ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ - เล่มที่ 18 บทที่ 533 เปลี่ยนแปลงกะทันหัน
เพราะเหตุนี้เหล่าคุณหนูคุณชายในละครจึงฝึกท่องจำกันอย่างหนักตั้งแต่เด็ก สุดท้ายจึงมาคัดตัวอักษรสินะ
ตอนนี้นาง….
เฮ้อ หลินเมิ้งหยาหยิบกระดาษขึ้นมาขยำก่อนจะโยนลงในถังขยะอย่างท้อแท้
หลังจากนั้นราวหนึ่งชั่วโมง กระดาษที่ถูกขยำเป็นก้อนก็เต็มถังขยะ ความเร็วที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างน่าตกใจเป็นอย่างมาก
“อย่ากำพู่กันแน่นจนเกินไป เจ้าจะต้องจับให้นิ่ง จากนั้นออกแรงที่ข้อมือแล้วลากเส้น ค่อยๆ เขียน อย่าเร่งรีบ”
มือหนาที่มักจะอบอุ่นตลอดเวลากุมมือที่กำลังสั่นของหลินเมิ้งหยาเอาไว้
เสียงทุ้มต่ำกล่าวข้างใบหู ขณะเดียวกันนางก็รู้สึกแขนขาอ่อนแรง
ทั้งที่หลงเทียนอวี้กำลังจับมือนางพร้อมทั้งสอนวิธีการเขียนตัวอักษร ทว่าหลินเมิ้งหยากลับมิอาจทานทนต่อความอ่อนโยนของเขาได้
ทั้งสองอยู่ใกล้กันแค่ลมหายใจกั้น แม้แผ่นหลังจะแนบสนิทกับแผงอกของอีกฝ่าย ทว่าความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากร่างของเขาทำให้หัวใจของหลินเมิ้งหยาดีดตัวสูงขึ้น
ชำเลืองมองใบหน้าด้านข้างของหลงเทียนอวี้ นางอดที่จะด่าตัวเองในใจไม่ได้ ทั้งที่เขาอุตส่าห์สอนนางอย่างตั้งใจ แต่ตนเองกลับเอาแต่คิดเรื่องไร้สาะ!
พยายามเพ่งสมาธิ หลินเมิ้งหยาอดไม่ไหวจึงหยิกตัวเองหนึ่งที
“ฝึกเขียนอักษรจำต้องตั้งใจ มือตวัดพลิ้วไหวตามใจนึก”
มือหนาจับมือเล็กขีดเขียนตวัดตาม มือขวาของหลินเมิ้งหยาไม่สั่นไหวอีกต่อไป
เมื่อมือถูกนำทางด้วยความอ่อนโยน การขีดเขียนจึงเสร็จสิ้นอย่างราบรื่นรวดเร็ว
ในที่สุดตัวอักษรคำว่า “ใหญ่” ที่ยังไม่งดงามตามพิมพ์นิยมแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไรนักก็ปรากฏบนกระดาษ
“ดีขึ้นมากจริงๆ”
มองตัวอักษรที่เขียนได้สวยที่สุดในชีวิตของตนเอง หลินเมิ้งหยาเกือบจะกระโดดโลดเต้นเพราะความดีใจ
มุมปากหลงเทียนอวี้ยกขึ้น มองหญิงสาวที่รู้สึกดีใจเพียงเพราะเขียนตัวอักษรคำเดียวออกมาได้สำเร็จ ส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้
นางช่างแปลกจริงๆ
แต่ก่อนเขาคิดว่านางนิยมชมชอบเพียงเงินทองและความร่ำรวยเท่านั้น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าสิ่งเหล่านั้นจะมิได้มีความหมายอันใดต่อนางเลย
จะว่านางไร้เดียงสาก็ใช่ แต่หากมองจากการวางแผนและวิธีการนางใช้ เขาที่เป็นบุรุษยังมิอาจโหดเหี้ยมอำมหิตเทียบเท่านางได้
ทว่าตอนนี้นางกลับดีอกดีใจเพียงเพราะเขียนตัวอักษรออกมาได้คำเดียว
ช่าง…แตกต่างจากคนอื่นยิ่งนัก
“เอาล่ะ วันนี้ฝึกเพียงเท่านี้เถิด มือขวาของเจ้าเพิ่งจะหายดี อย่าทำให้เหนื่อยล้าเลย เดี๋ยวจะเจ็บปวดโดยเปล่าประโยชน์”
หลงเทียนอวี้หยิบพู่กันในมือของนางออก หลินเมิ้งหยาหมกตัวอยู่กับการฝึกเขียนตัวอักษรมาทั้งคืนแล้ว
ขนาดถือพู่กันยังต้องออกแรง คนอื่นอาจมองไม่เห็น แต่เขาเห็นเม็ดเหงื่อบนหน้าผากของนางได้อย่างชัดเจน
ทว่าเมื่อหันกลับมามองท่าทางตั้งอกตั้งใจของนางอีกครั้ง หลงเทียนอวี้เจ็บปวดใจยิ่งนัก
“ก็ได้ วันนี้หม่อมฉันเองก็เหนื่อยแล้ว เช่นนั้นรีบไปนอนสักหน่อยดีกว่า คืนนี้พระองค์จะนอนที่พื้นหรือนอนบนตั่งเพคะ?”
