ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย - บทที่ 27 :วันคล้ายวันประสูติไทเฮา
เช้าของอีกวัน เฉินรั่วซีก็พลันได้รับข่าวใหญ่ อันธพาล
ที่มาหาเรื่องพวกนางล้วนถูกจับติดคุกจนหมดแล้ว ได้ยินว่าตอนที่
คนของกรมอาญาไปถึงพวกเขาก็มีสภาพสะบักสะบอมใกล้หมด
สติ คนของกรมอาญาจึงไม่เปลืองแรงวิ่งไล่จับพวกเขาแม้แต่น้อย
คนชั่วได้รับกรรม ทว่าเฉินรั่วซีกลับรู้สึกว่านี่ไม่ใช่แผนการ
ที่พวกเขาคิดขึ้นมาเอง อันธพาลพวกนั้นไม่ได้มีความแค้นกับนาง
ส่วนตัว ไยต้องหาเรื่องทำลายชื่อเสียงนางด้วยเล่า
ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเป็นคนอื่น ทว่าอีกฝ่ายก็มีอำนาจมาก
พอที่จะไม่ให้พวกกลุ่มโจรปริปากพูดความจริง
ว่าแต่คนผู้นั้นเป็นใครกัน?
หรือจะเป็นสองแม่ลูกหว่านเฉียนและเหยาเหลียนหยาง
ทว่าลำพังแค่พวกนางมีอำนาจจัดการกับกลุ่มอันธพาลให้พวกมัน
ยอมตายไม่ยอมปริปากพูดความจริงได้ด้วยหรือ?
เรื่องนี้ยังคงติดค้างอยู่ภายในใจของเฉินรั่วซี ในใจของ
นางพลันรู้สึกไม่ค่อยดีนัก เหมือนมี ‘ใครบางคน’ อยู่ในเงามืด
คอยจับจ้องนางอยู่ตลอดเวลา
ทว่านางกลับนึกไม่ออกว่ามันเป็นใคร?
208 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
“ท่านแม่ ไม่สบายหรือขอรับ” อาหลงเงยหน้าขึ้นถาม
มารดา เมื่อเห็นว่าสีหน้าของนางไม่ค่อยดีนัก เมื่อเช้าก่อนที่ท่าน
ลุงตงฟางจะไปทำงาน ยังได้แวะเอาตำรามาให้เขากองใหญ่
พร้อมกับกำชับว่าให้ดูแลมารดาดีๆ อย่าให้นางหักโหมทำงาน
หนักอย่างเด็ดขาด
แม้อาหลงจะงุนงงไม่น้อย แต่ก็ยอมรับปาก เพราะเขาก็
ไม่ชอบใจที่มารดาป่วยเช่นกัน อย่างไรก็จะดูแลมารดาให้ดีที่สุด
“แม่ไม่ได้เป็นอะไร อาหลง เจ้าอยากไปเรียนหนังสือกับ
อาจารย์หรือไม่ อยากมีสหายร่วมเรียนหรือไม่” เฉินรั่วซีก้มลงถาม
บุตรชายเสียงนุ่มพร้อมกับลูบศีรษะเขาเบาๆอย่างอ่อนโยน
เดิมทีเด็กในวัยนี้ ควรใช้ชีวิตให้สนุก ไม่ควรต้องมากังวล
เรื่องปากท้องหรือเรื่องอื่นๆ ทว่าเฉินเฮ่าหลงกลับลำบากมาตั้งแต่
เล็ก ความลำบากยากแค้นผลักดันให้เขาต้องโตกว่าเด็กในวัย
เดียวกัน ที่สามารถใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปได้โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก
เฉินเฮ่าหลงส่ายหน้าน้อยๆ ความจริงเขาก็อยากไปวิ่ง
เล่นเหมือนเด็กคนอื่นๆเช่นกัน ทว่า…
เด็กชายมองใบหน้าไร้สีเลือดของมารดา ก่อนจะเอ่ยตอบ
ด้วยนํ้าเสียงหนักแน่น
ซือเซียน | 209
“ข้าอยากอยู่ดูแลท่านแม่มากกว่า ท่านแม่สอนหนังสือ
เก่ง ข้าไม่ต้องการอาจารย์หรอกขอรับ” เฉินเฮ่าหลงบอก สำหรับ
เขาไม่มีอะไรจะมีความสุขไปกว่าการได้อยู่กับมารดา ได้เห็นท่าน
แม่มองเขาด้วยสายตารักใคร่เเละเต็มไปด้วยความอบอุ่นอีกแล้ว
ทั้งในโรงเตี๊ยมสกุลเฉินนี้ ทุกคนก็ดีต่อเขามาก เท่านี้เฉิน
เฮ่าหลงก็มีความสุขแล้ว
เฉินรั่วซีมองบุตรชายอย่างซาบซึ้งใจ นางนึกอยากจะมี
