ช่วยไว้ วันนี้น้องคงเสียชีวิตไปแล้ว”
นางค่อยๆ นั่งบนตักของจ้าวอู่เจียง ในใจคิดว่าไม่มีชายใดที่จะต้านทานเสน่ห์ของนางได้ โดยเฉพาะจ้าวอู่เจียง นางมั่นใจว่านางจะสามารถชนะใจเขาได้อย่างแน่นอน
ขณะที่จ้าวอู่เจียงเริ่มรู้สึกหิว ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง และเสียงของหลินหลางดังตามมาว่า
“พี่จ้าว ข้ามีบางอย่างสงสัย อยากจะพูดคุยกับพี่ได้หรือไม่?”
ทำไมมีคนมาอีกได้เนี่ย? ฮวาเจี่ยอวี๋ตกใจ ร่างของนางสั่นไหว นางรีบลุกขึ้นจากตักของจ้าวอู่เจียงอย่างรวดเร็ว
จ้าวอู่เจียงกระแอมไอเล็กน้อย ก่อนจะเช็ดมือที่เปียกแฉะบนเสื้อคลุมของฮวาเจี่ยอวี๋
เขามองไปรอบห้องก่อนส่งสัญญาณทางสายตาให้ฮวาเจี่ยอวี๋ นางจัดการรวบผมของตัวเองที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย แล้วค่อยๆ เดินไปยังตู้เสื้อผ้าอย่างเงียบๆ และแอบเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในนั้น
จ้าวอู่เจียงกระแอมไออีกครั้ง ก่อนจะเดินไปเปิดประตู