ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต - ตอนที่ 134
คิดจะใช้ข้าเป็นดาบ ควรถามข้าก่อนไหม
“อันอัน เกิดอะไรขึ้นข้าเห็นเจ้ามองซ้ายแลขวาเหมือน
กำลังหาใครบางคน” เหลียนเซียวมู่ตงผู้มีความช่างสังเกตถาม
เด็กสาวด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวไม่ค่อยสนใจเรือสินค้า
เท่าที่ควรเป็น
หนิงอันจึงได้กระซิบข้างหูของเขาเสียงเบา เพราะเกรงว่า
หากมีคนได้ยินอาจจะทำให้คนตื่นตระหนกและจะเป็นการแหวก
หญ้าให้งูตื่น
เมื่อเหลียนเซียวมู่ตงทราบเรื่องแม้ภายในจะค่อนข้างเป็น
กังวล กระนั้นภายนอกเจ้าตัวก็ยังคงทำตัวปกติหาได้ผิดแปลกแต่
อย่างใด ทว่าชายหนุ่มได้กระซิบบอกกับหลินเจ๋ อู่หวี่ในเรื่องนี้
เช่นกัน “พวกเจ้าให้คนของเราจับตาคนที่มีความผิดปกติให้ดี”
สองผู้ติดตามหนุ่มพยักหน้ารับคำ จากนั้นพวกเขาก็ค่อย
ๆ กระจายเรื่องนี้ในหมู่ของตน
“อันอัน เจ้าพาพวกนางไปดูของกันตามปกติเถอะ เรื่อง
อื่นเอาไว้เป็นหน้าที่ของข้าเอง” เหลียนเซียวมู่ตงพูดขึ้นโดยที่เจ้า
417
ตัวก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่า แม้จะระวังมากสักเท่าไหร่ แต่ทว่าทวน
เปิดเผยหลบหลีกง่าย เกาทัณฑ์ลับยากระวังเพราะหลังจากที่เจ้า
ตัวพูดจบก็เกิดความวุ่นวายขึ้นภายในตลาดท่าเรือแห่งนี้
“ไฟไหม้! ดับไฟ ช่วยกันดับไฟ” เสียงนี้ตะโกนขึ้นมาจาก
ทางด้านหน้าอีกทั้งยังมีกลุ่มควันสีดำก่อตัวหนาพุ่งขึ้นในอากาศ
“พวกเจ้าระวังตัวให้ดี” เหลียนเซียวมู่ตงกล่าวเสียงเครียด
โดยที่เจ้าตัวได้จับข้อมือของหนิงอันกับหมิงหมิงเอาไว้แน่น
บ่าวของผู้ติดตามหญิงสาวทั้งสี่คนต่างก็ระวังเจ้านาย
ของตนเช่นกัน กระนั้นคนที่อยู่ด้านหน้าก็พากันวิ่งมาทางกลุ่ม
ของอันอัน “พวกเราต้องรีบเดินออกไป พยายามตามกันมา” หนิง
อันพูดพลางเหลียวมองรอบ ๆ ตัว
‘อันอัน! กลิ่นความชั่วร้ายมันใกล้พวกเราเข้ามาแล้ว เจ้า
ระวังตัวให้ดีนะ’ กุยเฮยกล่าวเสียงเครียด
ในระหว่างช่วงชุลมุนกลุ่มของหนิงอันกำลังไหลตามผู้คน
ที่ดันมาจากด้านทำให้หนิงอันไม่อาจทราบได้ว่าคนไหนมาดีมา
ร้ายเช่นเดียวกับกุยเฮย
418
เนื่องจากแม้เจ้าตัวจะจับกลิ่นอายได้ ทว่าก็จนใจที่จะหา
คนไม่ประสงค์ดี และในเวลาเดียวกันนั้นผู้ที่มีจุดประสงค์ร้ายก็ได้
ดึงข้อมือของดรุณีน้อยคนหนึ่งในกลุ่มของหนิงอันแยกออกมา
คนผู้นั้นใช้ฝ่ามือปิดปากของหญิงคนนั้นเอาไว้แน่น
แม้ว่าหญิงสาวจะพยายามดิ้นรนให้ตัวเองหลุดรอด แต่เนื่องจาก
ถูกผู้คนเบียดเข้ามามากเกินไปทำให้เจ้าตัวไม่อาจทำได้ถนัด
ทว่าจู่ ๆ ก็มีชายคนหนึ่งเข้ามาช่วยเหลือนางเอาไว้ใน
