ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 985 การต้อนรับ
บทที่ 985 การต้อนรับ
ยามราตรี
ใต้แสงจันทร์สีขาวนวล
เสี่ยวไป๋เหมือนจะเห็นความสงสัยของจ้าวอู่เจียง จึงส่งเสียงอธิบายว่า
“ข้าตั้งใจจะประดับประดาโคมไฟเพื่อต้อนรับท่าน แต่น่าเสียดายที่ยามค่ำคืนไม่ควรสว่างไสวเกินไป เกรงว่าจะมีสิ่งชั่วร้ายมาเยือน”
“ข้าจำได้ว่าโคมไฟสีแดงเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุข จึงสั่งให้พี่น้องแขวนโคมไฟสีแดงไว้บ้าง”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้าและยิ้มเล็กน้อย เขาเพียงแค่อยากรู้อยากเห็น ไม่ได้ถือสาเรื่องพวกนี้ อีกอย่างการได้พบกับเสี่ยวไป๋อีกครั้งก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมอะไรเพิ่มเติม
เขามองโคมไฟสีแดงและถอนหายใจเบา ๆ
หากเสี่ยวหงยังอยู่ก็คงจะดี
พวกเขาเข้าไปในถ้ำของเขาซยง
จ้าวอู่เจียงถึงได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และอิทธิพลเขาซยงอย่างแท้จริง สมกับเป็นหนึ่งในสิบสองอิทธิพลที่แข็งแกร่งที่สุดในชั้นที่สามสิบเอ็ด เขาซยงเพียงลูกเดียวก็สามารถกลายเป็นสำนักขนาดกลางถึงใหญ่ในแคว้นทางตอนใต้ของแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ได้
เสี่ยวไป๋ยังเตรียมงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างใส่ใจ
ระหว่างงานเลี้ยง มีการดื่มสุราและแลกเปลี่ยนถ้วยชาม สัตว์ปีศาจหลายตนต่างจับตามองจ้าวอู่เจียง
ส่วนเสี่ยวไป๋ยินดีอย่างจริงใจ แนะนำต่อทุกคนว่านี่คือพี่ชายของมัน
พวกสัตว์ปีศาจบนเขาซยงต่างรู้สึกตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกที่พวกข้าได้เห็นราชาหมาป่าพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและให้ความเคารพอย่างจริงจัง ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ฝึกตนท่านนี้ไม่ใช่ชาวปีศาจ แต่เป็นมนุษย์
เรื่องนี้ยิ่งทำให้พวกมันตกตะลึงและประหลาดใจ
พวกมันไม่ชอบมนุษย์
เพราะสัตว์ปีศาจจำนวนมากเคยถูกมนุษย์นอกดินแดนลับเต๋อเหลียนหลอกลวง หรือกระทั่งรังแก
แต่เดิมชั้นที่สามสิบเอ็ดของดินแดนลับเต๋อเหลียน สัตว์ปีศาจส่วนใหญ่ค่อนข้างต้อนรับผู้มาเยือนจากภายนอก แต่ผู้มาเยือนส่วนใหญ่นั้นโลภมากเกินไป อาศัยว่าอาจจะมาเพียงครั้งเดียวในชีวิต จึงก่อความวุ่นวายและทำชั่ว
สิ่งนี้ทำให้พวกมันรังเกียจและต่อต้าน
การเปิดดินแดนลับเต๋อเหลียนหลายครั้ง เหล่าสัตว์ปีศาจชั้นที่สามสิบเอ็ดต่างพร้อมใจกันต่อต้านคนนอก ไม่ต้อนรับผู้ฝึกตน และไม่อนุญาตให้ผู้มาเยือนพักอาศัยนานเกินไป
ในบรรดาผู้มาเยือนเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นมนุษย์
