ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 979 เสี่ยวไป๋
บทที่ 979 เสี่ยวไป๋
เมื่อได้พบกับจ้าวอู่เจียงอีกครั้ง
สิ่งที่มันอยากจะพูดทั้งหมดเหมือนจะไม่สำคัญอีกต่อไป
มันอยากจะพูดว่า…จ้าวอู่เจียง สหายที่ดีของข้า ข้าคิดถึงเจ้า
มันรีบส่งเสียง “บรู้ว”
จ้าวอู่เจียง ไม่ได้รังเกียจว่ามันสกปรก ไม่ได้รังเกียจว่ามันเต็มไปด้วยฝุ่นและโคลน ไม่ได้รังเกียจว่ามันพูดไม่รู้เรื่อง ไม่ได้รังเกียจว่ามันเป็นหมาป่า ไม่ได้รังเกียจว่ามันเคลื่อนไหวเหมือนสัตว์ร้ายและต่ำต้อยเหมือนมด สิ่งที่จ้าวอู่เจียงแสดงออกมาคือความยินดี เขาอุ้มมันเข้าสู่อ้อมอก
มันได้กลิ่นอันคุ้นเคยที่ไม่ได้สัมผัสมานานและกลิ่นที่แตกต่างออกไป
บ้านอยู่ที่ไหนกัน บางทีที่นี่อาจจะเป็นบ้านก็ได้
ในที่สุดมันก็ทนไม่ไหว ส่งเสียงร้องโหยหวนบอกเล่าถึงการถูกทอดทิ้ง
วันเวลาไม่ได้ผ่านไปอย่างเรียบง่าย ในวันหนึ่ง มันได้ออกเดินทางไปยังสำนักศรัทธาษฎรพร้อมกับเสี่ยวหงและญาติมิตรบางคนของจ้าวอู่เจียง วันนั้น เป็นเพียงวันธรรมดาวันหนึ่ง
มันคิดว่า เป็นเพียงความเบื่อหน่ายที่อยู่ในเมืองหลวง จึงออกไปเที่ยวชมภูเขาลำธาร
แต่เมื่อมันมาถึง สำนักศรัทธาษฎร วิ่งเข้าไปอย่างร่าเริง คิดว่าจ้าวอู่เจียงจะตามหลังมา
ทว่าพอหันกลับมามอง กลับเห็นเพียงแผ่นหลัง และเงาร่างที่จากไปของจ้าวอู่เจียง
มันจึงเริ่มตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่าง มันวิ่งออกไปอย่างสุดกำลัง ชนเข้ากับเกราะป้องกันของสำนักศรัทธาษฎร
แต่มันไม่สนใจ มันต้องการพาจ้าวอู่เจียงกลับบ้าน
มันต้องการบอกจ้าวอู่เจียงว่า… อย่าไป อย่าไปคนเดียว เจ้าจะตายเอา
แต่คำพูดที่ออกมาได้มีเพียงเสียงเห่าหอน มันพุ่งชนเกราะป้องกันไม่หยุด จนศีรษะแตก เลือดไหลนองทั่วหัว
มันต้องการสร้างเสียงให้จ้าวอู่เจียงหันกลับมามอง…ดูสิ สหายของเจ้ากำลังเลือดไหล
มันเพียงต้องการรั้งเขาไว้เท่านั้น
เลือดบดบังดวงตาของมัน ร่างของจ้าวอู่เจียงหายวับไป
ชายชราผู้เป็นนักบวชกล่าวว่า…ความรักทำให้เขาอายุสั้น
ชายชราผู้เป็นนักบวชกล่าวว่า ‘เสี่ยวไป๋เอ๋ย เจ้าต้องจดจำเขาไว้ จ้าวอู่เจียง คนโง่คนนี้ เขาช่างโง่จริง ๆ ยอมอายุสั้นเพราะความรัก เขาจึงตายไป’
‘หลินหลาง สตรีนางนั้นก็โง่เขลาไม่ต่างกัน นางเอกก็เลือกความรัก จึงต้องตาย’
และสำหรับเสี่ยวไป๋ นักบวชชราก็เช่นกัน หลังช่วยผู้คนมากมาย เขาก็กำลังจะตาย นั่นก็เพราะความรักไม่ใช่หรือ?