ขณะที่เจ้าตัวกำลังจะใช้อาวุธลับของตนจัดการเจ้าโจรชั่วที่
คิดร้ายต่อตัวเอง ดังนั้นจึงทำให้ชายชั่วคนนั้นรอดตายไปได้อย่าง
หวุดหวิดจากผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือ
เมื่อชายคนที่ช่วยเหลือแม่นางน้อยเห็นว่าผู้ร้ายคนนั้น
ปล่อยตัวของหญิงสาวและมันได้อาศัยทีเผลอหนีหายไปกับฝูงชน
เจ้าตัวก็รีบมาถามไถ่กับนางทันที “คุณหนู ท่านเป็นอันใดหรือไม่”
หลางกุ้ยฮวามองใบหน้าของชายหนุ่มที่ช่วยตนก่อนที่จะ
ก้มหน้าลงตอบเสียงเบา
“ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ แล้วคุณชายเป็นอันใดหรือไม่” ใน
ระหว่างที่หญิงสาวกำลังสนทนากับชายหนุ่มผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือ
419
ทางด้านหนิงอันกับบ่าวของหญิงสาวก็กำลังตามหานางด้วย
ความร้อนใจ
และเมื่องหลางกุ้ยฮวาได้ยินเสียงเรียกชื่อของตน นางจึง
ได้หันหน้าไปทางต้นเสียง “ข้าอยู่ตรงนี้” กุ้ยฮวาตะโกนตอบโดยที่
ได้ละสายตาจากชายหนุ่มผู้ที่ช่วยตนออกชั่วคราว
“พี่สาว/ฮวาเอ๋อ เจ้าเป็นอันใดหรือไม่” “คุณหนู! ท่านเป็น
อะไรหรือเปล่าเจ้าค่ะ” บ่าวตัวน้อยรีบเดินเข้าไปสำรวจนายของ
ตนกล่าวเสียงสะอื้นนํ้าตาคลอ
“ข้าไม่เป็นอะไร มีคนมาช่วยไว้พอดี” หลางกุ้ยฮวาพูดขึ้น
พลางหันมาทางที่ชายหนุ่มยืนอยู่ แต่แล้วไม่ว่านางจะมองหาคนผู้
นั้นอย่างไรก็พบเพียงความว่างเปล่า
(ข้ายังไม่ทันได้ขอบคุณเขาเลย) หญิงสาวคิดอย่าง
เสียดาย “พี่สาว มองหาใครหรือเจ้าคะ” หนิงอันถามขึ้นอย่าง
สงสัยระคนใคร่รู้เนื่องจากกุยเฮยบอกว่าได้กลิ่นของความชั่วร้าย
อยู่บริเวณนี้ หลางกุ้ยฮวาเลือกที่จะปฏิเสธ “ไม่มีอะไรหรอก พวก
เรากลับกันดีหรือไม่” คนทั้งกลุ่มไม่มีใครค้าน
เหตุการณ์ไฟไหม้ที่ท่าเรือไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหาย
เนื่องจากมือปราบที่ไปสำรวจบอกว่ามีคนนำขยะมาเผาจึงทำให้
420
เกิดควันหนาและผู้ที่ไม่รู้จึงคิดว่าเกิดไฟไหม้ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่พูดถึง
ปากต่อปากในเมืองหลวงไปหลายวัน
“อันอัน เจ้าว่าเรื่องที่เขาลือกัน เป็นเพียงคนเผาขยะ
ธรรมดาจริงหรือไม่” เหลียนเซียวถามเด็กสาวในวันหนึ่งหลังจาก
ที่เจ้าตัวเลิกจากงาน
หนิงอันมองชายหนุ่มที่กำลังนำขนมเค้กถั่วเขียวที่นาง
เพิ่งจะทำเสร็จเข้าปาก “ท่านย่อมมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้วจะ
ถามข้าเพื่อ” เด็กสาวกลอกตาวนไปมา
ก่อนที่นางจะนำขนมเข้าปากด้วยเช่นกัน “เจ้านี่ยังคงรู้จัก
ข้าดีเช่นเดิม และข้าได้ให้คนไปสืบเรื่องนี้มาแล้วด้วย อยากรู้
หรือไม่”
หนิงอันปัดมือของตนเพื่อไล่เศษขนมพลางจ้องมอง
ใบหน้าของเขาอย่างตั้งใจฟัง “อยากรู้มากเลย” ชายหนุ่มยียวน
ชวนให้เด็กสาวรู้สึกหงุดหงิด เช่นเดียวกับกุยเฮยที่แหงนหน้ารอ
ฟังคำพูดของเขาเช่นเดียวกัน
เหลียนเซียวเหยียดมุมปากของตนออกเป็นรอยยิ้มกว้าง
ดวงตาของเจ้าตัวพราวระยับด้วยความขบขัน ยามเห็นท่าทาง
ของทั้งคนและเต่าตัวเล็กที่ประหนึ่งเจ้าตัวฟังภาษามนุษย์รู้เรื่อง
421
“ท่านจะเล่ามาได้หรือยัง” หนิงอันถามขึ้นอย่างหงุดหงิด
เช่นเดียวกับใบหน้า
“เจ้าอย่าเพิ่งใจร้อนสิ ข้าจะเล่าให้ฟังเดี๋ยวนี้แหละ คน
ของข้าไปสืบมาได้ความว่าคนพวกนั้นน่าจะไม่ได้หมายตาใคร
เป็นพิเศษ ทั้งนี้ทั้งนั้นเบื้องหลังของคนผู้นี้คือศัตรูของแม่ทัพหลาง
และเป้าหมายของพวกมันก็คือคุณหนูหลางกุ้ยฮวา
ที่เป็นบุตรีคนเล็กของแม่ทัพหลางจิ้นถงและเรื่องเมื่อวานก็เป็น
การจัดฉากขึ้นเพียงแต่ข้ายังไม่รู้ว่ามันปล่อยคุณหนูคนนั้นด้วย
เหตุผลอะไร”
“ท่านไม่เชื่อว่ามีคนช่วยพี่สาวฮวาออกมาหรอกหรือ”
หนิงอันย้อนถาม
“เหอะ! ทำอย่างกับเจ้าเชื่อ” เหลียนเซียวมู่ตงตอบ
หลังจากกลืนนํ้าชาลงคอ
“ก็ไม่เชื่อนั่นแหละเจ้าค่ะ เพราะมันดูจงใจและบังเอิญ
เกินไป แต่ข้าแค่ไม่คิดว่าจะมีคนคิดเหมือนกัน ว่าแต่เพราะเหตุใด
ท่านถึงได้ให้คนไปสืบเรื่องนี้หรือว่าท่านจะ…” หนิงอันยกยิ้มหรี่ตา
มองเขาอย่างหยอกล้อ
422
การกระทำเช่นนี้ของเด็กสาวทำให้เหลียนเซียวมู่ตงเจ็บ
จี๊ดขึ้นในอกด้วยความไม่เข้าใจ “เจ้าอย่าคิดเหลวไหล หากไม่ใช่
ข้ากลัวว่าจะเป็นศัตรูของเจ้า ข้าจะให้คนเข้าไปยุ่งทำไมแล้วเรื่อง
นี้หลังจากข้าได้คำตอบมาแล้วก็ให้คนไปแจ้งข่าวกับทางนั้น
ในนามของเจ้าด้วย ข้าเกรงว่าไม่เกินวันพรุ่ง เจ้าน่าจะได้รับของ
กำนัลมากมายจากประมุขจวนหลาง วันนี้ข้าหมดธุระแล้วขอตัว”
เหลียนเซียวมู่ตงพูดออกมาอย่างยืดยาวด้วยนํ้าเสียงกรุ่นโกรธ
แฝงความน้อยใจที่เจ้าตัวก็ยังคงหาคำตอบไม่ได้ว่าเป็นเพราะ
อะไร
หนิงอันกำลังจะเอ่ยปากห้ามทว่า…ชายหนุ่มได้ใช้วิชาตัว
เบาเหินข้ามกำแพงจวนของตนออกไปเสียแล้ว “เป็นอะไรของ
เขา” เจ้าตัวรำพึง
‘ข้าว่าเจ้าเด็กนั่นต้องไม่พอใจเจ้าแน่ ๆ’ กุยเฮยแสดง
ความคิดเห็น ‘เรื่องอะไร หรือว่าที่ข้าล้อเลียนเขาเรื่องพี่สาวฮวา
อย่างนั้นหรือ’ ‘หากเจ้าอยากรู้ ข้าว่าควรถามเขาตามตรง ข้าไม่ใช่
เจ้านั่นจะรู้ได้ยังไง’
ยามดึกภายในคืนเดียวกัน เหลียนเซียวมู่ตงผู้นอนไม่
หลับกำลังลืมตาท่ามกลางแสงสลัวของดวงจันทร์ที่สาดแสงเข้า
423
มาทางหน้าต่าง “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับข้ากัน ทำไมจะต้องเก็บเอา
