ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 871 นอนสบาย ‘太’
บทที่ 871 นอนสบาย ‘太’
ภายในห้องของหลินเสี่ยวเคอ
หลินเสี่ยวเคอยืนอยู่ข้างเตียง ท่าทีลังเลสับสน เขินอายจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี
จ้าวอู่เจียงไม่ได้เร่งรีบ เพียงนั่งอยู่ที่โต๊ะพลางดื่มชาเงียบ ๆ
ทั้งสองคนนิ่งเงียบ ไม่พูดอะไร
“ถ้าอย่างนั้น ท่านช่วยข้า… ถอดออกให้ข้าหน่อย” หลินเสี่ยวเคอก้มหน้าลงพลางพูดตะกุกตะกัก ใบหน้าแดงระเรื่อ
“ครั้งก่อนท่านก็ถอดให้ข้า…”
“ไม่ต้องลำบากขนาดนั้น” จ้าวอู่เจียงเห็นหลินเสี่ยวเคอที่เคยเปิดเผยตรงไปตรงมามีท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ เขาเลยเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะใช้มือใหญ่สอดเข้าไปใต้กระโปรงแล้วกระชากกางเกงชั้นในออกมาถือไว้ในมือ
หลินเสี่ยวเคออุทานด้วยความตกใจ
จ้าวอู่เจียงปลดเข็มขัดตย นั่งลงบนเก้าอี้แล้วดึงหลินเสี่ยวเคอเข้ามาหา
“ข้าบังเอาไว้แล้ว มานั่งลงเถิด”
หลินเสี่ยวเคอกัดริมฝีปาก ยกกระโปรงขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าแดงซ่าน ดวงตาหลบเลี่ยงไม่กล้ามองหน้าจ้าวอู่เจียง แต่ก็ค่อย ๆ ทิ้งตัวนั่งลง
นางลังเลอยู่ ยังไม่ยอมนั่งลงเต็มที่
จ้าวอู่เจียงถอนหายใจแผ่วเบส ก่อนจะโอบเอว แล้วกำหนดตำแหน่งให้นางนั่งลงอย่างแม่นยำ
หลินเสี่ยวเคอคราวออกมาแผ่วเบา ใบหน้ากลายเป็นแดงซ่าน แต่เมื่อสอดประสาน นางก็เริ่มขยับ ระบายพิษตกค้างช้า ๆ
จากที่ยังไม่คุ้นชินก็ค่อย ๆ เรียนรู้และทำได้คล่องขึ้น หลินเสี่ยวเคอยังคงไม่กล้ามองจ้าวอู่เจียงตรง ๆ เอาแต่หันหน้ามองไปทางอื่น ความเขินอายบนใบหน้าได้แผ่ขยายไปถึงลำคอแล้ว
จ้าวอู่เจียงนั่งอยู่บนเก้าอี้ มือสองข้างประสานอยู่ที่ท้ายทอยตน แสดงท่าทีบริสุทธิ์ใจ
……
ค่ำคืนเงียบสงัด
จ้าวอู่เจียงนอนราบอยู่บนเตียง มองตรง ไม่มองซ้ายหรือขวาเป้นพอเศษ
ยามนี้ทางด้านซ้ายของเขาคือเซวียนหยวนจิ้ง ส่วนด้านขวาคือหลินหลาง
เขาไม่เข้าใจว่าสตรีทั้งสองคิดอย่างไร ถึงได้ขอให้นอนด้วยกัน
เดิมทีคิดว่าจะมีอะไรพิเศษ แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงการนอนพักผ่อน
มือซ้ายถูกเซวียนหยวนจิ้งกอดไว้ ส่วนมือขวาก็ถูกหลินหลางกอดแน่น ทำให้เขาต้องนอนราบเป็นรูปตัว ‘木’
ขณะเดียวกัน อีกห้องหนึ่ง หลี่ฉวนจวินนอนหลับสบายเพียงลำพัง นอนแผ่กว้างเป็นรูปตัว ‘太’ สบายอารมณ์
ส่วนหลินเสี่ยวเคอที่ผ่านการขับพิษมายังคงหลงใหลในความรู้สึก นอนหลับอยู่บนเตียง ท่าทางที่บิดเบี้ยวเป็นรูปตัว ‘氽’
……
รุ่งเช้าที่สว่างไสว
จ้าวอู่เจียงบอกให้หลินหลาง หลินเสี่ยวเคอ และเซวียนหยวนจิ้งรั้งอยู่ในชั้นที่สิบหกของดินแดนลึกลับเต๋อเหลียน ส่วนเขากับหลี่ฉวนจวินจะออกไปทดสอบกระบี่
การทดสอบกระบี่ก็คือ การไปสังหารศัตรู
เขาจะไปตามล่าผู้รอดชีวิตจากเผ่าหมาป่าสวรรค์ เผ่าพยัคฆ์คำราม และเผ่าอสรพิษเถิง ภายในดินแดนลับเต๋อเหลียน
ทั้งสามเผ่าวางแผนทำร้ายเผ่าจิ้งจอดชิงชิว และยังคิดจะล่วงเกินหลินหลางกับหลินเสี่ยวเคออีก
หากไม่ใช่เพราะจ้าวอู่เจียงมีแก่นปีศาจของหลินหลาง เกรงว่าเผ่าจิ้งจอกชิงชิวอาจถูกสังหารจนหมดสิ้นแล้ว
เมื่อคนของเขา จ้าวอู่เจียง ถูกทำร้ายโดยไร้เหตุผล แน่นอนว่าเขาจะต้องลงมือแก้แค้น
จ้าวอู่เจียงเดินทางข้ามดินแดนลับเต๋อเหลียน ค้นหาผู้รอดชีวิตจากทั้งสามเผ่า
แล้วสังหารอย่างไร้ความปรานี ไม่เหลือผู้รอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว
จากชั้นที่สิบหกของดินแดนลับเต๋อเหลียน เขาสังหารศัตรูไปจนถึงชั้นที่ยี่สิบเอ็ด โดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา
ชั้นที่ยี่สิบเอ็ด เขาได้พบกับหนึ่งในผู้รอดชีวิตของเผ่าหมาป่าสวรรค์ซึ่งมีพลังไม่น้อย ต้านทานสายฟ้าของเขาไปได้หลายครั้ง ก่อนจะหนีไปในดินแดนชั้นที่ยี่สิบเอ็ด
ศัตรูรายนี้หนีไปจนถึงวัดแห่งหนึ่ง
ภายในวัดมีผู้คนมากมายกำลังสวดภาวนาอย่างเคร่งครัด ทั้งยังมีนักบวชอยู่หลายรูป
จ้าวอู่เจียงมองเห็นเครื่องรางและเครื่องมือของพุทธศาสนาภายในวัดก็เข้าใจได้ทันทีว่านักบวชเหล่านี้ไม่ใช่ชาวพื้นเมืองในเขตลับเต๋อเหลียน แต่น่าจะเป็นคนที่มาจากภายนอก
จ้าวอู่เจียงไล่ล่าผู้รอดชีวิตจากเผ่าหมาป่าสวรรค์ และศัตรูของเขาก็วิ่งเข้าไปในห้องโถงพระพุทธรูป
จ้าวอู่เจียงตามเข้าไป เหล่าคนที่อยู่ใยวัดมองเขาด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะต่อว่าเขา…สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนาไม่อนุญาตให้ฆ่าสัตว์
จ้าวอู่เจียงไม่ได้พูดอะไร เขาสังหารผู้รอดชีวิตจากเผ่าหมาป่าสวรรค์ต่อหน้าพระพุทธรูป เลือดกระจายเต็มไปทั่วเบาะนั่งที่ผู้คนคุกเข่าสวดภาวนา
พอทุกคนเห็นท่าทางไม่แยแสของจ้าวอู่เจียง พวกเขาก็เงียบลงและไม่พูดเรื่องข้อห้ามฆ่าสัตว์ในพุทธศาสนาอีก
จ้าวอู่เจียงมองไปรอบ ๆ อย่างเย็นชา ก่อนจะออกจากวัด เตรียมมุ่งหน้าไปยังชั้นที่ยี่สิบสองของดินแดนลึกลับเต๋อเหลียน
แต่เขากลับถูกหญิงชุดขาวหยุดไว้เสียก่อน