ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย - บทที่ 42: ไม่มีที่ไป
เฉินโหลวเงยหน้าขึ้นสบตากับพี่สาวต่างมารดาของตน
ตั้งแต่เกิดเรื่องในคราวนั้น เวลาก็ล่วงเลยผ่านมาเกือบอาทิตย์
เพราะเฉินรั่วซีต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงหมออย่างใกล้ชิด เมื่อ
นางฟื้นขึ้นมาอีกที ตงฟางเจี๋ยก็จัดการเรื่องราวทุกอย่างได้อย่าง
เรียบร้อยหมดจด
สตรีเหล่านั้นถูกส่งตัวกลับบ้าน มีเพียงเสียวหวู่ที่ต้องรับ
โทษ ทว่าตงฟางเจี๋ยบอกว่าโทษของนางเป็นเพียงการพลั้งมือฆ่า
เท่านั้น หลังจากรับสารภาพความผิด ติดคุกไม่กี่ปีก็สามารถ
ออกมาได้แล้ว ทั้งเขายังฝากผู้ดูแลคุกให้เป็นกรณีพิเศษ คาดว่า
สามสี่ปีนางก็คงพ้นโทษแล้ว อีกฝ่ายอายุยังน้อย ยังนับว่า
สามารถเริ่มต้นใหม่ได้อยู่
ส่วนสัญญาขายตัวเหล่านั้น ตงฟางเจี๋ยให้คนเผาทำลาย
ทิ้งเสีย ตงฉางกักขังคน ทั้งยังใช้สัญญาหน้าเลือดขูดรีดเงินทอง
ของชาวบ้าน ใช้อำนาจอำพรางความผิดให้คนของเขาและหว่าน
เฉียน เหล่าขุนนางที่เป็นลูกหนี้ของเขาสบโอกาสจึงได้หาหลักฐาน
ออกมาเล่นงานอีกฝ่าย คนเลวเช่นนั้นตายไปย่อมไม่มีใครเหลียว
แล
320 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
ส่วน ‘หว่านเฉียน’ เดิมทีเฉินรั่วซีนึกอยากจะจัดการอีก
ฝ่ายไม่ให้ผุดให้เกิด ให้สมกับสิ่งเลวร้ายที่แม่เลี้ยงตนทำ ทว่าแวว
ตาแข็งกร้าวของตงฟางเจี๋ยพร้อมกับนํ้าเสียงเยือกเย็นของเขา ทำ
ให้นางรู้ว่าคนผู้นี้ จัดการทุกอย่างแทนนางไปหมดแล้ว
‘เจ้าวางใจเถอะ หลังจากนี้นางจะไม่สามารถกล่าวว่าร้าย
ให้เจ้ากับลูกได้อีกแล้ว และสิ่งใดที่เป็นของของนาง ข้าจะทำลาย
ให้หมดสิ้น’ ตงฟางเจี๋ยเอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม หากรั่วซีของเขาไม่
ฉลาดหลักแหลมจนเอาตัวรอดมาได้ ตนได้สับหว่านเฉียนเป็น
ชิ้นๆแล้วโยนลงนํ้าเป็นแน่
เฉินรั่วซีไม่กล้าถามต่อ แต่ก็ยังได้ยินคนที่มากินหม้อไฟที่
โรงเตี๊ยมพูดกันว่า ‘หว่านเฉียนถูกตัดลิ้น ทั้งนิ้วมือยังด้วนกุด มี
สภาพอยู่ก็ไม่ได้ตายก็ไม่ได้ อยู่ในคุกของกรมอาญา’ ทั้งนางยังถูก
คู่ค้าหักหลัง สิ้นเนื้อประดาตัว บุตรชายบุตรสาวได้แต่ซ่อนตัวอยู่