คำพูดของเด็กคนนั้นมาใส่ใจด้วย” ชายหนุ่มถามตัวเองก่อนที่เขา
จะส่ายศีรษะไปมาและพยายามปิดเปลือกตาลง
ยามสายของวันต่อมา ในขณะที่หนิงอันกับหมิงหมิง
กำลังจะเตรียมตัวออกไปยังไร่ดอกนํ้ามันนอกเมือง พ่อบ้านวัย
กลางคนก็รีบร้อนเดินเข้ามาหานางเสียก่อน
“คุณหนูใหญ่ขอรับ คุณชายรองหลางมาขอพบท่าน” คำ
กล่าวของพ่อบ้านทำให้หนิงอันเลิกคิ้วมองเขาอย่างสงสัย
เช่นเดียวกับหมิงหมิงที่กำลังขมวดคิ้วของตน (มีคนมาพบพี่ของ
ข้าไม่เว้นแต่ละวันเลย)
“รีบเชิญให้เขาเข้ามาเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะไปบอกท่านแม่
กับท่านย่าก่อน หมิงหมิงเจ้าไปบอกท่าย่านะ” หนิงอันพูดจบเจ้า
ตัวก็เดินไปยังเรือนของมารดา ส่วนหมิงหมิงก็แยกไปเรือนของผู้
เป็นย่า
เมื่อหยวนฟานทราบเรื่อง เจ้าตัวก็เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย
ให้สมกับฐานะนายหญิงของจวน “อันอัน แม่ว่าเจ้าไปเปลี่ยนชุดดี
หรือไม่” ผู้เป็นแม่มองสำรวจการแต่งกายของบุตรสาวแล้วจึงได้
พูดขึ้น
424
หนิงอันมองชุดของตนที่ตัวเองสวมก็เห็นว่าไม่ค่อย
เหมาะสมดังนั้นเจ้าตัวจึงได้พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “พี่มู่ตาน ไป
เปลี่ยนชุดกันเจ้าค่ะ” หยวนฟานมองแผ่นหลังบอบบางของบุตรี
อย่างพอใจ
ภายในห้องรับแขกของจวนตระกูลหยู ในขณะนี้ได้มีบุรุษ
หนุ่มรูปลักษณ์สง่างามกำลังนั่งจิบชาดอกไม้หอมที่หนิงอันมักจะ
ทำอยู่อย่างพึงพอใจ
และเมื่อเจ้าตัวมองเห็นหยวนฟานประคองหญิงชราเดิน
เข้ามาโดยมีเด็กชายที่เจ้าตัวเคยเห็นที่สนามยิงธนู
ชายหนุ่มจึงวางถ้วยชาลงพร้อมกับลุกขึ้นยืนประสานมือ
ค้อมตัวคารวะหญิงสูงวัยกว่าทั้งสองคนด้วยความเคารพอย่าง
สุภาพ
“ข้าน้อยหลางจิ้นเฟยขอคารวะฮูหยินผู้เฒ่าหยู ฮูหยินหยู
ขอรับ” “คุณชายตามสบายเถอะ” นํ้าเสียงเนิบช้าแหบพร่าของ
หญิงชราพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“คารวะคุณชายหลาง” หมิงหมิงเองก็ทำความเคารพชาย
หนุ่มคนนี้ตามมารยาทเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังลอบมองเขาอย่าง
สำรวจไปด้วย
425
“ไม่ทราบว่าคุณชายมายังจวนตระกูลหยูของเรามีเหตุอัน
ใดอย่างนั้นหรือ” ฮูหยินผู้เฒ่าถามเข้าเรื่องไม่อ้อมค้อม
เนื่องจากแม้ว่านางจะทราบมาแล้วว่าหลางกุ้ยฮวากับ
หลานสาวเป็นสหายกัน กระนั้นก็ไม่น่าจะเป็นคุณชายรองหลาง
ที่มาหาหนิงอัน
“เรียนฮูหยินผู้เฒ่า ที่ข้าน้อยมาในวันนี้เป็นเพราะบิดาให้
ข้าน้อยนำของขวัญขอบคุณมามอบให้คุณหนูหยูขอรับ”
“ของขวัญ? เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไร” เป็นหยวน
