ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย - บทที่ 7: ที่ดินทองคำ
ยามโหย่ว*เฉินรั่วซีจับจูงบุตรชายมาพบกับหว่านเฉียน
แน่นอนว่าการมาของนางเป็นที่สนอกสนใจของบ่าวไพร่ในจวนไม่
น้อย หลายคนต่างมาคอยด้อมๆมองๆ ทว่าเฉินรั่วซีหาได้สนใจไม่
ก็คนเหล่านี้ไม่ใช่หรือที่เห็นคนจะตาย แต่ไม่ยอมเหลียวแลสักนิด
หลายคนก็เคยรังแกอาหลงของนาง โดยไม่ละอายแก่ใจ
“มากันแล้วเจ้าค่ะ” เหยาเหลียนหยางหันไปเอ่ยกับ
มารดา ทำให้หว่านเฉียนที่นั่งอยู่กับเด็กชายใบหน้าละม้ายคล้าย
เฉินรั่วซีอยู่สามส่วนเงยหน้าขึ้น
เฉินโหลวมองพี่สาวต่างมารดาด้วยสีหน้าเต็มไปด้วย
ความรังเกียจ มารดาบอกกับเขาว่าพี่สาวผู้นี้ของตนใฝ่ตํ่าเอา
ขอทานมาทำสามี ทั้งยังถูกมันทิ้งจนท้องไม่มีพ่ออีก เป็นที่อับอาย
ขายหน้าของคนในตระกูล ทั้งตอนนี้ยังจะมารีดไถเอาเงินกับ
มารดาของตนอีก เฉินโหลวจึงยิ่งชิงชังพี่สาวผู้นี้ของตนมากขึ้น
เฉินรั่วซีเห็นสายตาเป็นอริของทุกคนรอบข้างแล้ว คิดว่า
การที่นางตัดสินใจไปจากที่นี่ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดแล้ว
คนพวกนี้ ไม่ควรให้นางเสียเวลาด้วยเเม้แต่น้อย
ซือเซียน | 63
“นั่งก่อนสิ” หว่านเฉียนเอ่ยบอก เฉินรั่วซีจึงได้จูงแขน
บุตรชายที่ตัวสั่นน้อยๆเพราะทุกครั้งที่มาพบหน้าเฉินฮูหยินเขา
มักจะถูกทุบตีอยู่เสมอ ทว่าดวงตาของเด็กชายกลับเเข็งกร้าว ไม่
ว่าอย่างไรเขาก็จะปกป้องท่านแม่ หากคนเหล่านี้คิดทำร้าย
มารดาของตน เขาไม่มีทางยอมอย่างแน่นอน
“ไม่เป็นไรนะอาหลง” เฉินรั่วซีก้มลงกล่าวกับบุตรชายเมื่อ
สัมผัสได้ว่าเขาตัวสั่นเล็กน้อย เฉินเฮ่าหลงเงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้ม
อ่อนโยนของมารดา ความหวาดหวั่นจึงค่อยๆลดน้อยถอยลง
ก่อนเด็กชายจะพยักหน้าลงช้าๆ
“ข้ามาทวงเงินที่เฉินฮูหยินรับปากจะให้ข้า หลังจากได้
เงินเเล้ว พรุ่งนี้ข้ากับบุตรชายจะไปจากที่นี่ทันที” หลังจากนั่งลง
เฉินรั่วซีก็เข้าประเด็นทันที ด้วยบ่าวรับใช้ไม่ได้เตรียมชามข้าวกับ
ตะเกียบไว้ให้นางกับลูก
ดูก็รู้ว่าพวกเขาคงไม่ปรารถนาให้พวกตนร่วมโต๊ะด้วย
ทว่าก่อนมาเฉินรั่วซีกับบุตรชายกินซาลาเปาที่นางซื้อไว้ตั้งแต่เช้า
จนอิ่มแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกหิวอะไร
“เฉินรั่วซี เจ้าช่างใจกล้านักนะ เดิมทีเจ้าทำให้ตระกูลเฉิน
เสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้บิดาเจ้าอับอายขายขี้หน้า ทุกข์ใจจนตาย
64 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
ตอนนี้ยังกล้าใช้แผนการเลวร้ายมาเรียกร้องเงินจากข้าอีก…เจ้า
…”
ปึง!