เวลาที่ยืนยาวหลายสิบปี เพื่อเฝ้ามองอาหลงของนางเติบใหญ่
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ดวงตาคู่งามก็พลันหมองเศร้าขึ้นมาเล็กน้อย
ก่อนจะเลือนหายไปเมื่อบุตรชายเริ่มมองมาที่ตนด้วยความสงสัย
ใคร่รู้ เฉินรั่วซียิ้มอ่อนโยน ลูบผมบุตรชายช้าๆ
“แม่ตามใจเจ้า แต่หากโตกว่านี้อย่างไรก็ต้องไปรํ่าเรียน
กับอาจารย์รู้หรือไม่” เฉินรั่วซีกำชับ แม้นางจะอ่านออกเขียนได้
ทว่าก็ยังมีอะไรอีกมากในแคว้นเจี้ยนนี้ที่นางไม่รู้ เฉินรั่วซียอมให้
ลูกอยู่ข้างกายนางจนถึงห้าขวบเท่านั้น
เดิมทีนี่ก็ไม่ใช่การตามใจอาหลงเพียงแค่คนเดียว
210 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
แต่ยังเป็นการทำตามใจนางอีกด้วย นางในตอนนี้มี
ความสุขมากจริงๆ การได้สอนหนังสือบุตรชาย มองดูอาหลง
วนเวียนอยู่รอบๆตัว ช่างดีมากเหลือเกิน
ดีมากจนอยากจะทอดเวลาแห่งความสุขเหล่านี้ให้
ยาวนานต่อไปเรื่อยๆ
เฉินฮูหยินและบุตรสาวมาร่วมงานเลี้ยงวันคล้ายวัน
ประสูติของไทเฮาที่จัดขึ้นที่ตำหนักไฉหง ซึ่งเป็นตำหนักที่
มักจะใช้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ในวังเสมอ สองแม่ลูกแต่งกายด้วย
อาภรณ์หรูหรา ประโคมเครื่องประดับจนหนักอึ้งไปทั้งตัว เรียกได้
ว่าหากย่างก้าวไปที่ใด ผู้คนย่อมเห็นชุดและเครื่องประดับของ
พวกนางเด่นสะดุดตาก่อนตัวอย่างแน่นอน
เหยาเหลียนหยาง แม้ไม่งามเท่ามารดา แต่ก็หน้าตา
น่ารักน่าเอ็นดูไม่น้อย หลังจากพิธีการสำคัญผ่านพ้นไป ฝ่าบาท
และฮองเฮาเสด็จกลับตำหนักของตนไปพักผ่อน ก็ถึงเวลาที่สอง
แม่ลูกจะนำของขวัญไปถวายให้กับตงฟางไทเฮา พร้อมฝากเนื้อ
ฝากตัว
ซือเซียน | 211
“ไทเฮาพ่ะย่ะค่ะ เฉินฮูหยินมาเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” จี้กงกง
กราบทูล ทำให้หญิงชราที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประมุข ด้านข้างเป็น
เสิ่นฮูหยินสหายสนิทของพระองค์ ถัดไปไม่ไกลเป็นหย่งหนานโหว
หลานชายคนโปรด ที่ต่อให้จะไม่ค่อยชอบงานเลี้ยงสังสรรค์เท่าใด
นัก แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธงานเลี้ยงในวันสำคัญนี้ได้
“ถวายพระพรไทเฮาเพคะ” สองแม่ลูกยอบกายลงคำนับ
ไทเฮาโบกมือเล็กน้อยให้ทั้งสองลุกขึ้น ดวงตาจับจ้องเหยา
เหลียนหยางไว้ไม่วางตา
หน้าตาแม้ไม่งดงามเฉิดฉัน แต่อายุอานามก็นับว่า
เหมาะสม ถึงจะเป็นลูกติดของเฉินฮูหยินกับสามีเก่าที่ตายไปแล้ว
แต่ก็ถูกเลี้ยงดูอยู่ในจวนสกุลเฉินตั้งแต่เล็ก ย่อมได้รับการอบรม
บ่มเพาะนิสัยมาเป็นอย่างดีแน่
สายตาที่ตงฟางไทเฮามองเหยาเหลียนหยางจึงมีความ
พึงพอใจอยู่ไม่น้อย สองแม่ลูกได้แต่กลั้นยิ้มจนปวดหน้า ใจเต็ม
ไปด้วยความทะยานอยากที่ยากจะระงับ
“โสมแดงพันปีนี้ เป็นของขวัญจากตระกูลเฉินของเราเพ
คะ” เฉินฮูหยินกราบทูล จี้กงกงจึงยื่นมือออกไปรับ ก่อนจะส่งต่อ
