ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต - ตอนที่ 123
ของหวานเยียวยาได้ทุกสิ่ง
ทางด้านเหลียนเซียวมู่ตงกับอันอันเมื่อพวกเขาขึ้นมาบน
ภูเขา เป้าหมายแรกที่หนิงอันต้องไปก่อนที่อื่นก็คือถํ้าของ
ครอบครัวฉง
ฉงซานผู้กำลังชวนลูกน้อยทั้งสี่ไล่จับตั๊กแตนอยู่รีบวิ่งเข้า
มาหาเจ้านายตัวน้อย เหลียนเซียวมู่ตงมองลูกหมีวัยต่างกันทั้งสี่
ตัวด้วยความสงสัย “ฉงซาน นั่นใช่ลูก ๆ ของเจ้าอย่างนั้นหรือ”
ฉงซานส่งเสียงงืดงาดอย่างภูมิใจ แปลได้ว่าใช่แล้วทั้งสี่
ตัวเป็นลูก ๆ ของข้าเอง พวกเขาน่ารักมากใช่หรือไม่ “เจ้าช่างยอด
เยี่ยม” เหลียนเซียวมู่ตงกล่าวชม ฉงซานยิ่งยืดอกของตนขึ้นไปอีก
หนิงอันได้เดินเข้าไปเล่นกับลูกหมีทั้งสี่ตัวก่อนที่จะกวาด
ตามองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกใจหาย ‘เฮยเฮยนี่ขนาดเจ้าทำ
เสียงฟ้าร้องไล่พวกมันไปตั้งเยอะนะ ต้นไม้บนภูเขายังแทบจะไม่
เหลือ’
‘ใช่ไหมล่ะ ตั๊กแตนช่างเป็นสัตว์ทำลายล้างจริง ๆ เจ้าคิด
ดูขนาดที่นี่ยังเป็นแบบนี้แล้วที่อื่นจะแย่ขนาดไหน’ คำพูดของเต่า
260
ตัวน้อยไม่เกินจริงเนื่องจากหมู่บ้านหลายแห่งหากว่าเก็บเกี่ยวไม่
ทันพวกเขาคงจะได้อดตายกันแน่ ๆ
‘เรื่องนี้เป็นความดีความชอบของเจ้าเลยนะ หากไม่มีเจ้า
ทุกสิ่งทุกอย่างคงจะเลวร้ายมากกว่าตอนนี้’ หนิงอันพูดขึ้นด้วย
ความซาบซึ้ง
‘เจ้าอย่าพูดอะไรแบบนี้ได้หรือไม่ ข้าฟังแล้วไม่คุ้นชิน แค่
เจ้าตอบแทนด้วยการทำของอร่อยให้ข้ากินก็พอ’ นํ้าเสียงของกุย
เฮยแฝงไว้ด้วยความเก้อเขิน ‘เจ้าอายอย่างนั้นหรือ’ หนิงอัน
สัพยอก ‘ข้าไม่ได้อาย แค่ไม่ชินเข้าใจไหม’ กุยเฮยปฏิเสธเสียงแข็ง
ก่อนเน้นยํ้าทีละคำ
ทว่าหากหนิงอันเห็นใบหน้าของเต่าตัวเล็กจะรู้ว่ามีรอยสี
แดงพาดผ่านเล็ก ๆ ตัดกับใบหน้าสีดำของผู้พูด
ยังไม่ทันที่หนิงอันจะหยอกเย้ากับคู่หูของตนต่อเด็กหญิง
ก็ได้ยินเสียงของเหลียนเซียวมู่ตงพูดขึ้นเสียก่อน
“อันอัน เจ้าจะทำอย่างไรกับป่าแห่งนี้ ข้าคิดว่ากว่าจะให้
ฟื้นตัวได้เหมือนเดิมคงจะต้องใช้เวลานานทีเดียว” เหลียนเซียวมู่
ตงถามคนตัวเล็กหลังจากที่เจ้าตัวมองไปรอบด้าน
261
“ข้าก็คิดว่าอย่างนั้นเหมือนกัน” ในขณะที่หนิงอันกำลัง
สนทนาอยู่กับเหลียนเซียวมู่ตงและเล่นกับครอบครัวของฉงซาน
หมิงหมิงผู้แยกตัวออกไปก็ขี่หลังเจ้าสี่กลับมาหาพี่สาว
ด้วยสีหน้าแตกตื่น
“พี่สาว แย่แล้ว!” เด็กชายตะโกนเสียงดัง “เกิดอะไรขึ้น
เจ้าเป็นอะไร” หนิงอันถามน้องชายด้วยความเป็นห่วง
พลางสำรวจมองเขาขึ้นลงตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
เช่นเดียวกับเหลียนเซียวมู่ตงที่มองเขาอย่างกังวลเช่นกัน