ฟานถามขึ้นอย่างสงสัยด้วยความประหลาดใจ
เนื่องจากการช่วยชีวิตของกุ้ยฮวาครั้งแรกนั้นครอบครัว
ของนางได้ปฏิเสธที่จะรับของขวัญไปแล้ว
หลางจิ้นเฟยได้ตอบข้อสงสัยในเรื่องสิ่งของที่ตนนำมา
ทั้งหมดอย่างไม่ปิดบัง
และเมื่อหยวนฟานกับหญิงชรารู้เรื่องเขาทั้งคู่ก็ยกมือขึ้น
ทาบอก พลางมองมายังหมิงหมิงพร้อมกันเป็นทางเดียวอย่าง
คาดโทษ (ซวยแล้ว!) เด็กชายคิด
426
ในขณะที่หมิงหมิงกำลังนั่งก้นไม่ติดเก้าอี้ หนิงอันก็เดิน
เข้ามาภายในห้องโถงพอดี ‘บรรยากาศไม่ดีเอาเสียเลย’ เจ้าตัวรีบ
สื่อสารกับสหายตัวเล็ก
‘…’ กุยเฮยตกอยู่ในความเงียบเนื่องจากไม่รู้จะตอบ
ออกไปอย่างไรดีเหมือนกัน
“คารวะคุณชายรองหลางเจ้าค่ะ” หนิงอันยอบกายลง
คารวะชายหนุ่มที่ลุกขึ้นยืนประสานมือยกยิ้มให้ตน “คุณหนูหยู
สุภาพเกินไปแล้วขอรับ”
เมื่อคนที่เจ้าตัวต้องการมาพบปรากฏกายออกมาแล้ว
ดังนั้นชายหนุ่มจึงได้เอ่ยถึงจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ ออกมาอีก
ครั้ง
“ข้าไม่อาจรับนํ้าใจในครั้งนี้ของแม่ทัพหลางได้หรอกเจ้า
ค่ะ เรื่องที่ข้าได้ช่วยพี่สาวฮวาเอาไว้นั้นเป็นเรื่องสมควรทำอยู่
แล้ว” หนิงอันยกยิ้มตอบปฏิเสธอย่างสุภาพ (อีกอย่างเป็นผลงาน
ของคนอื่นจะให้นางรับของได้อย่างไร)
“คุณหนูหยูอย่าได้ปฏิเสธเลยขอรับ ท่านพ่อยํ้ากับข้ามา
ว่าต้องมอบสิ่งของให้สำเร็จ หาไม่ท่านจะมามอบด้วยตนเอง”
หลางจิ้นเฟยพูดขึ้นสีหน้าแสดงความลำบาก
427
เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนี้หนิงอันจึงได้มองไปทางย่ากับแม่
ที่กำลังทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่เช่นกัน เนื่องจาก
สิ่งของที่จวนตระกูลหลางนำมามอบให้หนิงอันนั้นมีมากมาย
เหลือเกิน
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็รับไว้เถอะ” หญิงชราตัดสินใจพูดขึ้นใน
ที่สุดเพราะเรื่องที่หลานสาวของตนทำนั้นก็นับว่าเหมาะแก่การ
ได้รับของตอบแทน ในเมื่อทางนั้นเลือกที่จะมอบสิ่งของให้ก็
หมายถึงจะได้ไม่ต้องติดค้างบุญคุณต่อกัน
หลางจิ้นเฟยรู้สึกยินดีที่ตนไม่ต้องขนสิ่งของกลับไป และ
หลังจากมอบของขวัญเสร็จ ชายหนุ่มก็ยังคงรั้งรอ จนหนิงอันเกิด
ความสงสัย
“คุณชายรองหลางยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่เจ้าคะ” ในเมื่อ
อยากรู้เจ้าตัวจึงได้ถามออกไปทันที
“เรียนฮูหยินผู้เฒ่า กับฮูหยินหยูไม่ทราบว่าข้าน้อยขอ
สนทนากับคุณหนูหยูตามลำพังได้หรือไม่ขอรับ” ชายหนุ่มหันไป
ขออนุญาตผู้ปกครองของเด็กสาวอย่างเกรงใจ
“ได้สิ แต่ให้หมิงหมิงอยู่ด้วยคงไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่” ผู้