ในจวนสกุลเฉินที่แทบจะไม่หลงเหลือบ่าวไพร่สักคน
ส่วนคนสนิทอย่างจูอวิ้น เดิมทีนางที่เห็นว่าท่าจะไม่ดีจึง
คิดหนีเอาตัวรอด หากแต่ก็ไม่รู้ว่าไปทำอีท่าไหน ขาทั้งสองข้างจึง
ได้หักจนเดินเหินไม่ได้ ทว่าถึงจะพิการ นางก็ยังคลานกลับมา
มอบตัวที่กรมอาญา บอกว่าตนจะไม่หนีความผิดอีกแล้ว
ซือเซียน | 321
หลังจากให้เหยียนเจาไปตามสืบความจริงจนกระจ่าง ตง
ฟางเจี๋ยค่อยๆจัดการเส้นทางทำมาหากินของหว่านเฉียน ให้นาง
กับลูกพบเจอกับความลำบากเหมือนที่เฉินรั่วซีกับลูกของเขาได้
พบเจอบ้าง
ให้พวกเขาต้องอดอยาก อ้อนวอนขอข้าวสารกรอกหม้อ
จนถูกผู้คนทุบตีเหมือนที่อาหลงของเขาถูกกระทำมาหลายปี
ค่อยๆบีบให้พวกนางจนตรอก ทว่าหว่านเฉียนกลับเลวเสียยิ่งกว่า
ตนคิดไว้ นางไม่เพียงคิดสังหารเฉินรั่วซีและลูกเพื่อชิงเอาสมบัติ
มาเป็นของตนเองทั้งหมดด้วยการเผาเรือนท้ายจวน
แม้แต่ตอนที่รั่วซีของเขาปล่อยวางเรื่องในอดีต หนีมา
เริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว นางก็ยังวางแผนส่งตัวเฉินรั่วซีให้ตาแก่ชั่วตง
ฉาง คนเลวยิ่งกว่าเดรัจฉานเช่นนี้ ตงฟางเจี๋ยไม่อาจปล่อยนางไป
ได้
ในเมื่อนางชอบใส่ร้ายป้ายสีเฉินรั่วซีนัก ชอบเรียกรั่วซี
ของเขาว่า ‘สตรีสำส่อน’ เรียกบุตรชายเขาว่า ‘มารหัวขน’ เช่นนั้น
ตนก็จะไม่ให้นางมีโอกาสได้พูดอีก ไม่สามารถพ่นถ้อยคำเลวๆ
ออกมาได้อีก ส่วนจูอวิ้นที่เคยใช้เท้าถีบบุตรชายของตนอย่าง
322 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
เลือดเย็น ตงฟางเจี๋ยก็ทำให้นางไม่สามารถไปทำเช่นนั้นกับใคร
ได้อีก
‘เท้าข้างไหนบ้างที่กล้าถีบลูกข้า ทั้งสองข้างสินะ เช่นนั้น
ข้าจะทำลายมันทั้งสองข้างเอง’ ตงฟางเจี๋ยเอ่ยถามอย่าง
เลือดเย็น น่าเสียดายที่ความผิดไปไม่ถึงบุตรชายและบุตรสาว
ของหว่านเฉียน ทว่าเพียงแค่พวกมันสิ้นเนื้อประดาตัว ก็เพียงพอ
ให้ทั้งสองอยู่อย่างตายทั้งเป็นแล้ว
เฉินรั่วซีมองเด็กหนุ่มที่ยืนนํ้าตาคลอ ท่าทางเหมือนเด็ก
หลงทางตรงหน้านี้แล้ว เฉินรั่วซีก็พลันถอนหายใจออกมาเบาๆ
คนที่สมควรได้รับกรรม ต่างก็ได้รับกรรมที่ตนเองก่อไป
หมดแล้ว
“ท่านพี่ ช่วย…ช่วยข้าด้วยขอรับ ข้าไม่มีที่ไปแล้ว ฮือๆ“