หลินเมิ้งหยาเอี้ยวตัวออกจากวงแขนของหลงเทียนอวี้
หยักยิ้มตาหยีรอคำตอบของอีกฝ่าย ตลอดหลายวันมานี้พวกเขาทั้งสองนอนร่วมเตียงกันทุกคืน
แม้จะไม่เคยทำสิ่งใดเกินเลย ทว่าหลงเทียนอวี้มิอาจควบคุมได้แล้ว เหตุเพราะเขาเคยชินกับการมีนางนอนข้างกายเสมอ
ตอนแรกคิดว่าหลินเมิ้งหยาขวยเขิน แต่ใครจะรู้เล่าว่านางจะเอาหมอนและผ้าห่มออกมา
“ข้า…นอนบนตั่งแล้วกัน”
หลงเทียนอวี้ตกตะลึงไม่น้อย สายตามองนางที่กำลังปูเตียงให้เขา
ทว่านางยังคงแย้มยิ้มคิกคัก ดูเหมือนเขาจะคิดมากจนเกินไป
เดินเข้าไปหา ขณะที่กำลังคิดจะเข้าไปสวมกอดนาง ใครจะรู้เล่าว่าหลินเมิ้งหยาจะเบี่ยงตัวหนี
“รีบนอนเถิดเพคะ ราตรีสวัสดิ์!”
ยืนอยู่หน้าประตูห้อง หลินเมิ้งหยาโบกมือน้อยๆ ให้เขาด้วยท่าทางไร้เดียงสาทว่าน่ารักนัก
ความหมองใจในใจของเขาจึงมลายหายไป
นางมักเฉลียวฉลาดและมีไหวพริบเสมอ ไม่รู้ว่าตอนนี้คิดจะทำสิ่งใดอีก
หยักยิ้มพร้อมทั้งพยักหน้า นั่งลงบนตั่งขณะมองร่างบางปิดประตูห้องนอนลง
อีกด้านของประตู รอยยิ้มของหลินเมิ้งหยาจางหายไปแล้ว
กระโดดขึ้นเตียงนอน ทว่าจมูกยังคงได้กลิ่นกายของหลงเทียนอวี้ติดอยู่
นางเคยชินกับการมีเขานอนเคียงข้างแล้ว ดังนั้นนางจึงรู้สึกราวกับขาดอะไรไป
ทว่าแม้แต่นางเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดอยู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
หรือจะเป็นวันนั้นของเดือน?
นอนแผ่หลาลงบนเตียง หัวใจกระสับกระส่ายอยู่หลายส่วน
อันที่จริงนางรู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองกำลังจิตใจไม่สงบ
ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะคำตอบที่หลงเทียนอวี้ให้แก่นาง
นางรู้ว่าหลงเทียนอวี้ชอบตน แต่ในขณะเดียวกันหลงเทียนอวี้คือคนที่ถูกสวรรค์กำหนดมา เขาไม่มีทางกลายเป็นเพียงคนธรรมดาได้ชั่วชีวิต
นางมิได้อยากให้หลงเทียนอวี้อยู่กับนางที่เมืองหลินเทียนในฐานะคนธรรมดาจริงๆ เขายังมีบ้านเมืองที่มิอาจละทิ้งไปได้
แต่หากวันหนึ่งหลงเทียนอวี้ได้ขึ้นครองตำแหน่งนั้นจริง แม้นางจะกลายเป็นสตรีที่เขารักที่สุด แต่นางที่ถูกสั่งสอนมาในยุคปัจจุบันจะสามารถยอมรับการมีสามีร่วมกับผู้อื่นได้อย่างไร ?