“ข้าไม่ได้เป็นอะไรขอรับ ที่แย่นะคือนํ้าต่างหาก”
“หมายความว่ายังไง” หนิงอันถามต่อทันที
“นํ้าในลำธารแห้งมากนะสิ” เสียงของเจ้าลายดังขึ้น
ก่อนที่กุยเฮยจะแปลออกมา “นํ้าในลำธารขอรับมีอยู่แค่เข่าของ
ข้าเอง”
“ไปดู” เหลียนเซียวมู่ตงพูดขึ้น ชายหนุ่มคิดอย่างไม่
สบายใจหากนํ้าแห้งแสดงว่าลางร้ายได้เริ่มขึ้นแล้ว เมื่อมาถึงลำ
ธาร “แย่แน่ ๆ คราวนี้ความร้ายแรงกำลังจะมาแล้ว” หนิงอันพูด
ขึ้นสีหน้าเป็นกังวลอย่างชัดเจน
262
‘นี่แหละคือสิ่งที่ข้าบอกเจ้าเมื่อเช้านี้’
‘เฮยเฮยเจ้าช่วยให้ฝนตกไม่ได้หรือ’ หนิงอันถามสหาย
อย่างคาดหวังในคำตอบ
‘ไม่ได้หรอก เพราะหลังจากภัยแล้งจะมีบางแห่งเกิดนํ้า
ท่วมใหญ่ตามมา เทพเจ้าแห่งฝนบอกข้าเอาไว้ว่าข้าไม่อาจเข้าไป
ยุ่งเรื่องนี้ได้’ คำตอบของกุยเฮยทำให้ใบหน้าของหนิงอันไร้สีเลือด
‘ยังไม่ทันพ้นจากภัยแล้ง ยังจะมีนํ้าท่วมใหญ่ โอ้! สวรรค์
ท่านไม่ใช่โหดร้ายเกินไปหรือ’ หนิงอันอดตัดพ้อไม่ได้
ฉับพลัน…..
ฟ้าเบื้องบนก็คำรามเสียงดัง ก่อนที่จะผ่าลงมา เปรี้ยง!
ห่างจากตัวเด็กหญิงไปไม่ไกลทำให้เจ้าตัวหวาดกลัวจนตัวสั่น
‘เจ้าพูดมากเกินไป อย่าได้กล่าวเช่นนี้อีก’ เต่าตัวน้อยเตือน
เหลียนเซียวมู่ตงรีบถามเด็กหญิงด้วยความเป็นห่วง “อัน
อันเจ้าเป็นอะไรหรือไม่” ชายหนุ่มจับไหล่ทั้งสองข้างของเด็กหญิง
พิจารณานางอย่างถี่ถ้วน
263
“ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ เพียงแค่ตกใจ” หนิงอันนํ้าตาคลอ
เนื่องจากนางหวาดกลัวจริง ๆ แม้ว่าจะเคยเห็นฟ้าผ่ามาหลาย
ครั้งก็ตามแต่ครั้งนี้มันต่างออกไป
“เจ้าล้างหน้าสักหน่อยเถอะมีนํ้าอยู่ในถุงนี้” ชายหนุ่มส่ง
นํ้าในถุงออกไปก่อนที่จะตามมาด้วยผ้าเช็ดหน้าของตน
“ขอบคุณเจ้าค่ะ พี่ชายเอาไว้ข้าจะคืนผ้าเช็ดหน้าให้ท่าน
ทีหลังนะเจ้าคะ” หนิงอันกล่าวออกมาอย่างเกรงใจ
“เจ้าเก็บเอาไว้เถอะ จะว่าไปเจ้าก็นับได้ว่าเป็นแม่นาง
น้อยแล้วนะเหตุใดไม่มีผ้าเช็ดหน้าติดกาย” เหลียนเซียวมู่ตงถาม
ขึ้นอย่างสงสัย
“ใครว่าข้าไม่พก ข้าเองก็มีเพียงแต่ข้ายังไม่ทันนำออกมา
ท่านก็เอาของท่านมาให้ข้าเช็ดหน้าก่อนแล้วยังไงล่ะ” หนิงอันนำ
ผ้าเช็ดหน้าสีขาวที่ตนเองหัดปักเป็นรูปบิด ๆ เบี้ยว ๆ ออกมา
“นี่มันคือตัวอะไร จะว่าไปข้าว่ามันก็ดูคุ้น ๆ อยู่นะ ใช่กุย
เฮยไหม” คำพูดของเขาทำให้เต่าตัวน้อยทำสีหน้าคล้ายปลาตาย
‘ให้ตายน่าเกลียดขนาดนั้นเจ้าเด็กนี่ยังดูออกอีกจะนับว่า
เขามีพรสวรรค์หรือเจ้ามีความสามารถดี’
264
‘ต้องเป็นเพราะข้ามีพรสวรรค์สิไม่อย่างนั้นเขาจะรู้ได้
ยังไง’ หนิงอันตอบกลับอย่างมั่นใจโดยลืมเรื่องชวนหวาดกลัวเมื่อ
ครู่ไปแล้ว
ทว่า….