เฉินโหลวทรุดตัวลงคุกเข่า นํ้าตาไหลอาบแก้ม เฉินรั่วซีชะงักไป
เล็กน้อย ไม่ได้เข้าไปพยุงอีกฝ่าย อาจเป็นเพราะระหว่างนางและ
น้องชายผู้นี้ แทบไม่มีความทรงจำดีๆใดต่อกัน
“ลุกขึ้นแล้วเข้ามานั่งข้างในเถอะ เจ้ากินข้าวมาหรือยัง”
เฉินรั่วซีเอ่ยถาม เฉินโหลวส่ายหน้าน้อยๆ นํ้าตาไหลอาบแก้ม
ซือเซียน | 323
เหยาเหลียนหยางหายออกจากจวนไปหลายวันแล้ว เมื่อ
ถึงคราวตกตํ่า บ่าวไพร่ที่ไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดีจากพวกตนนัก จึง
ได้พากันไปขายตัวให้จวนอื่น บางคนที่ไม่ได้มีสัญญาต่อกันก็
หอบข้าวของมีค่าที่พอเหลืออยู่แล้วจากไป
บัดนี้ในจวนหลังใหญ่มีเพียงเขากับพี่สาว เหล่าสหายที่
เคยคบหากันต่างก็พากันรังเกียจเขา เฉินโหลวไม่กล้าไปรํ่าเรียน
หนังสือที่สำนักศึกษาหลงอู่อีก เพราะหน้าบางเกินกว่าจะทำ
เช่นนั้น
“นี่เจ้ามาทำอะไรที่นี่?” อาหลงที่ออกมาเห็นเฉินโหลวเข้า
พอดีเอ่ยถามด้วยความไม่พอใจ แน่นอนว่าเขากับเฉินโหลวไม่มี
ทางญาติดีกันได้ทั้งชาติ
“อาหลง อย่าเสียมารยาท เจ้าไปบอกให้ป้าหลิว
ทำอาหารมาให้เขาสักสองอย่าง”
เฉินเฮ่าหลงทำหน้าไม่พอใจ ทว่าเมื่อสบตากับมารดาก็
ได้แต่พยักหน้าลงน้อยๆอย่างจนใจ ท่านพ่อบอกว่าห้ามทำให้
ท่านแม่โมโหหรือไม่สบายใจ เพราะจะไม่ดีต่อสุขภาพ
324 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
“เห็นแก่ท่านแม่ข้าหรอกนะ” อาหลงหันไปชูกำปั้นใส่เฉิน
โหลว ก่อนจะสะบัดหน้าหมุนตัวจากไป ความเจ้าคิดเจ้าแค้นนี้ทำ
ให้เฉินรั่วซีส่ายหน้าอย่างระอาใจ
ทว่าก็เข้าใจดีว่าอาหลงถูกเฉินโหลวรังแกมานาน จะให้
เขายอมให้อภัยอีกฝ่าย ย่อมไม่สามารถทำได้โดยง่าย ก่อนดวงตา
กลมโตจะหันมามองน้องชายต่างมารดาของตนอีกครั้ง แล้วก็
พลันถอนหายใจออกมาเบาๆ ท่าทางของอีกฝ่ายตอนนี้ไม่ต่าง
จากเด็กหลงทางคนหนึ่ง
“กินข้าวให้อิ่มก่อนเถอะ มีอะไรค่อยพูดจากัน” เฉินรั่วซี
บอกเสียงนิ่งเรียบ ทว่าก็ปราศจากความเกลียดชัง
บางทีอาจเพราะชีวิตของนางนั้น ไม่รู้จะอยู่ได้นานอีกแค่
ไหน นางจึงไม่นึกอยากจะเสียเวลาไปกับความโกรธแค้นเหล่านั้น
เฉินโหลวนํ้าตาคลอ
“ขอบคุณขอรับ”
เฉินรั่วซีไม่ได้พูดอะไรกับเขาอีก รอหลิวตงเอาข้าวกับ