บางทีนี่อาจมิใช่เรื่องใหญ่ของคนที่นี่ ภรรยาเอกบางคนยังช่วยสามีคัดเลือกอนุภรรยาเสียด้วยซ้ำ
แต่นางทำไม่ได้…
นางรู้ดีที่สุด หากหลงเทียนอวี้ได้ครองตำแหน่งนั้น เรื่องในวังหลังจะมิใช่เพียงเรื่องในบ้าน แต่จะเกี่ยวข้องกับชาติบ้านเมือง
เมื่อถึงเวลานั้นแม้หลงเทียนอวี้จะไม่ยินยอมรับนางสนม แต่เชื่อว่าพวกขุนนางไม่มีทางเห็นด้วย
น่าเสียดาย นางมิใช่คนบุ่มบ่าม เรื่องพวกนี้ทำให้หัวใจของนางเยียบเย็นลงมากและสามารถเล็งเห็นปัญหาบางอย่างได้
อย่างเช่น จะต้องมีคนคิดแย่งชิงหลงเทียนอวี้ไปจากนางเป็นแน่
ด้วยอุปนิสัยของนาง นางจะต้องทำเรื่องบางอย่างที่ในสายตาของคนภายนอกมองว่าบ้าคลั่งอย่างแน่นอน
มิใช่เพราะนางร้ายกาจ แต่ความรักล้วนเป็นเรื่องเห็นแก่ตัวทั้งสิ้น
แม้ตอนนี้หลงเทียนอวี้จะปกป้องนาง แต่ในอนาคตเล่า? หลังจากเขาได้เป็นจักรพรรดิ เขาจะเป็นเช่นไร?
เขาจะรักนางเพียงคนเดียวจริงหรือ?
นางมิอาจเชื่อมั่นในตัวเองหรือเลิกเชื่อใจหลงเทียนอวี้ได้ ทว่าสักวันหนึ่งพวกนางจะต้องเจอปัญหานี้อย่างแน่นอน
จนกว่าจะมั่นใจในเรื่องนี้ นางคิดว่าตนเองและเขาควรรักษาระยะห่างต่อกันไว้
มิเช่นนั้นหากวันหนึ่งนางคลุ้มคลั่งขึ้นมา….
สวรรค์โปรด! เพียงแค่คิดถึงภาพนั้น ใบหน้าของนางก็ร้อนผ่าวแล้ว
หากนางและเขาร่วมเตียงเคียงหมอนกันโดยที่ยังสับสนเช่นนี้ นางจะต้องอยากครอบครองความรักทั้งหมดของหลงเทียนอวี้แน่นอน
สวรรค์โปรด! ปัญหานี้รับมือได้ยากยิ่งนัก!
ด้านนอกประตู หลงเทียนอวี้ที่กำลังนอนบนตั่งได้ยินเสียงถอนหายใจ เสียงพลิกตัวหรือไม่ก็เสียงขยับบนเตียงนอนภายในห้อง
นี่นางกำลังทำอะไรกันแน่?
หากหลงเทียนอวี้รู้ว่าตอนนี้ชายาของตนเองกำลังไตร่ตรองว่าจะมอบตัวเองให้เขาดีหรือไม่ เกรงว่าเขาจะต้องยิ้มแห้ง จากนั้น….
เริ่มหรือไม่เริ่ม…นี่ต่างหากที่เป็นปัญหา
หนึ่งคืนผ่านไป เช้าวันถัดมาอวี้อันและจั่วชิวอวี้ต่างสังเกตเห็นความผิดปกติของทั้งคู่
เมื่อก่อนพวกเขามักแสดงความรักจนเลี่ยน แม้จะมีคนเห็นแต่พวกเขาก็ทำเพียงยืดตัวขึ้นบิดขี้เกียจ
ทว่าตอนนี้ไม่เพียงสีหน้าที่ไม่น่ามอง แต่พวกเขายังดูหงุดหงิดใจอยู่หลายส่วน
หรือจะทะเลาะกัน?
