ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 944 การแสดงละครสองคน
บทที่ 944 การแสดงละครสองคน
“หลู่เสี่ยวจิน ข้าขอเตือนเจ้า ระวังคำพูดด้วย!”
จูกัดเซี่ยวไป๋ก้าวออกมาเพื่อ ‘ช่วยเหลือ’ หลี่ชางเซิง คว้าแขนของหลี่ชางเซิงไว้แน่น แล้วมองไปทางหลู่เสี่ยวจินกับหลู่เฟิง
“พี่ชางเซิงไม่ใช่คนไร้น้ำใจเช่นนั้นแน่นอน เขาเพียงมีธุระด่วนถึงได้ทำเช่นนี้…กับข้า”
“จูกัดเซี่ยวไป๋ เจ้าช่างอ่อนแอนัก ถึงกับไม่รู้จักแยกแยะคนดีไม่ดี?” หลู่เสี่ยวจินขมวดคิ้วเย็นชา
“หลี่ชางเซิงเป็นถึงจักรพรรดิระดับสี่แล้ว การจะฆ่าจ้าวอู่หยางคนเดียว สำหรับเขาเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ง่ายดาย หากวันนี้เขาต้องไล่ล่าคู่ต่อสู้ที่มีพลังเท่าเทียมกับเขา เขาคงไม่สามารถเสียสมาธิได้ แต่นี่ไม่ใช่ เขาก็คงพอไปกับเจ้าได้ไม่ใช่หรือ?”
“แต่เขากลับทำเช่นนี้กับเจ้าเพื่อเรื่องเล็กน้อยที่สามารถจัดการง่าย ๆ เขาลงมือกับเจ้าหลายครั้ง แล้วเจ้ายังช่วยพูดแทนเขาอีกหรือ?”
“พวกเจ้าไม่ใช่สหายรักใคร่กันหรอกหรือ?”
“สหายรักบ้าบออะไร เจ้าตาบอดไปแล้ว มองคนผิดไปแล้ว!”
หลู่เฟิงยืนอยู่ข้างหลู่เสี่ยวจิน ดวงตาเต็มไปด้วยความโง่เขลาใสซื่อ เขากงุนงงเล็กน้อย เขากับพี่สาวไม่ได้มาเพื่อขัดขวางหลี่ชางเซิงหรอกหรือ? ทำไมถึงมาทะเลาะกับจูกัดเซี่ยวไป๋เสียเล่า?
แต่ไม่นาน เขาก็ค่อย ๆ เข้าใจทุกอย่าง
หรือว่าพี่สาวและจูกัดเซี่ยวไป๋กำลังแสดงละคร? แต่พวกเขาวางแผนกันตั้งแต่เมื่อไหร่?
จูกัดเซี่ยวไป๋สั่นไปทั้งตัว ทำท่าทางเหมือนถูกคำพูดของหลู่เสี่ยวจินยั่วยุจนโมโห เขาค่อย ๆ ปล่อยแขนของหลี่ชางเซิง สีหน้าท้อแท้และผิดหวัง
“พี่ชางเซิง เจ้าไปทำธุระของเจ้าเถิด…”
“เซี่ยวไป๋” หลี่ชางเซิงอยากจะพูดบางอย่าง
ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาจะจากไปได้อย่างไร?
หากเขาจากไป มิใช่เป็นการยอมรับคำพูดของหลู่เสี่ยวจินหรอกหรือ?
หากเขาจากไป มิใช่เป็นการทอดทิ้ง เซี่ยวไป๋ หรอกหรือ?