212 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
ให้ขันทีด้านหลังนำไปเก็บรวมกับของขวัญที่เหล่าขุนนางและแขก
ในงานเลี้ยงนำมามอบให้
“เหยาเหลียนหยาง ไหนเข้ามาใกล้ๆข้าสิ” ตงฟางไทเฮา
รับสั่งขึ้น เรียกความสนใจจากผู้คนที่นั่งอยู่ในบริเวณนั้นได้เป็น
อย่างดี หัวคิ้วของตงฟางเจี๋ยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
สองแม่ลูกคู่นี้ รังแกเฉินรั่วซีและบุตรชายของเขาให้อยู่
กับอย่างอัตคัดขัดสน เดิมทีตงฟางเจี๋ยก็ไม่พอใจนักที่เห็นทั้งสอง
ปรากฏตัวที่นี่ แต่เพราะนี่เป็นวันคล้ายวันประสูติของไทเฮา
พระองค์จะเชิญใครมาร่วม เขาก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งย่าม จึงได้แต่
ข่มใจร่วมหายใจกับคนใจร้ายพวกนี้
ไม่คิดว่าไทเฮาจะสนใจในตัวเหยาเหลียนหยาง
“อืม หน้าตาใช้ได้ทีเดียว ปีนี้เจ้าอายุเท่าไหร่แล้วนะ”
“สิบเก้าปีแล้วเพคะ” เหยาเหลียนหยางเอ่ยบอก ก่อนจะ
ลอบส่งสายตาไปทางตงฟางเจี๋ย ซึ่งทำให้ใบหน้าของท่านโหว
หนุ่มพลันเคร่งขึ้นในทันที
สตรีนางนี้นี่อย่างไรกัน ต่อหน้าผู้คนมากมายกลับกล้า
ทอดไมตรีให้บุรุษอย่างเปิดเผย
ซือเซียน | 213
ตงฟางเจี๋ยอดรู้สึกไม่ได้ว่ายังเป็นเฉินรั่วซีที่ดีกว่า แม้เขา
จะไม่ชอบใจที่มีบุรุษมากหน้าหลายตาแอบส่งสายตาให้นาง แต่
อีกฝ่ายก็ใช้ความนิ่งสงบและการวางตัวที่ดีตอบสนอง ทำให้ไม่มี
ใครกล้าล่วงเกินนาง
“อายุก็ไม่น้อยแล้วจริงๆนับว่าเหมาะสม เเล้วเจ้ามีชายที่
พึงใจแล้วหรือไม่” ตงฟางไทเฮารับสั่งถามต่อ เหยาเหลียนหยาง
หน้าแดงซ่าน ทุกคนในที่นั้นต่างพากันเอ็นดู ด้วยคิดว่าสตรีนางนี้
คงจะถูกไทเฮาหมายตาให้หลานชายสุดที่รักเสียแล้ว
“ยังไม่มีเพคะ” ตอบเช่นนั้นทว่าสายตากลับเหลือบไป
ทางหย่งหนานโหว มุมปากของไทเฮาหยักโค้งขึ้นในทันที สตรี
ด้วยกันย่อมมองออกว่าสตรีตรงหน้าชอบพอหลานชายของตนอยู่
เช่นกัน ตงฟางไทเฮากำลังจะหันไปถามความเห็นหลานชาย ทว่า
กลับชะงักไปทันที เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของอีกฝ่าย
ทำหน้าตาเช่นนี้ได้อย่างไร?
เพราะทำหน้าตาอย่างนี้อย่างไรเล่า ป่านนี้แล้วจึงยัง
ไม่ได้ออกเรือน
ตงฟางเจี๋ยรู้สึกครั่นเนื้อครั้นตัวขึ้นมาในทันที จึงได้หันมา
กราบทูลไทเฮาเสียงขรึม
214 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
“กระหม่อมรู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอตัวทูลลานะพ่ะย่ะค่ะ”
กล่าวจบเขาก็คำนับไทเฮาครั้งหนึ่ง ก่อนจะหันไปคำนับเสิ่นฮู
หยินสหายของไทเฮาอย่างให้เกียรติ จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไป
ทันที
“…” ตงฟางไทเฮา
นะ…นี่เขาทำอะไร
นางกำลังช่วยเขาอยู่นะ เดินหนีสตรีที่ชอบไปเสียดื้อๆ
เช่นนี้ได้เลยหรือ?
สองแม่ลูกตระกูลเฉินหน้าม้านไปในทันที ไทเฮาอุตส่าห์
เปิดโอกาสให้เขาเช่นนี้แล้ว
บุรุษโง่เง่าผู้นี้นี่!