เสี่ยวไป๋จดจำชื่อนั้นฝังใจ และจะจกจำไปตลอดกาล…เยว่ปู้ฟาน
ตะวันตกดินแล้วขึ้นอีกครั้งทางทิศตะวันออก มันต้องการแก้แค้นให้กับจ้าวอู่เจียง
มันบอกเสี่ยวหง และเสี่ยวหงมีความคิดเห็นเช่นเดียวกับมัน
มันบอกเสี่ยวหงว่าไม่สามารถอยู่ในสำนักศรัทธาษฎรได้ เพราะศิษย์ของสำนักศรัทธาษฎรกำลังจะย้ายไปยังสำนักศรัทธาสวรรค์ที่อยู่ห่างไกล
อาศัยอยู่ใต้ชายคาของผู้อื่น
เสี่ยวไป๋กับเจ้าเสี่ยวหง หนึ่งหมาป่า หนึ่งม้า แม้พวกมันเป็นสัตว์ทว่าก็มีศักดิ์ศรี เสี่ยวไป๋มีสายเลือดของเผ่าหมาป่าสวรรค์ วันหนึ่งมันจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
พวกมันจึงเดินทางไกลหลายหมื่นลี้ไปยังเกาะหลิงซีเขตแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ทางใต้
ตลอดทาง มันถูกผู้คนดูถูก เสี่ยวหงก็ถูกผู้คนดูถูกเช่นกัน
มันไม่ใช่หมาป่าสวรรค์สายเลือดบริสุทธิ์ ชาวเผ่าหมาป่าสวรรค์หัวเราะเยาะมัน บอกว่ามันเป็นลูกผสม เลยถูกซ้อมอย่างหนัก
เสี่ยวหงก้าวออกมาอย่างกล้าหาญ แต่ก็ถูกซ้อมเช่นกัน
มันเป็นหมาป่า เผ่าหมาป่าสวรรค์ยังมีความปรานีอยู่บ้าง แต่เสี่ยวหงเป็นม้า จึงถูกจับและถูกทุบตีอย่างหนักจนเกือบตาย
เสี่ยวหงหายใจรวยริน ใกล้จะสิ้นใจ
เสี่ยวไป๋วิ่งร้องไห้พลางแบกเสี่ยวหง มันต้องการไปหานักบวชชรา และขอให้เขาช่วยชีวิตเสี่ยวหง
กระทั่งเสี่ยวหงไม่อาจทนต่อไปได้
เสี่ยวหงหมดเรี่ยวแรง เสี่ยวไป๋เองก็เดินทางไกลหลายพันลี้ แทบจะหมดแรงเช่นกัน
มันถามเสี่ยวหงว่าทำไมถึงโง่เขลาเช่นนั้น หากสู้ไม่ได้ก็ควรหนีไม่ใช่หรือ?
เสี่ยวหงกลับตอบว่า แล้วทำไมเจ้านายของข้า จ้าวอู่เจียง ถึงไม่รู้จักหนีเล่า
เสี่ยวไป๋พูดอะไรไม่ออก เสี่ยวหงส่งเสียงครางด้วยความเจ็บปวด ร่างกายเต็มไปด้วยเลือดสดและเลือดที่แข็งตัว กล่าวคำอำลาอาวรณ์
เสี่ยวไป๋ส่งเสียงร้องโหยหวน บอกว่ามันฟังไม่รู้เรื่อง ขอให้เสี่ยวหงพูดให้ชัดเจนกว่านี้ มันอยากฟังเสี่ยวหงพูดอีกมาก ๆ
ทว่าเสี่ยวหงเอาแต่จ้องมองมันอย่างเหม่อลอย ดวงตาเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ ขาม้ากระตุกสองสามครั้ง ราวกับในวาระสุดท้ายกำลังวิ่งพาเจ้านายท่องไปทั่วหล้า
เสี่ยวหงสิ้นใจแล้ว ตายในฤดูร้อนนั้น ริมฝั่งแม่น้ำสายหนึ่ง
เสี่ยวไป๋ก็ล้มลงกับพื้น ส่งเสียงร้องโศกเศร้า ต่อว่าโลกที่ช่างอยุติธรรม ผู้ที่เห็นแก่ตัวและไร้คุณธรรมกลับได้ดี ส่วนผู้ที่มีน้ำใจไมตรี ยึดมั่นในคุณธรรมกลับต้องตกตายอย่างอนาถา
“เสี่ยวไป๋ เสี่ยวหง…”
เสี่ยวไป๋ราวกับได้ยินเสียงของจ้าวอู่เจียงเรียกหาจากด้านหลัง
เมื่อรีบหันกลับไปมอง ทว่า…พบเพียงสายลมที่พัดกระหน่ำ
เขาไม่ได้อยู่ที่นี่