หลี่ชางเซิงมองไปยังขอบฟ้า หลี่ชางโส่วกับหลี่ชางหมิ่งไล่ตามจ้าวอู่หยางไปแล้ว พวกเขาน่าจะจับตัวจ้าวอู่หยางได้
สิ่งที่เขาควรทำในตอนนี้คือการบรรเทาสถานการณ์ปัจจุบัน
“แท้จริงแล้วข้าเป็นฝ่ายผิดเอง เร่งรีบเกินไป ต้องขออภัยเจ้า เซี่ยวไป๋” หลี่ชางเซิงกล่าว สีหน้าอ่อนโยนขึ้นมาก
เมื่อจูกัดเซี่ยวไป๋ให้ความสำคัญกับเขาถึงเพียงนี้ เขาสามารถใช้โอกาสสนิทสนมกับจูกัดเซี่ยวไป๋ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อความร่วมมือระหว่างตระกูลหลี่และหอสมบัติหมื่นวัตถุต่อไปด้วย
“เห็นหรือไม่ ข้าบอกแล้วว่าพี่ชางเซิงไม่ใช่คนอย่างที่เจ้าคิดเลย!” จูกัดเซี่ยวไป๋สบตากับหลู่เสี่ยวจินอย่างแนบเนียน
“ฮึ” หลู่เสี่ยวจินแค่นเสียงเย็นชา “ข้า หลู่เสี่ยวจิน ก็แค่พูดตามที่เห็น ข้าแค่ทนดูไม่ได้เท่านั้นเอง”
หลี่ชางเซิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขารู้สึกเหมือนตกหลุ่มที่ถูกขุดรอ พลันนึกขึ้นได้ว่า เรื่องระหว่างเขากับจูกัดเซี่ยวไป๋เกี่ยวอะไรกับหลู่เสี่ยวจินด้วย? ทำไมหลู่เสี่ยวจินถึงต้องออกมากล่าวหาเขา?
ความสงสัยของเขายิ่งลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่าอีกเพียงครู่เดียวก็จะเข้าใจทั้งหมด
พอดี จูกัดเซี่ยวไป๋กระซิบข้างหูเขาว่า
“พี่ชางเซิง แท้จริงแล้วข้ามีของล้ำค่าชิ้นหนึ่ง อยากจะมอบให้เจ้า”
“หืม?” ดวงตาของหลี่ชางเซิงเปล่งประกายขึ้นทันที สิ่งที่จูกัดเซี่ยวไป๋เรียกว่าของล้ำค่าย่อมไม่ธรรมดา เขาไม่คิดเลยว่า จูกัดเซี่ยวไป๋จะใส่ใจถึงเพียงนี้
เจ้าคนไม่ได้ความ!
เขาแอบตำหนิตัวเองที่ก่อนหน้านี้เกือบจะสงสัยจูกัดเซี่ยวไป๋เสียแล้ว
“ที่นี่มีคนและสายตามากมาย พี่ชางเซิง พวกเราไปที่พำนักของหอสมบัติหมื่นวัตถุแล้วพูดคุยรายละเอียดดีหรือไม่” จูกัดเซี่ยวไป๋ กล่าวด้วยสีหน้าจริงใจ
หลี่ชางเซิงรับรู้ถึงพลังของหลี่ชางโส่วและหลี่ชางหมิง ดวงตาเผยแววครุ่นคิด
หลี่ชางโส่วและหลี่ชางหมิงมีวรยุทธ์ข้ามผ่านขั้นจักรพรรดิระดับหนึ่งไปแล้ว หากร่วมมือกันพลังก็เหนือกว่าจักรพรรดิระดับสองเล็กน้อย การจับกุมเจ้าอู่หยาง แม้จะไม่ง่ายดายนัก แต่ก็น่าจะเป็นเรื่องยาก
เขาชะลอฝีเท้าลง ตัดสินใจมอบเรื่องนี้ให้พี่น้องหลี่ชางโส่วหลี่ชางเมิงจัดการเสียเลย
คิดถึงสถานการณ์แย่ที่สุด แม้ว่าพี่น้องหลี่ชางโส่วหลี่ชางหมิงจะปล่อยให้จ้าวอู่หยางหนีรอดไป
สถานการณ์ที่ดินแดนลับเจ๋อเหลียนปิดลงเช่นนี้ จ้าวอู่หยางอาจหนีรอดได้ชั่วคราว แต่ก็ไม่อาจหนีไปได้ตลอดชีวิต ถึงเวลานั้นเขาค่อยลงมือก็ยังทันการณ์
หลังจากครุ่นคิด หลี่ชางเซิงก็ค่อย ๆ พยักหน้า เห็นด้วยกับข้อเสนอของจูกัดเซี่ยวไป๋
จูกัดเซี่ยวไป๋ยิ้ม แขนขวาโอบไหล่หลี่ชางเซิง ท่าทางราวกับเป็นสหายรัก หลี่ชางเซิงไม่สบายตัวเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเดินไปพร้อมกับจูกัดเซี่ยวไป๋
ตอนนี้เอง จูกัดเซี่ยวไป๋แอบใช้นิ้วส่งสัญญาณ
หลู่เสี่ยวจินพยักหน้าเบา ๆ แล้วพาน้องชายหลู่เฟิงหมุนตัวจากไป