เฉินรั่วซีตบโต๊ะเสียงดัง หว่านเฉียนที่กำลังหาเรื่องก่นด่า
นางสะดุ้งโหย่ง ก่อนจะต้องตระหนกเมื่อเห็นแววตาเอาเรื่องของ
ลูกเลี้ยงตน
“ท่านแม่ ท่านเลิกพล่ามเรื่องในอดีตเถอะ จ่ายเงินที่
สมควรจ่ายมาให้ข้า หากท่านกล้าบิดพลิ้ว เราก็ไปเจอกันที่
ศาลต้าหลี่พรุ่งนี้” เฉินรั่วซีกล่าวเสียงตํ่า ท่าทางกดดันผู้คน แม้
ความเป็นจริงสภาพร่างกายของนางจะยํ่าแย่จนแค่เดินไกลๆก็
เหนื่อยหอบแล้ว แต่โชคดีที่เฉินรั่วซีเคยเป็นนักแสดงมาก่อน
บทบาทโกรธจนลมออกหูเช่นนี้ นางจึงแสดงได้อย่างแนบเนียน
หากตนยอมให้คนพวกนี้ ก็จะถูกเอารัดเอาเปรียบเรื่อยไป
ไม่ว่าอดีตเจ้าของร่างจะเคยทำผิดแค่ไหน แต่ถึงอย่างไรนางก็
นับว่ามีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติของตระกูลเฉิน ถึงบิดาใจร้ายของนาง
จะไม่ยอมยกสมบัติให้สักชิ้น ทว่าเฉินรั่วซีในตอนนี้ไร้ทางเลือก
เงินเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้นางและบุตรชายมีชีวิตอยู่ต่อไปได้
ซือเซียน | 65
ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใด นางก็จะต้องให้หว่านเฉียนยอม
จ่ายเงินมาให้ตนให้ได้
“ข้าไม่มีเงินแล้ว ที่บิดาเจ้าทิ้งไว้ให้ก็ไม่ได้มีจำนวนมาก
อะไร ในเมืองอู่จง แถบซานเต๋อมีที่ดินแปลงหนึ่ง ตั้งกิจการเป็น
โรงเตี๊ยมมาหลายสิบปี มีมูลค่านับสองพันตำลึง หากเจ้าต้องการ
ข้าจะให้คนมาทำหนังสือยกให้เจ้า ส่วนเงินข้าให้เจ้าได้แค่หนึ่ง
ร้อยตำลึงเท่านั้น” แม้จะหวาดหวั่นกับท่าทีของเฉินรั่วซี ทว่าหว่าน
เฉียนที่เขี้ยวลากดินย่อมไม่ยอมเสียเงินไปง่ายๆ เฉินรั่วซีเกือบจะ
เลือดขึ้นหน้า เมื่อแม่เลี้ยงของตนจะโกงกันหน้าด้านๆทว่ากลับ
ต้องชะงัก
“ที่ดินแถบซานเต๋ออย่างนั้นหรือ?”
“ใช่ เป็นโรงเตี๊ยมเล็กๆมีห้องอยู่ราวสิบกว่าห้อง ด้านล่าง
เป็นร้านนํ้าชา” หว่านเฉียนที่เห็นอีกฝ่ายสนใจจึงรีบอธิบายต่อ
โดยไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าโรงเตี๊ยมแห่งนั้นกำลังจะเจ๊งแหล่ไม่
เจ๊งเเหล่อยู่แล้ว นางประกาศขายมาปีกว่าแล้ว ก็ยังไม่มีคนมาซื้อ
เฉินรั่วซีทำหน้าครุ่นคิด ทว่าในใจกลับลิงโลด นึกชื่นชม
สมองของตนที่ความจำดีเป็นเลิศยิ่งนัก อ่านบทรอบเดียวก็จำ
66 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
รายละเอียดได้แปดในสิบส่วนแล้ว นางพอจดจำได้ว่าที่ดินตรงนั้น
ภายหลังตระกูลของหลิงลั่วเฉินนางเอกของเรื่องไปกว้านซื้อมา
มีมูลค่าหลายหมื่นตำลึง
นับเป็นทำเลทองโดยแท้
แม้ตอนนี้จะมีมูลค่าแค่หลักพันตำลึง แถมยังไม่ได้อยู่ใน
ความสนใจของหว่านเฉียนเท่าใดนัก ทว่าผ่านไปสิบปี หลังจาก
ฮ่องเต้มีการพัฒนาพื้นที่เหล่านั้นเป็นย่านการค้าใหญ่ของเมืองอีก
แห่งแทนย่านการค้าเก่าที่มักจะมีนํ้าท่วมขังยามฝนตก มูลค่า
ที่ดินแถบนั้นก็หาซื้อกันเป็นหลักหลายหมื่นตำลึงแล้ว
มือของเฉินรั่วซีเย็นเยียบ ในใจตื่นเต้นเป็นอย่างมาก วัน
หน้าหากตนไม่อยู่แล้ว หากอาหลงของนางขายที่ดินผืนนี้ เขาก็