อาหารมาให้เขา เฉินโหลวก้มลงกินอย่างตะกละตะกลาม พี่สาว
เอาเงินที่มีไปทั้งหมด เหลือไว้ให้เขาแค่ไม่กี่สิบตำลึง เฉินโหลว
ทำอาหารไม่เป็น แค่เขาออกมากินข้าวข้างนอกไม่กี่มื้อเงินก็
ซือเซียน | 325
หมดแล้ว เพราะสุขสบายมาตั้งแต่เล็ก ทั้งยังถือตัวว่าเป็นถึง
บุตรชายของอดีตเจ้ากรมพิธีการ เขาย่อมไม่กล้ากินของข้างถนน
พี่สาวคนรองยังไม่ทันกลับมา เงินก็ถูกใช้ไปจนหมดเสีย
แล้ว เขาทนหิ้วท้องหิวมาตั้งแต่เมื่อวาน สุดท้ายก็ทนไม่ไหว จึงได้
ดั้นด้นมาหาเฉินรั่วซีที่นี่
“เอาล่ะ เจ้ามาหาข้าที่นี่ มีธุระอะไร?” เฉินรั่วซีถาม
เด็กหนุ่มตรงหน้าเสียงเรียบ ปราศจากทั้งความรักและความ
เกลียดชัง
เฉินโหลวเงยหน้ามองพี่สาวต่างมารดาที่ตนเคยเกลียด
ชังนํ้าตาคลอ ทว่าเขาในตอนนี้ไม่เหลือใครอีกแล้ว ญาติทางฝั่ง
มารดาก็อับอายกับการกระทำของหว่านเฉียน จึงไม่มีใครไยดีเขา
อีก พี่สาวก็หนีออกจากบ้านไปไม่ยอมกลับ เมื่อนึกว่าชีวิตที่เคย
รุ่งโรจน์พลันดับสูญ หยาดนํ้าตาก็ไหลลงมาตามสองข้างเเก้มของ
เด็กชายวัยสิบสอง
“ขะ…ข้าไม่เหลือใครอีกแล้ว พี่เหลียนหยางก็หายออก
จากจวนไปหลายวันแล้ว พวกบ่าวไพร่ต่างก็ทิ้งจวนไปจนหมด
ฮึกๆข้าไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกิน ข้ากลัว ฮือๆ” เฉินโหลวร้องไห้
ฟูมฟาย ทำให้อาหลงที่มาแอบดูอยู่ห่างๆชะงักไปเล็กน้อย หาก
326 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
เป็นเมื่อก่อนเขาคงนึกสะใจที่เฉินโหลวที่ชอบดูแคลนผู้อื่นมีชีวิตที่
ตกตํ่าเช่นนี้ ทว่ามารดาสอนเขาไม่ให้แค้นเคืองใคร
เพราะไฟแค้นมีแต่จะบดบังสติปัญญา ทำให้เราตกอยู่
ภายใต้อำนาจของมัน ผลักดันให้คนทำสิ่งไร้เหตุและผล อาหลง
ไม่อยากเป็นเช่นนั้น จึงได้เลิกคิดแค้นเคืองพวกคนที่เคยทำร้าย
เขากับมารดาแล้ว
เฉินรั่วซีมองเด็กหนุ่มที่สะอื้นไห้จนตัวโยนแล้วก็พลันถอน
หายใจออกมาเบาๆ ไม่รู้ว่านางตัดสินใจถูกหรือผิด ทว่าเฉินโหลว
เหมือนผ้าขาวผืนหนึ่ง มีมารดาที่เต็มไปด้วยความโลภและไฟ
ริษยาคอยชักจูงให้เขาทำในสิ่งที่ผิด ผลจึงได้กลายมาเป็นเช่นนี้
“หากเจ้าไม่มีที่ไป ก็สามารถมาทำงานที่นี่ได้ ที่นี่มีเงิน
เบี้ยหวัดรายเดือนกับอาหารให้ แต่ไม่มากหรอกนะ เฉินโหลว ชีวิต
ของมนุษย์เรามีรุ่งโรจน์มีตกตํ่า เจ้าจงจำไว้ว่า ได้ดี อย่าดูแคลน
ผู้อื่น และเมื่อผู้อื่นตกตํ่าก็อย่าได้ซํ้าเติมเขา วันหน้าเจ้าย่อมได้พบ
กับผู้คนที่จริงใจ ไม่ได้มองกันแค่เปลือกนอกเหมือนที่ผ่านมา”
เฉินโหลวนิ่งอึ้งไปกับคำสอนของเฉินรั่วซี กระบอกตาร้อนผ่าว
ขึ้นมาอย่างไม่อาจหักห้าม
ซือเซียน | 327
บัดนี้เขาแทบไม่หลงเหลือใครอยู่ข้างกาย เพราะคน
เหล่านั้น หาได้จริงใจต่อเขาไม่ ที่ผ่านมาตนมองคนที่เปลือกนอก
ดูแคลนคนที่ต้อยตํ่ากว่าตน เมื่อตนหมดสิ้นทุกอย่าง คนเหล่านั้น
ก็หน่ายหนี
เฉินรั่วซีเห็นอีกฝ่ายเหมือนจะเข้าใจอะไรมากขึ้น จึงได้
เอ่ยต่อ
“ข้าเป็นเพียงสตรีป่วยใกล้ตาย จะอายุยืนยาวสักแค่ไหน
ก็สุดจะรู้ ที่ข้าพอช่วยเจ้าได้มีเพียงเท่านี้ หลังจากเลิกเรียนที่สำนัก
ศึกษาแล้ว เจ้าก็มาทำงานที่นี่ ป้าหลิวจะช่วยทำข้าวกล่องให้เจ้า
เอาไปกินที่สำนักศึกษาเอง” เมื่อได้ยินคำว่า ‘สำนักศึกษา’ เฉิน
โหลวก็พลันสะดุ้งโหย่ง หน้าตาตื่น ด้วยตนในตอนนี้ย่อมไม่กล้า
ไปสู้หน้าคนที่นั่นอีกแล้ว
“ข้าไม่ไปเรียนแล้วได้หรือไม่ ข้าจะทำงานเป็นคนงานอยู่
ที่นี่”
“ไม่ได้”
เฉินรั่วซีเอ่ยเสียงเด็ดขาด เด็กหนุ่มนํ้าตาคลอ เพียงแค่คิด
ว่าเขาคงถูกผู้อื่นนินทาลับหลัง ดูสายตาเหยียดหยามมองมาที่ตน
328 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
เป็นจุดเดียว เฉินโหลวก็แทบไม่อยากก้าวเข้าไปในประตูสำนัก
ศึกษาแล้ว
“เฉินโหลว เจ้าหนีความจริงไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอกนะ
คนที่ดูแคลนเจ้า ไม่ได้เป็นคนให้ข้าวเจ้ากิน ไยต้องเก็บเรื่องของ
คนพวกนั้นมาใส่ใจ แม้มารดาของเจ้าจะทำความผิด แต่นั่นก็
ไม่ใช่การกระทำของเจ้า ทั้งสายเลือดอีกครึ่งหนึ่งในตัวเจ้าเป็น
ของบิดา บิดาของเจ้าเป็นคนมีเกียรติ และสกุลเฉินไม่ควรจบสิ้น
ลงในรุ่นของเขา มีแต่ต้องพิสูจน์ตนเองให้ผู้อื่นเห็นว่าเจ้าคู่ควรให้
เคารพนับถือ นั่นถึงจะเป็นหนทางที่ถูกต้อง” นํ้าเสียงของเฉินรั่วซี
ทั้งหนักแน่นและมั่นคง นางกล่าวกับเขาอย่างไรอคติ ทั้งที่อดีต
พวกเขาทำไม่ดีต่อนางไว้มากมาย เฉินโหลวลุกจากเก้าอี้ก่อนจะ
คุกเข่าลงโขกศีรษะให้เฉินรั่วซี
“ท่านพี่ ข้าผิดต่อท่านและอาหลง ข้าขอโทษ”
เฉินรั่วซีมองอีกฝ่ายนิ่ง ไม่ได้ลุกขึ้นไปโอบประคองเขา
ทว่าในดวงตาก็ยังคงเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ถึงต่อให้เขาจะ
ไม่ใช่น้องชายแท้ๆของนาง ทว่าเด็กอายุสิบสองอย่างเขาก็สมควร
ที่จะได้รับโอกาสอีกสักครั้ง
ซือเซียน | 329
ยิ่งไปกว่านั้น ตงฟางเจี๋ยบอกว่าอดีตใต้เท้าเฉินไม่ใช่ว่า
จะไม่รักบุตรสาวของตน เขาเขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติ
จำนวนหนึ่งให้เฉินรั่วซีก่อนตาย ทว่าเป็นหว่านเฉียนที่เก็บงำเรื่อง
นี้ไว้เป็นความลับ เพราะคิดจะฮุบสมบัติของนาง เฉินรั่วซีจึงได้
ยอมหยิบยื่นความช่วยเหลือเฉินโหลว ส่วนหนึ่งก็เพื่อบิดาผู้
ล่วงลับไปแล้วผู้นั้น
“เฉินโหลว” เฉินรั่วซีเรียกเด็กชายตรงหน้าอีกครั้ง เฉิน
โหลวเงยหน้าขึ้นมองพี่สาวผ่านม่านนํ้าตา ชีวิตที่พลิกผันอย่าง
กะทันหันทำให้เขาแทบจะตั้งรับไม่ทัน เฉินรั่วซีในตอนนี้จึงเหมือน
เป็นหลักยึดเดียวในชีวิตที่ตนมี
คราแรกเขาคิดว่าตนจะถูกขับไล่ไสส่งเหมือนอย่างที่
มารดาของเขาเคยทำกับอีกฝ่าย ทั้งยังสั่งสอนเขาไม่ให้เห็นใจเฉิน
รั่วซี ไม่เพียงไม่ให้มองนางเป็นพี่สาว ทว่าไม่ให้มองนางเป็นเพื่อน
มนุษย์ด้วยซํ้า ทว่าเฉินรั่วซีกลับไม่ได้กระทำแบบเดียวกับที่มารดา
ของตนเคยทำกับนาง
จิตใจของอีกฝ่ายสูงส่ง
330 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
นี่ถึงสมกับเป็นบุตรสาวของใต้เท้าเฉิน ผู้ที่ได้รับการ
ยอมรับและได้รับเกียรติจากขุนนางในราชสำนักมากมาย เป็นสิ่ง
ที่ตนเทียบไม่ได้แม้แต่น้อย
เฉินรั่วซีจ้องอีกฝ่ายนิ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“คำพูดจะไม่มีความหมาย หากปราศจากการกระทำ จง
ทำให้ทุกคนเห็นว่าเจ้าเฉินโหลว มิใช่คุณชายอันธพาลผู้นั้นอีก
แล้ว” สิ้นคำกล่าวของพี่สาว เฉินโหลวก็รับรู้ได้ถึงสายตาของผู้คน
ในร้านที่จับจ้องมายังเขา
อาหลงยืนอยู่ข้างท่านอามู่ของตน จ้องมองมายังเฉิน
โหลวด้วยแววตาที่แฝงความเป็นอริ แต่เจ้าตัวก็ถูกสอนมาดีเกิน
กว่าจะเข้ามาเหยียบยํ่าซํ้าเติมอีกฝ่าย
เฉินโหลวพยักหน้าลง กล่าวเสียงหนักแน่น
“ข้าจะทำให้เห็นเอง ข้าสัญญา”
ซือเซียน | 331