ตอนนี้เมื่อเห็นราชาหมาป่าเรียกมนุษย์คนหนึ่งว่าพี่ใหญ่ แม้พวกมันจะไม่ชอบมนุษย์ แต่ก็ยังเรียกจ้าวอู่เจียงว่าราชาด้วยความเคารพจริงใจ เพราะพวกมันเคารพราชาหมาป่า จึงเคารพพี่ชายของราชาหมาป่าด้วย
แม้ว่าราชาหมาป่าจะมีชื่อเสียงโด่งดังในด้านความโหดเหี้ยมและไร้ความปรานีภายในชั้นที่สามสิบเอ็ด แต่เหล่าน้องพี่บนภูเขาซยงต่างรู้ดีว่า ราชาหมาป่าดีต่อพี่น้องของตนอย่างแท้จริง ไม่มีอะไรต้องพูดอีก
งานเลี้ยงค่ำตืนนี้ เหล่าปีศาจบนเขาซยงจำนวนมากได้ยินราชาหมาป่าเล่าเรื่องราวในอดีตอย่างหาได้ยาก
แม้ไม่มากนัก แต่ก็ทำให้เหล่าปีศาจทั้งหลายประหลาดใจ
ความจริงสถานที่ที่ราชาหมาป่าเคยอาศัยอยู่เล็กมาก และพลังก็อ่อนแอเหลือเกิน แต่ตอนนี้กลับแข็งแกร่ง ช่างเป็นพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ
สัตว์ปีศาจที่ดื่มจนเมามายถามด้วยความกังวลว่า ราชาหมาป่าทำอย่างไรถึงแข็งแกร่งขึ้นได้
ราชาหมาป่านิ่งเงียบท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคน ก่อนจะถอนหายใจแล้วพูดว่า
“ก็แค่ทนความทุกข์มาบ้างเท่านั้นเอง”
จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอ่อนโยน เสี่ยวไป๋โตขึ้นแล้ว เป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้ว และเงียบขรึมลงด้วย
จูกัดจือโม่แลกจอกสุรากับผู้คนและเหล่าปีศาจเขาซยง พวกเขาดื่มสุราและเล่นทอยลูกเต๋าด้วยกัน บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน
เขาแนะนำตัวว่าชื่อจูกัดจือโม่
เพราะตอนแรกที่เขาแนะนำตัว ชื่อ จูกัดเซี่ยวไป๋
ราชาหมาป่าตบโต๊ะเสียงดัง แล้วตะโกนว่า “เจ้าชื่อเซี่ยวไป๋หรือ?”
จูกัดเซ๊่ยวไป๋สังเกตสีหน้าท่าทางขอราชาหมาป่าก็กระแอมเบา ๆ แล้วเปลี่ยนคำพูด แนะนำตัวว่าชื่อ จูกัดจือโม่
จ้าวอู่เจียงมองจูกัดเซี่ยวไป๋อย่างลึกซึ้ง
ที่แท้จื่อโม่ผู้วางแผนให้บีบบังคับให้เขากับหวังซีร่วมรักกันก็คือจูกัดเซี่ยวไป๋
ตอนนั้นเขาสงสัยว่าทำไมถึงมีคนส่งของมาถึงดิรแดนลับเต๋อเหลียนได้
เมื่อนำมาเชื่อมโยงกับเรื่องที่จูกัดเซี่ยวไป๋ให้เขาขอโทษหวังซีภายหลัง เขาก็พอจะเดาจุดประสงค์ของจูกัดเซี่ยวไป๋ ได้หลังจากดื่มสุราไปสามรอบ มีเพียงแม่ทัพทั้งสี่แห่งเขาซยง ไม่มีผู้อื่นอยู่แล้ว
หัวหน้าเสือรายงานต่อราชาหมาป่า “มีทั้งหมดสี่สิบสามคน สามสิบหกคนพลังไม่เพียงพอจึงเสียชีวิต หกคนบาดเจ็บสาหัส หนึ่งคนบาดเจ็บเล็กน้อย แต่คนที่บาดเจ็บเล็กน้อยถูกหัวหน้าหมีพลั้งมือตบเพิ่มอีกหนึ่งฝ่ามือ จึงกลายเป็นบาดเจ็บสาหัสไปด้วย”
“ส่วนผู้ฝึกตนเจ็ดคนที่บาดเจ็บสาหัส ตอนนี้คงกำลังมองหาที่หลบภัยในความมืดอยู่”
ราชาหมาป่าพยักหน้า แล้วมองไปทางจ้าวอู่เจียง
จ้าวอู่เจียงยิ้มพลางพยักหน้าเบา ๆ แล้วดื่มสุราจอกหนึ่ง
ค่ำคืนในชั้นที่สามสิบเอ็ด เขาหวังว่าผู้ฝึตนทั้งเจ็ดคนจะโชคดี