ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 931 มาเลย ฆ่าข้าสิ!
บทที่ 931 มาเลย ฆ่าข้าสิ!
“พลังของเจ้าช่างไร้ค่าสิ้นดี!” ดวงตาของจีปอฉางเปล่งประกายร้อนแรงราวกับทองหลอมไหลเวียนอยู่ภายใน เท้าของเขาเพิ่งแตะพื้น เขาก็ส่งเท้าเตะรุนแรงไปยังหน้าผากของจ้าวอู่หยางที่ไร้การป้องกันอีกครั้ง
ฟึ่บ…
เท้าของจีปอฉางเตะโดนตัวจ้าวอู่เจียง แต่กลับกลายเป็นสายฟ้าที่ระเบิด พลังบ้าคลั่งกระแทกเขากระเด็นออกไปสามจั้ง
ร่างของจ้าวอู่เจียงปรากฏขึ้นไม่ไกล ลมหายใจสงบนิ่ง ท่าทางเรียบเฉย มือซ้ายห่อหุ้มด้วยพลังสีเงินขาวราวกับมีปรอทไหลเวียนอยู่ มือขวาดำสนิทดังหมึก และเรียบลื่นเป็นพิเศษ
เขามีพลังห้าสายฟ้าแห่งลัทธิเต๋า ก่อนหน้านี้ที่เขาอัดสายฟ้าจนเป็นก้อนกลมก็เพียงหนึ่งในห้าสายฟ้า
บัดนี้สิ่งที่เขารวบรวมไว้ในมือทั้งสองคือสองในห้าของสายฟ้า สายฟ้าสวรรค์และสายฟ้าปฐพี
สายฟ้าสวรรค์เป็นหลักในการสังหาร สายฟ้าปฐพีให้กำเนิดสรรพสิ่ง
มีที่มาจากคัมภีร์ห้าสายฟ้าแห่งวังหยก
นับตั้งแต่จ้าวอู่เจียงเข้าใจเกี่ยวกับลัทธิเต๋าและคาถาอาคมจากจางหลินต้าวก่อนที่เขาจะล่วงลับ ประกอบกับที่เขาเคยอ่าน คัมภีร์ปรสูตรมาก่อน โดยไม่รู้ตัว เขาสามารถใช้คาถาต่าง ๆ ของสำนักศรัทธาษฎรได้อย่างคล่องแคล่ว หากเขาต้องการก็เรียนรู้วิชาของสำนักศรัทธาสวรรค์หรือสำนักศรัทธาปฐพีได้
วิธีการยืมพลังฟ้าดินโดยไม่สูญเสียพลังของตัวเองทำให้เขาชอบอย่างยิ่ง
“จ้าวอู่หยาง เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจจริง ๆ แต่เดิมข้าคิดว่าเจ้าเพียงแค่รู้วิชาของสำนักเต๋าเล็กน้อย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้ลึกซึ้งทีเดียว” จีปอฉางกล่าว
“และนี่ยิ่งทำให้ข้ายิ่งสงสัยชาติกำเนิดของเจ้ากับจ้าวอู่เลี่ยง”
จ้าวอู่เจียงยืนนิ่งเงียบ ของเหลวสีขาวเงินหยดแล้วหยดเล่าหยดออกมาจากมือซ้าย มือขวาหยดของเหลวสีดำราวน้ำหมึก พริบตา เท้าของเขาราวกับเหยียบย่ำอยู่แผนผังหยินหยาง
ลมหายใจเป็นจังหวะเดียวกันกับจีปอฉาง
เขายื่นมือขวาแตะเบา ๆ ตรงหน้า พื้นตรงหน้าราวกับผิวน้ำที่มีหยดหมึกหยดลงใส่ เกิดระลอกคลื่นแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว
ร่างของจีปอฉางพุ่งออกมาจากระลอกคลื่น การโจมตีของเขาอ่อนแรงลงไปมาก
จ้าวอู่เจียงใช้มือซ้ายคว้าหมัดที่จีปอฉางต่อยใส่ สายฟ้าสีเงินขาวไต่ขึ้นไปมาตามแขนของทั้งสองคน
ครืน!
เสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง แสงสว่างจากสายฟ้าวูบวาบ
แล้วฟ้าก็ผ่าลงมาระหว่างทั้งสองคน แยกพวกเขาออกจากกัน
จีปอฉางถอยหลังไปหลายก้าวอย่างไม่ตั้งใจ สีหน้าเคร่งเครียด เขาถอนหายใจออกมา
สีหน้าของจ้าวอู่เจียงยังคงเรียบเฉย แล้วเขาก็ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมาเช่นกัน จังหวะการหายใจของเขาเหมือนกับของจีปอฉาง
จีปอฉางขยับข้อมือ แสงสีทองในดวงตาราวจะเอ่อล้นไหลออกมา
เขาสูดลมหายใจ เอ่ยน้ำเสียงทุ้มลึก
“จ้าวอู่หยาง เจ้าย่อมมีเวลาที่หมดแรง พลังของเจ้าจะถูกใช้จนหมด เจ้าไม่สามารถใช้วิชาเต๋าได้อีก แล้วเหตุใดเจ้าจึงยังกล้าเผชิญหน้ากับข้า?”
จ้าวอู่เจียงไม่ตอบ เขาสูดลมหายใจอีกครั้ง
เขายังมีไพ่เด็ดอีกมากที่ยังไม่ได้เปิดใช้จึงไม่รีบร้อน อีกทั้งเขาก็รู้ชัดว่า จีปอฉางยังมีไพ่เด็ดที่ยังไม่ได้เปิดออกมาเช่นกัน
ตอนนี้เขาเพียงแค่กำลังถ่วงเวลา ฉวยโอกาสขโมยวิชาและเรียนการต่อสู้
จีปอฉางกำลังใช้ร่างอมตะ
และจ้าวอู่เจียงก็กำลังเลียนแบบจังหวะการหายใจของจีปอฉาง ผ่านจังหวะการหายใจ เขาสามารถคาดเดาความแข็งแกร่งที่จำเป็นสำหรับร่างอมตะ รวมถึงเส้นทางการโคจรพลังปราณ
ในสายตาของเขา ร่างอมตะของจีปอฉาง แม้จะทรงพลังแต่ก็เต็มไปด้วยจุดอ่อนมากมาย เขาอาศัยความเชี่ยวชาญในเคล็ดวิชาทองคำไร้พ่ายเป็นพื้นฐานจึงมีวิธีที่จะทำลายได้แล้ว
หากไม่ใช่เพราะตอนนี้เขาต้องการปล่อยเบ็ดยาวตกปลาใหญ่ เขาคงทำลายร่างอมตะของจีปอฉางแล้ว
“เหตุใดเจ้าไม่พูดอะไรเลย จ้าวอู่หยาง?” จีปอฉางเห็นจ้าวอู่เจียงกำหนดจังหวะหายใจตามเขา สีหน้าท่าทางยิ่งหนักอึ้ง การที่จ้าวอู่เจียงไม่พูดอะไรทำให้เขายิ่งคาดเดาความจริงเท็จไม่ออก
เขาไม่ชอบความรู้สึกที่มีแต่ตัวเองที่กำลังตะโกนโวยวาย ขณะที่คู่ต่อสู้กลับนิ่งเฉย
จ้าวอู่เจียงยิ้มบาง ยื่นมือซ้ายไปทางจีปอฉาง แล้วงอนิ้วทั้งสี่ราวกำลังบอกว่า ‘มาสิ มาฆ่าข้าซะสิ!’