ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 845 อู่เจียงยังไม่ได้นอน
บทที่ 845 อู่เจียงยังไม่ได้นอน
เมื่อจูกัดเสี่ยวไป๋เคาะประตูและตะโกนจากนอกบ้าน จ้าวอู่เจียงรู้สึกชินชาเล็กน้อย
ทว่าหลินเสี่ยวเคอกลับเริ่มสับสนทันที
นางเกือบจะได้ตรวจสอบว่าจ้าวอู่เจียงมีพลังปีศาจจากตระกูลจิ้งจอกชิงชิวหรือไม่
แต่กลับถูกเสียงเคาะประตูและเสียงเรียกของจูกัดเสี่ยวไป๋ขัดจังหวะ
นางไม่กลัวว่าคนอื่นจะพูดถึงนาง
แต่คำว่า ‘คนอื่น’ หมายถึงผู้บำเพ็ญทั่วไป ไม่ใช่จูกัดเสี่ยวไป๋
ยิ่งช่วงดึกเช่นนี้ หลินเสี่ยวเคอในฐานะเทพธิดาของตระกูลจิ้งจอกชิงชิว และยังเป็นหนึ่งในผู้นำของการเจรจาระหว่างตระกูลจิ้งจอกชิงชิวและตระกูลหมาป่า ย่อมเป็นเรื่องที่อธิบายได้ยากหากมีคนพบว่านางอยู่ในห้องของจ้าวอู่เจียง
โดยเฉพาะเมื่อเจอกับจูกัดเสี่ยวไป๋แห่งหอสมบัติหมื่นวัตถุ
จูกัดเสี่ยวไป๋เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้มีพรสวรรค์ว่ามักจะพูดโดยไม่ระวัง หากเรื่องนั้นไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง
นอกจากนี้ จูกัดเสี่ยวไป๋ยังเก่งในเรื่องการเติมแต่งและทำให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โต รายการจัดอันดับเทพธิดาและปีศาจหญิงต่าง ๆ ในทิศใต้น่านน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็เกิดจากการผลักดันของเขา
หากจูกัดเสี่ยวไป๋พบว่านาง หลินเสี่ยวเคอ อยู่ในห้องของจ้าวอู่เจียงยามดึก นางไม่กล้าคิดเลยว่าเขาจะเติมแต่งเรื่องราวออกไปอย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น จูกัดเสี่ยวไป๋ยังมี ‘สร้างโลกจำลอง’ ของตระกูลจูกัดที่สามารถบันทึกภาพสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องได้ทันที
จากนั้นก็จะเผยแพร่ข่าวออกไป
‘เทพธิดาจิ้งจอกชิงชิว หลินเสี่ยวเคอ มีนัดลับกับชายปริศนายามดึก’
‘หนึ่งในสามปีศาจสาวแห่งใต้น่านน้ำมีนัดลับกับชายปริศนาในห้องยามค่ำคืน’
‘ตะลึง! หลินเสี่ยวเคอกับชายปริศนามีความลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้ในยามดึก’
ข่าวจะถูกเติมแต่งและชี้นำให้ผู้บำเพ็ญนึกไปในทางที่ไม่ดี
หากสถานการณ์เป็นเช่นนั้นจริง ชื่อเสียงของนาง หลินเสี่ยวเคอ คงพังไม่เป็นท่า
ดังนั้น เมื่อได้ยินเสียงของจูกัดเสี่ยวไป๋ ความคิดแรกของหลินเสี่ยวเคอคือ ต้องซ่อน!
นางมองไปรอบ ๆ ห้อง ที่หลบก็เห็นจะมีแต่ใต้เตียง หลังม่าน หรือไม่ก็ตู้เสื้อผ้า
นางพุ่งตัวไปยังตู้เสื้อผ้าโดยไม่ลังเล
จ้าวอู่เจียงยังไม่ทันจะตอบสนอง นางก็เปิดประตูตู้และเข้าไปซ่อนแล้ว
ตู้เสื้อผ้าสั่นสองครั้งก่อนกลับสู่ความสงบ
“ให้ตายเถอะ!” จ้าวอู่เจียงยิ้มขมขื่นและส่ายหัว
ปัง!