ความมั่นใจของนางก็ถูกทำลายลง “พี่ชายท่านดูออก
ด้วยอย่างนั้นหรือ” คำถามของหนิงอันทำให้เหลียนเซียวมู่ตง
ชะงักไป “ข้าเห็นด้ายสีดำ ๆ เป็นก้อนก็เลยคาดเดาเอานะ” จบ
ประโยคนี้
กุยเฮยก็ส่งเสียงหัวเราะออกมา ‘ฮ่า ๆ เจ้ามี
ความสามารถมากจริง ๆ’ หนิงอันนำผ้าเช็ดหน้าของตนใส่เอาไว้
ในอกตามเดิม “คอยดูในอนาคตข้าจะต้องปักผ้าเช็ดหน้าให้สวย
จนคนตะลึงให้ได้”
“เจ้าจะปักให้สวยไปทำไม เจ้าแค่เอาไว้ใช้เอง” เหลียน
เซียวมู่ตงกล่าวเสียงกลั้วหัวเราะ
“ก็เอาไว้มอบให้คนที่ข้าถูกใจอย่างไรเล่า โอ๊ย! ท่านดีด
หน้าผากข้าทำไม” หนิงอันยังพูดไม่ทันจบก็ถูกนิ้วเรียวสวยของ
ชายหนุ่มดีดเข้ากลางหน้าผาก
265
“ใครใช้ให้เจ้าแก่แดด อายุเพิ่งจะเท่าไหร่คิดแต่เรื่องไร้
สาระ” ชายหนุ่มยกมือกอดอกกล่าวตำหนิใบหน้าไม่พอใจ
“ข้าก็แค่พูดเล่นเอง อีกอย่างข้าตั้งใจเอาไว้ว่าถ้าไม่เจอ
ผู้ชายแบบท่านพ่อแล้วละก็ข้าจะไม่แต่งงาน” เด็กหญิงตอบเสียง
ขุ่น พร้อมทำหน้ามุ่ย
“แบบท่านอาหยูเป็นบัณฑิตอย่างเขานะหรือ ข้าว่าคน
แบบนั้นไม่เหมาะกับเจ้าหรอก เจ้าซุกซนช่างหาเรื่องไม่เว้นแต่ละ
วันจะต้องหาคนที่เก่งวรยุทธิ์ถึงจะดีอย่างน้อยจะได้ปกป้องเจ้า
ได้”
“ข้าไม่ได้หมายถึงรูปลักษณ์หรืออาชีพข้าหมายถึงนิสัย
ต่างหาก ท่านพ่อของข้าใจดี อบอุ่น รักท่านแม่คนเดียว และรัก
ครอบครัวมาก และไม่มีอนุมากวนใจ
ข้าหมายถึงแบบนี้ต่างหากท่านว่าข้าแก่แดดแล้วมาชวนข้าพูด
เรื่องนี้ทำไม” หนิงอันถามขึ้นอย่างสงสัย
“ก็เพื่อว่าข้าจะได้ช่วยดู ๆ ให้อย่างไรเล่า แต่ข้าคิดแล้ว
คนที่เจ้าพูดถึงนั้นในแคว้นแห่งนี้น่าจะมีจำนวนน้อย แต่ไม่เป็นไร
หรอกกว่าเจ้าจะปักปิ่นยังอีกตั้งหลายปีจะรีบหาไปทำไม”
266
“ข้าไม่ได้รีบ หากหาไม่เจอข้าไม่แต่งก็ได้ เพราะข้านั้นรวย
มากเลี้ยงตัวเองได้สบาย” คำตอบของหนิงอันที่แตกต่างจากคน
อื่นทำให้เหลียนเซียวมู่ตงเลิกคิ้วมองนางคล้ายตัวประหลาด
“ท่านมองหน้าข้าแบบนี้จะหาเรื่องหรือไง มันเป็น
ความคิดล้าหลังนะที่ว่าสตรีจะต้องออกเรือนและเชื่อฟังสามีอ่ะ
สำหรับข้าหากเจอคนแบบนั้นหนิงอันคนนี้จะไม่มีวันยอม”
“ความคิดของเจ้าแปลกจริง ๆ แต่ข้าก็เห็นด้วยนะคนเรา
