ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 982 การชำระบัญชี
บทที่ 982 การชำระบัญชี
จูกัดเซี่ยวไป๋หวนนึกถึงวันที่มีความสุขที่สุดของตนเอง
ก็คือวันที่ได้เดินทางไกลหมื่นลี้
ได้เที่ยวชมไปทั่วทุกหนแห่งในโลกใบนี้
ได้เห็นร้อยพันสภาพของโลก ความขึ้นลงของชีวิตผู้คน
แต่นับตั้งแต่เริ่มรับผิดชอบกิจการบางอย่างของหอสมบัติหมื่นวัตถุ ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไปราวกับว่าทุกสิ่งในโลกล้วนเป็นเพียงการแลกเปลี่ยนเท่านั้น
หากการเจรจาต่อรองไม่ลงตัว ก็เป็นเพราะราคาไม่เพียงพอ
ทีละเล็กทีละน้อย เขาเริ่มรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนก็เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนเช่นกัน
การสนิทสนมกับผู้ใด การสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับใคร ล้วนเป็นไปเพื่อการแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า เพื่อแสวงหาผลประโยชน์หรือสิ่งอื่น
ทุกมิตรภาพล้วนมีจุดประสงค์ และเขาก็ไม่มีสหายเหลืออีกแล้ว
สหายเพียงสองคนที่มีก็ตายจากไปเช่นกัน
แต่การเดินทางมายังดินแดนลับเต๋อเหลียนครั้งนี้ เขาได้เห็นอารมณ์ความรู้สึกมากมายจากร่างของจ้าวอู่หยาง และทั้งหมดล้วนแท้จริง
เขาได้เห็นความปีติยินดีที่ซ่อนไม่มิดในดวงตาของหลี่ฉวนจวินกับจ้าวอู่หยาง เมื่อหลี่ฉวนจวินได้พบกับจ้าวอู่หยางผู้เป็นสหายเก่าอีกครั้ง ความรู้สึกที่พวกเขาแสดงออกมาคือความสุขที่แท้จริงและจริงใจอย่างยิ่ง
เหมือนว่าความรู้สึกขณะนั้นจะมีค่ามากกว่าสมบัติล้ำค่าทั้งปวงในโลก
เขาได้เห็นกู้เหนียนหยวน เห็นราชาปีศาจหมาป่า
ที่แท้การมีน้ำใจและความจริงใจเป็นสิ่งที่น่าอิจฉาเช่นนี้เอง
จูกัดเซี่ยวไป๋ถอนหายใจ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ท้องฟ้ามืดมิดแล้ว ราตรีกำลังมาเยือน
ม่านฟ้าราวกับมีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองการพบกันอีกครั้งของจ้าวอู่เจียงกับเสี่ยวไป๋
ในที่สุดราชาปีศาจก็ค่อย ๆ สงบ
ดวงตาที่มองไปยังจ้าวอู่เจียงอ่อนโยนยิ่ง
แต่เมื่อสายตาของมันเบนไปมองผู้คนรอบข้าง ก็กลับมาเย็นชา ทั่วร่างเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามและสง่างาม พริบตามันก็กระทืบพื้นอย่างแรง รอบ ๆ ป่าเขาพลันมีเงาวูบไหว เงาประหลาดรูปร่างแปลกตาต่าง ๆ กำลังเคลื่อนไหว
เงาเหล่านั้นคือสัตว์ปีศาจที่เคลื่อนไหวอยู่ภายใต้ม่านฟ้าที่แทบจะมืดสนิท
ฟึ่บ…
แสงไฟถูกจุดขึ้น
ทุกคนสูดลมหายใจด้วยความตกใจ ป่าเขาโดยรอบเต็มไปด้วยสัตว์ปีศาจที่ถือคบเพลิง พวกมันมีพละกำลังแตกต่างกันไป มาจากเผ่าพันธุ์ที่หลากหลาย แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ความดุร้ายและกระหายเลือด
“คำนับราชาหมาป่า!” เหล่าปีศาจสัตว์เปล่งเสียงพร้อมเพรียง เสียงดังก้องกังวานไปทั่วป่าเขา
แสงไฟส่องสว่าง ทำให้จิตใจของทุกคนสั่นสะท้าน
สัตว์ปีศาจมากมายขนาดนี้ต่างเคารพนบนอบต่อปีศาจผู้ทรงเกียรติตรงหน้าพวกเขาในฐานะราชาปีศาจ
เหมือนว่าสิ่งที่พวกเขาคาดเดาไว้จะไม่ผิด ปีสาจหมาป่าตนนี้คือหนึ่งในราชาแห่งภูเขาทั้งสิบสองลูก และยังเป็นหนึ่งในปีศาจสัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุดสิบสองตนของชั้นที่สามสิบเอ็ด โชคดีที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรโดยพลการ
“ก่อนหน้านี้” เสี่ยวไป๋ใช้อุ้งเท้าหมาป่าพยุงจ้าวอู่เจียงให้นั่งบนบ่าของมัน ดวงตาสีเทาดำเปล่งประกายสีเขียวอ่อนในความมืด มันกวาดตามองผู้คนที่ถูกล้อมด้วยแสงไฟอย่างเย็นชา
“ใครกันที่ไล่ล่าและขัดขวางพี่ใหญ่ของข้า!”
มันกับจ้าวอู่เจียงเหมือนนายบ่าวและเป็นสหายร่วมทาง
มันไม่รู้ว่าควรเรียกอย่างไร การเรียกว่านายท่านดูห่างเหินเกินไป แต่การเรียกชื่อตรง ๆ ก็รู้สึกว่าไม่เคารพพอ มันจึงเรียกจ้าวอู่เจียงว่าพี่ใหญ่
เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นในหมู่ผู้คน หลายคนสั่นสะท้านราวกับหัวใจจะระเบิดออก
แน่นอน ราชาหมาป่าที่ขวางทางอยู่ตรงนี้ไม่ได้มาเพียงเพื่อต้อนรับจ้าวอู่เจียง
ส่วนใหญ่คงรู้เรื่องที่จ้าวอู่เจียงถูกไล่ล่า จึงมาขวางทางพวกเขาไว้เพื่อชำระบัญชี
ฝูงชนเริ่มส่งเสียงอื้ออึงวุ่นวาย
“ใครกัน?!”
เสี่ยวไป๋ตวาดด้วยความโกรธอีกครั้ง เขี้ยวแหลมคมเผยให้เห็นแสงอำมหิตส่องประกายเย็นเยียบในความมืดของราตรี
“ใครกัน! ใครกัน!” เหล่าปีศาจสัตว์ที่ล้อมรอบผู้คนทั้งสี่ทิศพากันตะโกนก้องด้วยความโกรธ อำนาจของพวกมันทรงพลังดั่งคลื่นถาโถม
ร่างใหญ่โตล่ำสันกระแทกเท้าลงบนพื้น ทำให้ดวงตาของทุกคนสั่นไหว
เสือภูเขาขนาดใหญ่กว่าบุรุษร่างกำยำหลายเท่ายืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าพวกเขา เสือภูเขาตัวนี้มีลายเป็นสีเหลืองดำ ดวงตาซ้ายเว้าลึก ไร้ลูกตา อุ้งเท้าทั้งสองข้างถือขวานสองเล่ม ขวานเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด กระทั่งมีเลือดหยดลงพื้น เห็นได้ชัดว่าเพิ่งสังหารชีวิตมาหมาด ๆ
เสือภูเขาตัวนี้ขนาดเล็กกว่าราชาหมาป่าอยู่มาก แต่ก็ให้ความรู้สึกกดดันอย่างรุนแรง เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ทรงเกียรติอีกตนหนึ่ง
เสือภูเขาเอียงศีรษะ ถือขวานทั้งสองเล่ม ใช้ตาข้างเดียวกวาดมองผู้คน รอคำสั่งจากราชาหมาป่า
บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการสังหาร ฝูงชนยิ่งวุ่นวาย