แล้วประตูห้องก็ถูกเปิดออก
ยังไม่ทันจะก้าวเข้ามา เสียงของจูกัดเสี่ยวไป๋ก็ดังขึ้น
“พี่จ้าว ห่างกันไม่กี่ชั่วโมงเหมือนห่างกันหลายปี”
“ข้าสังเกตเห็นไฟในห้องของพี่จ้าวยังสว่าง คาดว่าท่านคงยังไม่เข้านอน เลยคิดจะมาทักทาย”
จ้าวอู่เจียงนั่งอยู่ข้างโต๊ะ รินชาดื่มเงียบ ๆ เขาคิดว่าในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วก็ปล่อยไปตามนั้น
ภายในตู้เสื้อผ้า หลินเสี่ยวเคอตกใจจนใจสั่น
นางไม่เพียงแต่เห็นฮวาเจี่ยอวี๋จากสำนักเทพบุปผาเท่านั้น แต่ยังเห็นหลินหลาง น้องสาวในตระกูลของนางเองด้วย
โดยเฉพาะเมื่อหลินหลางเห็นนาง น้องสาวค่อย ๆ ก้มศีรษะลงเหมือนรู้สึกผิด ทำให้หลินเสี่ยวเคอหวั่นใจ บางทีจ้าวอู่เจียงอาจเป็นชายใจดำที่หลินหลางยังคงคิดถึง?
นางโกรธแต่ไม่แสดงออกมา เลือกที่จะเบียดเข้าไปในตู้เสื้อผ้าร่วมกับหลินหลางและฮวาเจี่ยอวี๋
หลินหลางก้มหน้าไม่สบายใจ ไม่เพียงเพราะรู้สึกผิด แต่ยังสงสัยว่าพี่เสี่ยวเคอมาทำอะไรในห้องของจ้าวอู่เจียงยามดึก?
พี่เสี่ยวเคอเริ่มรู้เรื่องระหว่างตนกับจ้าวอู่เจียงแล้วหรือ?
หรือว่าพี่เสี่ยวเคอเองก็มีใจให้จ้าวอู่เจียง…
หลินหลางกัดริมฝีปาก บรรยากาศในตู้เสื้อผ้าร้อนระอุ นางกลืนน้ำลายแผ่วเบา หัวใจเต็มไปด้วยความสับสน
ฮวาเจี่ยอวี๋ตกใจจนพูดไม่ออก นางมาเพื่อผูกมิตรกับจ้าวอู่เจียง ไม่คาดคิดว่าเทพธิดาทั้งสองของตระกูลจิ้งจอกชิงชิวจะมาอยู่ในห้องของจ้าวอู่เจียงยามดึกเช่นกัน
หรือว่าจุดประสงค์ของพวกนางจะเหมือนกับนาง?
โอ้สวรรค์ จ้าวอู่เจียงคือใครกันแน่? เขามีความพิเศษอะไรนัก?
แล้วใครกำลังจะเข้ามาในห้องอีก? จะเป็นอีกหนึ่งสาวงามของสวรรค์หรือไม่?
ฮวาเจี่ยอวี๋เงียบ
คนในตู้ทั้งสามต่างเงียบ ครุ่นคิดบางอย่างในใจอย่างลึกซึ้ง
ด้านนอก
“พี่จ้าว ชานี้เย็นชืดแล้ว” จูกัดเสี่ยวไป๋นั่งลงข้างโต๊ะ วางชาอู๋เต๋าที่นำมาไว้บนโต๊ะ เขายกถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นดื่มรวดเดียวหมดอย่างไม่ถือสา
ก่อนจะยิ้มแล้วพูด
“ยังดีที่ข้านำชาอู๋เต๋ามาให้พี่จ้าวกระปุกหนึ่ง ชานี้ช่วยผู้บำเพ็ญในการทะลวงคอขวดได้ พี่จ้าวอย่าดูแคลนเชียว”