เหยาเหลียนหยางแทบอยากจะกรีดร้องออกมาด้วย
ความโมโห หย่งหนานโหวเป็นโรครังเกียจสตรีหรืออย่างไร
คนที่ถูกเข้าใจว่าเป็นโรครังเกียจสตรี เมื่อขึ้นรถม้า
แล้วก็สั่งการให้มุ่งหน้ากลับโรงเตี๊ยมตระกูลเฉินในทันที ในใจอด
นึกถึงสองแม่ลูกไม่ได้ ไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำงานจนเหนื่อยมากหรือ
ซือเซียน | 215
เปล่า โดยเฉพาะมารดาของอาหลง ที่เหมือนจะสุขภาพไม่ค่อย
แข็งแรงนัก เมื่อนึกถึงตรงนี้ ตงฟางเจี๋ยก็คล้ายจะไม่ชอบใจนัก
หากตนหานางพบตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน นางก็คงไม่ต้อง
ตรากตรำลำบากจนร่างกายยํ่าแย่เช่นนี้ ไทเฮาได้รับของขวัญเป็น
ของบำรุงร่างกายมากมาย บางชิ้นมาจากต่างแคว้น วันนี้ตง
ฟางเจี๋ยนั่งอยู่ใกล้ๆคอยจำจดไว้เพื่อที่หาซื้อมาให้เฉินรั่วซีกิน
บำรุงร่างกาย และบางส่วนเขาอาจไปขอแบ่งมาจากท่านย่าเล็ก
ของตนอย่างตงฟางไทเฮา เพื่อมาใช้บำรุงร่างกายของเฉินรั่วซี
“เหตุใดข้าไม่พานางมาตรวจร่างกายเสียให้รู้แล้วรู้รอด”
ตงฟางเจี๋ยบ่นพึมพำ ทำให้คนสนิทอย่างเทียนเสียเลิกคิ้วขึ้น รู้สึก
ว่าช่วงนี้ทุกลมหายใจเข้าออกของผู้เป็นนายจะมีแค่เถ้าแก่เนี้ย
เฉินกับบุตรชายเท่านั้น ที่สำคัญกว่านั้นเทียนเสียอยากจะบอกกับ
ผู้เป็นนายเหลือเกินว่า
ท่านถือสิทธิ์อันใดไปเจ้ากี้เจ้าการชีวิตของผู้อื่นถึงเพียงนี้
ได้ข่าวว่าจนบัดนี้ เฉินรั่วซียังนึกหน้าเขาไม่ออกด้วยซํ้า
จำไม่ได้แม้แต่น้อยว่านายของตนคือบุรุษที่นางพบเมื่อ
ห้าปีก่อน และเป็นบิดาของอาหลงด้วย
216 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
“ให้รถม้าเร็วกว่านี้หน่อย” ไม่รู้ว่าสองแม่ลูกหลับกันแล้ว
หรือยัง ในใจของตงฟางเจี๋ยคล้ายอยากจะเร่งเวลาให้เร็วขึ้นโดย
ไม่รู้ตัว เทียนเสียได้แต่หันไปแง้มประตูเอ่ยปากเร่งคนควบคุมรถ
ม้าให้ผู้เป็นนาย ในใจอดคิดไม่ได้ว่าท่านโหวใจร้อนเช่นนี้ตั้งแต่
เมื่อไหร่กัน
ความสงบเยือกเย็นของชายหนุ่มคล้ายจะถูกทำลายลง
เมื่อเป็นเรื่องของเฉินรั่วซีและบุตรชาย ทั้งยังทรงอานุภาพมากขึ้น
ทุกวัน จนคนที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีอย่างตงฟางเจี๋ยบางครั้งก็นึก
หงุดหงิดตนเองเช่นกัน ทั้งยังพาลนึกหงุดหงิดเฉินรั่วซีที่ไม่ยอมจำ
เขาได้เสียที
หากนางจำได้แล้วล่ะก็…
ตงฟางเจี๋ยได้แต่เข่นเขี้ยวอยู่ในใจ ตนจะเรียกร้องคืน
อย่างทบต้นทบดอกเลยทีเดียว
แต่ก่อนอื่นต้องขุนให้นางอ้วนพีกว่านี้สักหน่อย ร่างกาย
บอบบางอย่างกับตุ๊กกระตากระเบื้องเคลือบนั่น ชวนให้ตง
ฟางเจี๋ยไม่กล้าแตะต้องสัมผัสนางแรงๆเพราะกลัวว่าคนงามจะ
สูญสลายไปต่อหน้าต่อตาตน
ซือเซียน | 217
แต่ต่อให้นางจะเปราะบางจนเขาไม่กล้าแตะต้องแค่ไหน
ตงฟางเจี๋ยก็ยังคงอยากประคองอีกฝ่ายไว้ในอุ้งมืออยู่ดี
ก็นางเป็นคนของเขาแล้ว ตงฟางเจี๋ยหาเหตุผลให้ตนเอง
ในเมื่อเป็นของเขา เขาดูแลทะนุถนอมนางก็ถูกต้องแล้ว
218 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย