ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 896 ความฝันมากมายในคืนยาวนาน
บทที่ 896 ความฝันมากมายในคืนยาวนาน
ยามรัตติกาลมาเยือน
ดินแดนชั้นที่ยี่สิบสองของเต๋อเหลียน การต่อสู้ชิงกระดูกจอมจักรพรรดิสิ้นสุดลง
สนามของรัตติกาลเป็นอาณาจักรของเหล่าวิญญาณพยาบาทที่เดินเตร็ดเตร่
ยิ่งเข้าใกล้กลีบดอกบัวที่เป็นหัวใจของเต๋อเหลียน พลังของวิญญาณพยาบาทก็ยิ่งทรงอานุภาพขึ้น
ว่ากันว่าบนสวรรค์ชั้นที่สามสิบสามของดินแดนลับเต๋อเหลียน เหล่ายอดฝีมือที่เคยก้าวเข้าสู่ดินแดนลึกลับนี้ ได้เผชิญกับวิญญาณพยาบาทที่เทียบเท่ากับขั้นจอมจักรพรรดิ
และเพราะเหล่าวิญญาณพยาบาทนี้เองที่ทำให้จีปอฉางสามารถหลบหนีไปได้ แล้วซ่อนเร้นเข้าไปในรัตติกาลกับผู้คนราชวงศ์เซียนต้าโจว
ขณะเดียวกัน ข่าวหนึ่งได้แพร่สะพัดไปทั่วดินแดนลับของเต๋อเหลียน
‘บุรษจากเมืองกุยหลายดินแดนหลิงซี ตอนใต้ของแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ ครอบครองวิชามารกลืนสวรรค์ นมของเขาคือ จ้าวอู่หยาง’
จางเต๋อลู่ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะจัดการกับจ้าวอู่เจียง
จ้าวอู่เจียงทำลายแผนการของเขาในการครอบครองพลังของเทาเที่ยที่เป็นพลังแห่งความตะกละ
เขาต้องการให้จ้าวอู่เจียงล่มจม เสื่อมเสียชื่อเสียง และถูกตามล่าจากเหล่าผู้คน
จากนั้นจึงจะฉวยโอกาสในขณะที่จ้าวอู่เจียงใกล้ตาย ลักเอาตัวเขามา
เช่นนี้เขาจะไม่เพียงได้รับมรดกจากจางหลินต้าว แต่ยังจะได้ครอบครองวิชามารกลืนสวรรค์ของจ้าวอู่เจียงด้วย
เขาจึงแพร่ข่าวนี้ออกไป
แน่นอนว่าผู้อื่นจะต้องเชื่อ เพราะวิชามารกลืนสวรรค์นั้นเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะฝ่ายธรรมะหรืออธรรมล้วนต้องการครอบครอง
แม้ว่าบางคนอาจจะสงสัยว่าข่าวนี้เป็นเพียงข่าวลือ แต่ก็จะต้องมีผู้ที่อยากพิสูจน์
และจ้าวอู่เจียงที่เชี่ยวชาญวิชามารกลืนสวรรค์ก็ย่อมทนต่อการพิสูจน์ไม่ได้
เมื่อความสงสัยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดความจริงก็จะถูกเปิดเผย
เขาคอยซ่อนตัวและติดตามจ้าวอู่เจียงไปตลอดทาง
จ้าวอู่เจียงก็เหมือนจะระวังตัวดีมาก เขาไม่เคยแสดงวิชามารกลืนสวรรค์ให้คนอื่นเห็นเลย
แต่จ้าวอู่เจียงจะไม่มีทางทนต่อแผนการอันชัดเจนนี้ได้แน่นอน
เมื่อถึงเวลานั้น การถูกตามล่าก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
สิ่งที่จางเต๋อลู่ต้องทำเพียงอย่างเดียวคือรอให้แผนการนี้บ่มเพาะ
แผนการนี้ เขาเรียนรู้มาจากจูกัดเซี่ยวไป๋
การใช้พลังของสาธารณชนทำลายล้างใครสักคน
เมื่อความสงสัยเกิดขึ้น เรื่องราวก็จะถูกตัดสินไปในทางหนึ่ง
จ้าวอู่เจียงไม่มีทางหนีพ้น!