ไม่ควรให้ใครมากำหนดอยากเป็นแบบไหน อยากทำอะไร ขอ
เพียงไม่เดือดร้อนใครก็พอ” หนิงอันไม่คิดว่าคนอย่างเหลียน
เซียวมู่ตงผู้เติบโตมาในครอบครัวของขุนนางจะเห็นด้วยกับตน
“พี่สาวข้าจะเลี้ยงท่านเอง ท่านไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง
ขอรับ” หมิงหมิงประกาศจุดยืนหลังจากเจ้าตัวฟังการถกเถียงของ
คนทั้งคู่อยู่สักพัก หนิงอันมองน้องชายก่อนที่จะกอดเขาแน่น
“น้องรักเจ้าดีที่สุด”
“ข้าเองก็ดีนะ หากเจ้าไม่มีใครข้าก็จะดูแลเจ้าเอง”
เหลียนเซียวมู่ตงพลั้งปากออกไปแต่เมื่อเจ้าตัวรู้ว่าตนพูดอะไร
ชายหนุ่มก็รู้สึกกระดากอายทำให้ใบหน้าขาว ๆ ของเจ้าตัวแดง
เรื่อ
267
ทว่าสำหรับหนิงอันนั้นนางไม่ได้เขินอายกับพูดนี้อีกทั้ง
นางยังคิดไปอีกอย่าง “ข้านี่ช่างโชคดีเสียจริงที่มีทั้งพี่ชายและ
น้องชายจะเลี้ยงดู”
“ใช่ เจ้าพูดถูกข้าเป็นพี่ย่อมต้องเลี้ยงน้อง” เหลียนเซียวมู่
ตงพูดสนับสนุนอย่างเห็นด้วยและอาการแปลก ๆ ของเขาก็
หายไป
หมิงหมิงหรี่ตามองชายหนุ่มผู้อายุมากกว่าอย่างจับผิด
แต่เมื่อเจ้าตัวไม่เห็นสิ่งใดผิดปกติเด็กชายจึงได้ปล่อยผ่าน
‘อันอันเจ้าลายถามว่าเจ้าจะไปดูต้นนํ้าหรือไม่’ กุยเฮยพูด
ขึ้นขัดการสนทนาของคนทั้งสาม
‘ไปดูสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน’ “พี่ชาย หมิงหมิง พวกเราไป
ดูต้นนํ้ากันเถอะ”
คนทั้งสามใช้วิชาตัวเบาตามหลังเจ้าลายไปติด ๆ โดยมี
สุนัขป่าทั้งสามตัววิ่งรั้งท้ายเนื่องจากสถานที่ข้างหน้าเป็นทางลาด
ชันเกินไปจำต้องอาศัยแรงกายของตน
สถานที่เจ้าลายพาขึ้นมานั้นเป็นแอ่งกว้างใหญ่นํ้าในแอ่ง
นั้นมีค่อนข้างน้อยจนน่าใจหาย “นํ้ามีเพียงแค่นี้ถึงว่านํ้าข้างล่าง
ถึงได้น้อยนัก”
268
“นั่นสิ หากเป็นเช่นนี้ปีนี้เห็นทีว่าภัยแล้งที่เจ้าพูดถึงได้
เกิดขึ้นจริงแน่” หลินเซียวกล่าวออกมาอย่างหนักใจ
“ทำอย่างไรได้ล่ะเจ้าค่ะ เรื่องภัยของธรรมชาติเราไม่อาจ
หลีกเลี่ยงได้” หนิงอันตอบด้วยนํ้าเสียงไม่ต่างกัน
หมิงหมิงผู้อยู่ในวัยกำลังอยากรู้อยากเห็นได้เดินห่าง
ออกมาจากพี่ทั้งสองคน เด็กชายมองสำรวจรอบด้านที่แทบไม่
เหลืออะไรด้วยความรู้สึกหดหู่ “จากป่าเขียวขจี ต้องมามีสภาพ
เช่นนี้ไม่ดีเลย” เจ้าตัวพึมพำ
ในขณะที่เจ้าตัวไม่ทันได้ระวังตัวกลิ่นสาบของสัตว์ชนิด
หนึ่งก็ลอยเข้าจมูกของตน หมิงหมิงตื่นตัวทันที
‘อันอันมีหมูป่า มันอยู่ห่างจากหมิงหมิงไม่มาก’ กุยเฮย
กล่าวเตือน ไม่ใช่แค่เต่าตัวน้อยที่ได้กลิ่นในขณะนี้เจ้าลายก็
กระโจนไปทางหมิงหมิงเพื่อเตรียมพร้อมเช่นเดียวกัน
เพียงพริบตาหมูป่าตัวใหญ่ก็โผล่พรวดออกมารูปร่างของ
มันค่อนข้างผอมหากเทียบกับหมูป่าที่หนิงอันเคยเจอ
“หมิงหมิง! ระวัง!” อันอันส่งเสียงเตือนน้องชายเมื่อหมู
ป่าตัวนั้นพุ่งตัวไปทางเขา
269
หมิงหมิงผู้เตรียมตัวอยู่แล้วกระโดดหลบมันได้อย่าง
สวยงาม ทำให้หมูป่าตัวนั้นหงุดหงิดมากกว่าเดิม
แต่ยังไม่ทันที่มันจะได้ตั้งหลัก เจ้าลายที่รอโอกาสอยู่ได้
กระโจนกัดไปที่คอของมันอย่างไม่ปรานี
เสียงฉีกกระชากของเนื้อดังขึ้น ตามมาด้วยของเหลวสี
แดงพุ่งกระฉูดจากบาดแผลที่ถูกกัด เสียงร้องเจ็บปวดของหมูป่า
ดังก้องไปทั่วทั้งภูเขาก่อนที่มันจะขาดใจตาย
“ลุงเจ้าลาย ท่านยอดเยี่ยมมาก ๆ เลยขอรับ” เสือโคร่งตัว
ใหญ่แสยะยิ้มเชิดหัวอันใหญ่ตัวขึ้นอย่างภูมิใจทั้ง ๆ ที่ในปากของ
เจ้าตัวยังมีชิ้นเนื้อของสัตว์ผู้เคราะห์ร้ายอยู่คาปาก อีกทั้งเลือดที่
หยดออกจากปากของมันทำให้ชวนดูสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง
ทำให้ผู้ติดตามลับ ๆ ของเหลียนเซียวมู่ตงรู้สึกเสียวสัน
หลังทีเดียว “สหายของคุณหนูหยูน่ากลัวเกินไปแล้ว” หลินเจ๋ ลูบ
แขนของตนพูดขึ้นด้วยความรู้สึกขนพองสยองเกล้า
เย็นวันนั้นทั้งเจ้าลายและครอบครัวฉง รวมถึงครอบครัว
ของหมาป่าจึงได้พากันลงจากภูเขาเพื่อมากินเนื้อย่างชุดใหญ่
รวมถึงเครื่องในหมูตุ๋นที่หนิงอันว่างเว้นการทำมาเนิ่น
นานแม้ว่าอากาศจะร้อนไม่เหมาะกับการกินของเลี่ยน ๆ ก็ตาม
270
แต่สำหรับอาหารของหนิงอันนั้นไม่มีใครพลาด หลังจาก
จบจากของคาวก็มีไอศกรีมกับนํ้าแข็งไสตบท้าย
‘เฮยเฮยเจ้าเห็นด้วยกับข้าหรือไม่ แม้ว่าความรู้สึกจะแย่
สักแค่ไหน แต่ถ้าหากมีของหวานมันก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ทันตา
เห็น’
‘เจ้ากล่าวได้ถูกต้องที่สุดแล้วสหาย’ เต่าตัวเล็กพูดขึ้นใน
ระหว่างกินไอศกรีมรสมัลเบอร์รี่ไปด้วยอย่างพึงใจ
271