เป็นย่าพูดขึ้นพลางมองไปทางหลานชาย
428
“ได้ขอรับ” ชายหนุ่มรับปากอย่างว่าง่ายเช่นเดียวกัน
“เราออกไปสนทนากันที่ศาลาริมสระบัวดีหรือไม่เจ้าคะ”
หนิงอันกล่าวชวน ซึ่งนางคิดว่าเรื่องที่ชายหนุ่มต้องการสนทนา
กับตนน่าจะเกี่ยวข้องกับพี่สาวฮวา
เมื่อชายหนุ่มพยักหน้ารับ หนิงอันจึงได้เดินนำหน้าโดย
มีหมิงหมิงคอยเดินตามคนทั้งสองออกมาด้วย
เด็กชายเดินเว้นระยะห่างออกมาไม่มาก แต่ก็ไม่ถึงขนาด
ตามติดคนทั้งคู่จนเกินไป และเมื่อมาถึงสระบัวบ่าวรับใช้ก็ได้นำ
ของว่างกับนํ้าชามาวางให้คนทั้งสาม
“เชิญคุณชายรองหลางพูดมาได้เลย”
“คุณหนูหยูเรียกข้าพี่รองเหมือนกับฮวาเอ๋อก็ได้” หลาง
จิ้นเฟยพูดพร้อมรอยยิ้มเอ็นดูเด็กสาวที่ไม่เขินอายตนเฉกเช่นกับ
ผู้อื่น “ได้เจ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นท่านก็เรียกข้าว่าหนิงอันหรืออันอัน
เถอะ” หนิงอันตอบรับอย่างไม่คิดอะไรมากเช่นกัน
“ตกลง ถ้าอย่างนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่าอันเอ๋อได้หรือไม่”
หนิงอันพยักหน้าอย่างไม่คิดอะไรตามเดิมเนื่องจากการเรียก
เช่นนี้ก็เป็นการเรียกแบบผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก
429
หลางจิ้นเฟยจึงได้กล่าวเข้าเรื่อง “ก่อนอื่นข้าต้อง
ขอขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยส่งข่าวเรื่องเกี่ยวกับฮวาเอ๋อมาให้ เรื่อง
นี้ค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียวและยิ่งพอพวกเราไปสืบเอง
จึงได้ทราบมาเพิ่มเติมด้วยว่าวันที่แข่งขันยิงธนูหาใช่อุบัติเหตุ
เนื่องจากมีคนจงใจนำหนูไปปล่อยเพื่อให้ม้าตื่น” หนิงอันฟังหลาง
จิ้นเฟยเล่าออกมาอย่างตกใจ
เนื่องจากเจ้าตัวไม่คาดคิดว่าการที่มีหนูไปอยู่ภายใน
สนามจะเป็นศัตรูของท่านแม่ทัพหลาง ‘ตอนแรกข้าก็นึกว่ามีคน
ต้องการจะทำร้ายข้า ที่ไหนได้กลับเป็นคนคิดร้ายต่อพี่สาวฮวา
จะว่าไปการที่คนผู้นั้นทำแบบนี้ไม่ได้ตั้งใจจะให้ข้าเป็นแพะหรอก
หรือ นี่ถ้าหากข้าช่วยพี่สาวฮวาเอาไว้ไม่ได้ป่านนี้ข้าคงได้ตกเป็น
จำเลยบาปเป็นแน่’ หนิงอันสื่อสารกับกุยเฮยด้วยความรู้สึกไม่สู้ดี
‘วิธียืมดาบสังหารคนอย่างไรเล่า แต่เผอิญว่าเจ้ามีข้า
แผนการของคนผู้นั้นจึงได้ไม่สำเร็จ’ กุยเฮยพูดอวดตัวเอง
‘เจ้าพูดถูก เรื่องในครั้งนี้ล้วนเป็นความดีความชอบของ
เจ้าทั้งสิ้น แต่พวกมันช่างบังอาจนักคิดจะใช้ข้าเป็นดาบไม่ถามข้า
สักคำอย่างนี้ข้าให้อภัยไม่ได้’ หนิงอันขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูดขึ้น
อย่างโมโห
430