……
จ้าวอู่เจียงไม่สามารถหนีไปได้
เขาเพียงแค่เดินทางผ่านชั้นที่ยี่สิบเอ็ดของดินแดนลึกลับเต๋อเหลียนก็ถูกหญิงสาวนามว่าหยินเถาเอ๋อร์หมายหัวเข้า
หยินเถาเอ๋อร์พยายามพูดเกลี้ยกล่อมเขาและลากเขาไปยังที่หลบภัยในรัตติกาล โดยเริ่มใช้เล่ห์กล
ค่ำคืนนี้ สิ่งที่เข้ามาในร่างกายของหยินเถาเอ๋อร์อาจไม่ใช่ความง่วงนอน แต่อาจเป็นจ้าวอู่เจียง
รุ่งเช้า สิ่งที่สาดส่องลงบนใบหน้าของหยินเถาเอ๋อร์อาจไม่ใช่แสงแดดยามเช้า แต่อาจเป็น…
คืนนี้ จ้าวอู่เจียงฝันถึงสองสิ่ง
ยิ่งเขาขยับนานขึ้น น้ำของหยินเถาเอ๋อร์ยิ่งมาก ยิ่งกลางคืนยาวนาน ความฝันก็ยิ่งมากขึ้น
ความฝันแรก
เขาฝันถึงครั้งยังเยาว์
ดวงดาวสีน้ำเงิน
เขาเคยฉี่ใส่ดินเหนียว และมีชายคนหนึ่งที่ใบหน้าเลือนรางเข้ามาใกล้ ทำให้เขารู้สึกถึงความเมตตาเป็นพิเศษ
ชายคนนั้นถามเขาว่า
“อาอู่ ตอนโตเธออยากเป็นอะไร?”
“ข้าอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์!” เขาตอบอย่างจริงจังในวัยเด็กด้วยความไร้เดียงสา
ครูและพ่อแม่เคยบอกเขาว่า ถ้าได้เป็นนักวิทยาศาสตร์จะสร้างชื่อเสียงให้กับครอบครัว และทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ
แม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ว่านักวิทยาศาสตร์คืออะไร แต่ในใจเล็ก ๆ ของเขาได้ฝังเมล็ดพันธุ์นี้ไว้อย่างลึกซึ้งแล้ว
จนกระทั่งเขาเติบโตขึ้น ความฝันในวัยเด็กนั้นก็ค่อย ๆ ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
คืนหนึ่งที่แสงไฟนีออนกะพริบ เขาได้พบกับหญิงสาวที่น่ารักในชุดถุงน่องสีดำ เขาเห็นว่าเธอช่างน่าสงสาร จึงยื่นเงินให้เธอห้าร้อยหยวน
หญิงสาวพาเขาเข้าไปในกระท่อมเล็ก ๆ หลังจากผ่านไปสักพัก หญิงสาวถามเขาว่า
“อู่เจียง เจ้าโตขึ้นอยากเป็นอะไร?”
“ข้าอยาก…” เขาตื่นเต้นอยากจะรีบตอบ แต่ยังไม่ทันพูดจบก็มีเสียงดังสนั่นจากนอกประตู
“เปิดประตู! พวกเราคือเอฟบีไอ!”
เขาลืมตาขึ้นมาในภวังค์ ใบหน้าที่เลือนรางในวัยเด็กปรากฏขึ้น
เขาได้ยินเสียงแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความเมตตา
“อาอู่ เจ้าจะเลือกอย่างไร?”
เขาไม่รู้เลยว่าต้องเลือกอะไร อยากจะตอบว่าแค่เด็ก ๆ เท่านั้นที่ต้องเลือก เขาอยากได้ทั้งหมด
แต่ทันใดเขาก็ได้ยินเสียงคนร้องตะโกนว่า
“ไฟไหม้แล้ว! ไฟไหม้แล้ว!”
เขายังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็ถูกเด็กผู้ชายในอาคารที่มีกลิ่นอายโบราณดึงตัวออกไป พร้อมตะโกนว่า
“เสี่ยวจ้าว ลุงของเจ้ากำลัง…”
ลุงของข้าเป็นอะไร? จ้าวอู่เจียงอยากจะถาม แต่เขาก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้ เขาพบว่ามีหญิงสาวนอนอยู่ข้างเขา ไม่ใช่ชุดถุงน่องสีดำ แต่เป็นเสื้อตัวในสีขาว…หยินเถาเอ๋อร์
นี่คือความฝันแรก