ไม่มีทาง เมื่อคืนเขาไม่ได้ยินเสียงพวกเขาทะเลาะกันเลยแม้แต่น้อย
หยิบข้าวเข้าปากตนเอง คนคู่นี้ช่างแปลกยิ่งนัก
“ข้าอิ่มแล้ว พวกเจ้าค่อยๆ กิน”
หลังจากกินเข้าไปเพียงไม่กี่คำ หลินเมิ้งหยาก็รู้สึกไม่อยากอาหารเอาเสียดื้อๆ
เมื่อคืนนางครุ่นคิดจนสับสนมึนงง ดังนั้นวันนี้ขอบตาของนางจึงดำคล้ำ
ตอนนี้นางรู้สึกสมองไม่แจ่มใส ดังนั้นจึงอยากหลับพักผ่อนสักหน่อย
หลังจากไตร่ตรองอยู่หลายรอบ สุดท้ายนางเผลอหลบหน้าหลงเทียนอวี้โดยไม่ได้ตั้งใจ
ไม่ว่าสายตาลึกซึ้งหรือคำพูดอ่อนโยนของเขาล้วนทำให้หลินเมิ้งหยารู้สึกพ่ายแพ้
นางกลัวว่าสักวันหนึ่งจะมิอาจควบคุมตัวเองได้แล้วกลายเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟ
หากเป็นเช่นนั้น นางคงเพิกเฉยต่อทุกสิ่งแล้วเกาะติดแต่เพียงหลงเทียนอวี้
ถ้าหากนางกลายเป็นภรรยาในแบบที่เขาไม่ชอบ เช่นนั้นหลงเทียนอวี้จะยังรักและเอ็นดูนางหรือไม่?
นางคิดไม่ออก หากวันหนึ่งหลงเทียนอวี้รังเกียจนางขึ้นมา เช่นนั้นนางจะทำเช่นไร
ความคลั่งไคล้คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดบนโลกใบนี้
ดังนั้นเพื่อปกป้องตัวเอง เพื่อปกป้องหลงเทียนอวี้ นางจำเป็นต้องหลบเลี่ยงเขา
เหตุเพราะความรักหาใช่สนามรบที่สามารถลิขิตให้เป็นไปตามความต้องการของตนเองได้
ความขมขื่นปรากฏขึ้นในใจ บางครั้งนางไม่อยากเป็นคนมีสติเช่นนี้เลย
“เอ๋ เจ้ายังกินได้ไม่มากเลย เมิ้งหยา…วิ่งเร็วเกินไปแล้ว หลงเทียนอวี้ พวกเจ้าทะเลาะกันหรือ?”
จั่วชิวอวี้ร้องเรียกหลินเมิ้งหยา ทว่านางวิ่งหนีไปแล้ว
ท่าทางราวกับทางด้านหลังมีผีอย่างไรอย่างนั้น
หันหน้าไปมองหลงเทียนอวี้ด้วยความสงสัย
“ข้า…ไม่ใช่”
หลงเทียนอวี้ที่รู้สึกสงสัยไม่น้อยกว่าจั่วชิวอวี้เอ่ยตอบพร้อมทั้งส่ายหน้า
เมื่อวานตอนบ่ายพวกเขาทั้งสองยังรักใคร่กลมเกลียวกันอยู่เลย เหตุใดเวลาเพียงคืนเดียวนางจึงเปลี่ยนไปเช่นนี้?
แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยเข้าใจผู้หญิง ยิ่งผู้หญิงที่ฉลาดเฉลียวดั่งเช่นหลินเมิ้งหยา เขายิ่งอ่านความคิดของนางไม่ออก
อยู่ๆ หัวใจก็รู้สึกว้าวุ่น
หลงเทียนอวี้ที่ไม่เคยใส่ใจความรู้สึกของผู้อื่นมาก่อน ตอนนี้เขาอยากจะแปลงกายเป็นพยาธิในท้องของหลินเมิ้งหยาเพื่อที่จะได้รับรู้ความคิดทั้งหมดของนาง
“แค่ก แค่ก เมื่อคืนพวกเจ้าแยกเตียงนอนอย่างนั้นหรือ?”