นับว่ากลายเป็นเศรษฐีอีกคนของเมืองอู่จงแล้ว
“ที่ดินแถวนั้น ต่อให้ข้าอยากจะขายก็ยังนับว่าต้องใช้
เวลาอยู่ เงินหนึ่งร้อยตำลึง คงไม่พอ หากยังไม่มีใครยอมมาซื้อ
ข้าต้องการอีกสามร้อยตำลึง” เฉินรั่วซีต่อรอง หว่านเฉียนแทบเต้น
ผ่างกับความหน้าเลือดของบุตรเลี้ยงตน
ซือเซียน | 67
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ ท่านแม่ก็บอกแล้วว่าบิดาเจ้า
ไม่ได้เหลืออะไรไว้ให้มากมายนัก” เหยาเหลียนเหยาเถียงแทน
มารดาของตน
เฉินรั่วซียักไหล่
“เช่นนั้นพรุ่งนี้ก็ไปพบกันที่ศาลต้าหลี่” ท่าทางไม่ยี่หระ
ของนางทำให้หว่านเฉียนแทบกระอักเลือด
“สองร้อยตำลึง ข้าให้ได้เท่านั้น”
“สองร้อยห้าสิบ ข้าต้องการเงินซื้อม้าและรถม้าเพื่อใช้ใน
การขนของ” เฉินรั่วซีต่อรอง หว่านเฉียนกำมือเข้าหากันแน่น
ในขณะที่บุตรสาวและบุตรชายส่ายหน้าน้อยๆไม่ให้มารดายอม
อีกฝ่าย
ทว่าเพราะหว่านเฉียนมีหน้าตาให้ต้องรักษา หาก
ศาลต้าหลี่ให้นางแจกแจงทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเฉินกัง ย่อมมี
มูลค่าหลายพันตำลึง แน่นอนว่าเสียแค่สองร้อยห้าสิบตำลึงย่อม
คุ้มค่ากว่ามาก
“ได้” หว่านเฉียนยอมรับปาก
“ท่านแม่” เหยาเหลียนหยางหันไปหามารดาอย่างไม่
พอใจทันที ทว่าสายตาของมารดาทำให้นางยอมเงียบปาก
68 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
เฉินรั่วซีพยักหน้าลงน้อยๆ สีหน้าคล้ายยังไม่ค่อยพอใจ
เท่าใดนัก หว่านเฉียนกลัวนางเปลี่ยนใจจึงได้รีบเอ่ยขึ้น
“เหลียงซาน พรุ่งนี้เช้าเจ้ารีบไปจัดการเรื่องกรรมสิทธิ์ ยก
ให้เป็นที่ของคุณหนูใหญ่ซะ”
“ขอรับ” เหลียงซานซึ่งเป็นพ่อบ้านประจำตระกูลขานรับ
ในใจรู้สึกไม่ดีเท่าใดนัก ด้วยรู้ว่าที่ดินผืนนั้น เฉินฮูหยินปิด
ประกาศขายมานาน แต่ก็ยังขายไม่ได้ ต่อให้เป็นที่ดินที่พอมี
มูลค่า แต่หากไม่มีคนซื้อ ก็ไม่ได้มีประโยชน์อันใดนัก ทว่าเขาเป็น
แค่บ่าว หากอยากทำงานที่นี่ต่อก็ไม่ควรพูดมาก
“เช่นนั้นพวกเราแม่ลูกขอตัวเจ้าค่ะ” เฉินรั่วซีบอก ก่อนจะ
จูงแขนบุตรชายเดินจากไป หว่านเฉียนได้แต่มองตามอย่างไม่
พอใจ
แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้
เฉินรั่วซีมือเย็นเยียบ หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที ก่อนจะก้ม
ลงมองบุตรชายด้วยดวงตาเปล่งประกาย
อาหลง…วันหน้า เจ้าจะเป็นเศรษฐีใหญ่ของเมืองอู่จง
แล้ว เพียงเท่านี้ เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องไปก่อกรรมทำชั่ว ก็สามารถมี
ซือเซียน | 69
ชีวิตอยู่ได้อย่างสุขสบาย มีอายุที่ยืนยาว ไม่ต้องหลงเดินทางผิด
เช่นนั้นอีก
แน่นอนว่าที่ดินแห่งนั้น หว่านเฉียนมองไม่เห็นประโยชน์
แต่มันคือขุมทรัพย์ในอนาคตของพวกตนแม่ลูกเชียวล่ะ
บางทีสวรรค์อาจไม่ได้ใจร้ายกับพวกตนแม่ลูกมากนัก
……………………………………………………………………………………………
*ยามโหย่ว: เวลา 17.00 – 18.59 น.
70 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย