ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 962 ขาดทุนย่อยยับ
บทที่ 962 ขาดทุนย่อยยับ
ร่างมายาของหลี่ชางเซิงตวัดฝ่ามือออกไป พลังอำนาจน่าสะพรึงกลัวด้วยวรยุทธ์ขั้นจักรพรรด์ระดับหกเกือบเจ็ด แม้ไม่ใช้พลังปราณ เพียงแค่พลังร่างกายก็สามารถบดขยี้ผู้ฝึกตนทั่วไปได้
ยิ่งไปกว่านั้น การตวัดฝ่ามือเรียบง่ายครั้งนี้ก็ไม่ธรรมดา
รอบกายของจูกัดเซี่ยวไป๋มีแสงสว่างหมนุเวียน ปรากฏตัวอักษร ‘สมบัติ‘ สีทองเปล่งประกายเป็นระยะ ๆ
โล่ตัวอักษรสมบัติเป็นของหอสมบัติหมื่นวัตถุจัดเตรียมให้ผู้พิทักษ์สมบัติ มีจุดประสงค์เพื่อปกป้องความปลอดภัยของผู้ขนส่งสมบัติ ให้บรรลุภารกิจอย่างแน่นอน
มิฉะนั้น หากผู้พิทักษ์สมบัติถูกฆ่าและปล้นสะดมระหว่างเดินทางก็จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของหอสมบัติหมื่นวัตถุบัด
‘โล่อักษรสมบัติ‘ ของจูกัดเซี่ยวไป๋จึงมีระดับไม่ต่ำต้อย
ร่างมายาหลี่ชางเซิงฟาดฝ่ามือ โล่สั่นสะเทือน พลันก็ได้ยินคล้ายเสียงแก้งร้าว
แกร๊ก!
จูกัดเซี่ยวไป๋หมดอาลัยตายอยาก ในใจเขานึกสงสัย คิดไม่ออกว่าทำไมตนเองใช้ลูกเต๋าแก้วช่วยจ้าวอู่หยาง ไม่พอยังถึงกับเอาโล่อักษรสมบัติเป็นหนึ่งในวัตถุวิเศษปกป้องชีวิตมาใช้อีก เพียงเพื่อคุ้มครองจ้าวอู่หยางไว้เบื้องหลัง
การค้าครั้งนี้ไม่คุ้มเลย พี่ชายร่วมตระกูลของเขา จูกัดชื่อ ให้ความสำคัญกับจ้าวอู่หยาง เขาเลยมาคุ้มกัน จนต้องเสียวัตถุล้ำค่าไปมากมายเช่นนี้!
ความสูญเสียช่างมากมาย เขาได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า จ้าวอู่หยางก็เป็นถึงเป็นเพื่อนครึ่งหนึ่งของเขา จูกัดเซี่ยวไป๋ การที่สามารถเผชิญหน้ากับจักรพรรดิระดับหกอันทรงพลังเพื่อเพื่อน และเผชิญกับชีวิตอันน่าสังเวชที่สมบัติถูกทำลาย เขา จูกัดเซี่ยวไป๋ ช่างเป็นชายชาตรีที่มีน้ำใจและรักษาคำพูดอย่างแท้จริง!
เขาอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา
ตอนนี้ร่างมายาของหลี่ชางเซิงโกรธจัดแล้ว
หลี่ชางเซิงที่มองเห็นภาพนี้จากระยะไกล โกรธจนแทบระเบิด เขาตะโกนก้อง หน้าแดงก่ำ “จูกัดเซี่ยวไป๋ เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?!”
“ตึง!” เกราะแสงที่เป็นเหมือนชามคว่ำครอบร่างเขารับแรงกระแทกจนเกือบจะแตกอยู่รอมร่อ
จูกัดเซี่ยวไป๋ส่งเสียงผ่านกระแสจิตถึงจ้างอู่หยาง
“พี่จ้าว อีกแค่หนึ่งการโจมตี โดมของข้าก็จะแตกแล้ว เจ้ารีบไปเถอะ!”
ขณะเดียวกัน เขาหลับตาลงชั่วครู่ แล้วลืมตาขึ้น มองไปที่หลี่ชางเซิง แววตาเปลี่ยนไปจากเดิม
กลายเป็นความเศร้าสลดต่อชะตากรรมของตนเอง และความโกรธแค้นต่อการไม่ยอมแพ้ของหลี่ชางเซิง เขาตวาดกลับทั้งโกรธและผิดหวังเล็กน้อย
“หลี่ชางเซิง ก่อนหน้านี้จ้าวอู่หยางได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว เจ้าต้องการให้วิญญาณของเขาแตกสลายหรือ เจ้าช่างไร้สมองเสียจริง!”
มือของหลี่ชางเซิงที่กำลังโบกธงชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นสายตาของจูกัดเซี่ยวไป๋ หัวใจของเขาก็สั่นสะท้าน
เขาตื่นขึ้นมาอย่างฉับพลัน
จูกัดเซี่ยวไป๋กำลังคำนึกถึงเขา?
จูกัดเซี่ยวไป๋จดจำภารกิจของเขาได้ กลัวว่าเขาจะฆ่าจ้าวอู่หยางตาย แล้วไม่สามารถกลับไปรายงานได้ กระทั่งไม่อยากให้ภารกิจของเขาเกิดข้อผิดพลาด เขาถึงกับกล้ารับแรงโจมตีสองครั้งจากอัตตาที่เหนือกว่า
เพล้ง!
โล่แตกกระจาย จูกัดเซี่ยวไป๋เซล้มลงกับพื้น อาภรณ์เปื้อนโคลน
เขามองร่างของจ้าวอู่เจียงที่หลบหนีไปกับร่างมายาของหลี่ชางเซิงที่จางลงและกระจัดกระจายไป ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก
วิชากำหนดผลของตระกูลหลี่เป็นหนึ่งในวิชาที่เหนือชั้นในบรรดาตระกูลใหญ่ทั้งหลาย
เหตุและผลเปลี่ยนแปลงได้นับหมื่นนับพัน สามารถใช้แสดงอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ ที่ผู้คนคาดไม่ถึงได้ตัวอย่างเช่น การแลกบาดแผลของหลี่ชางหมิง หรือ การฟื้นคืนชีพครั้งสุดท้ายของหลี่ชางโส่ว
อีกตัวอย่างคือ อัตตาที่เหนือกว่าที่หลี่ชางโส่วแสดงออกมา
ว่ากันว่ายังมีสภาวะอีกสองแบบคือ อัตตาดั้งเดิม และอัตตาที่แท้จริง
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังรู้ว่า ตระกูลหลี่มีวิชาลับเกี่ยวกับเหตุและผลที่แยบยลอีกมากมาย
เขาเคยได้ยินท่านประมุขพูดถึงว่า ตระกูลหลี่มีวิชาหุ่นเชิดอยู่หนึ่งวิชาซึ่งเป็นวิชาที่แยบยลและป้องกันได้ยากที่สุด น่าสะพรึงกลัวและน่าขนลุก
ร่างมายาของหลี่ชางเซิงกำลังหายไป
เพียงแค่จ้าวอู่หยางหลบหลีกอีกสองสามครั้งก็น่าจะสามารถหนีรอดไปได้
สิ่งที่เขาทำได้ก็ได้ทำไปแล้ว หากทำมากกว่านี้ก็ยิ่งไม่คุ้มค่า เขาต้องหยุดความสูญเสีย
อีกอย่าง หากจ้าวอู่หยางไม่สามารถหลบการโจมตีสองสามครั้งสุดท้ายที่อ่อนแรงลงแล้วได้จริง ๆ ก็ต้องบอกว่า จ้าวอู่หยางอ่อนแอ สมควรแล้ว!
แต่จ้าวอู่หยางอ่อนแอจริงหรือ?
ไม่เลย ไม่อ่อนแอเด็ดขาด
ต้องเรียกว่าแข็งแกร่งมากด้วยซ้ำ
จูกัดเซี่ยวไป๋รู้ดี จ้าวอู่หยางไม่ได้ใช้พลังและไพ่ตายที่แท้จริงของเขาออกมา
เพราะเขาไม่เคยเห็นแม้แต่เงาของความตื่นตระหนกบนใบหน้าของจ้าวอู่หยางเลย
ความสงบนิ่งและเรียบเฉยเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์วิกฤติเป็นสิ่งที่เขาพบเห็นได้ยากยิ่งในชีวิต