ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต - ตอนที่ 139
หาดีไม่ได้สักคน
เมื่อหนิงอันรับรู้เรื่องนี้มาจากฉีเยว่ เด็กสาวก็ได้หานิ่ง
นอนใจ เจ้าตัวจึงได้ขี่จงเซ่อไปหาเหลียนเซียวมู่ตงยังจวนของเขา
โดยให้หมิงหมิงคอยอยู่เป็นเพื่อนกับฉีเยว่ที่ไร่
พ่อบ้านของจวนกั๋วกง รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่เห็น
หนิงอันมาหานายน้อย ดังนั้นชายวัยกลางคนจึงรีบเดินไปรายงาน
ผู้เป็นนายที่นั่งทำงานอยู่ในห้องหนังสือทันที
“นายน้อย คุณหนูหยูมาขอเข้าพบขอรับ”
เหลียนเซียวมู่ตงค่อนข้างประหลาดใจเช่นเดียวกัน
เพราะปกติหนิงอันไม่เคยมาหาตนเองที่จวนเลยหากว่าท่านแม่
ของเขาไม่เรียกหา
“รีบเชิญ” ทันทีที่สิ้นเสียงของเขาหนิงอันก็เปิดประตูเข้า
ไปแทบจะทันที “พี่ชาย ท่านยุ่งอยู่หรือไม่” หนิงอันไม่ทักทายเขา
487
ดั่งเช่นทำกับคนอื่นซึ่งเรื่องนี้ชายหนุ่มหาได้ติดใจอีกทั้งยังรู้สึกดีใจ
ด้วยซํ้า
“เจ้ามาเหนื่อย ๆ มาดื่มนํ้าชากินขนมก่อนเถอะ ว่าแต่มี
เรื่องอะไรหรือไม่” เหลียนเซียวมู่ตงไม่ตอบ ทว่ากลับพูดอย่างใส่
ใจเด็กสาวออกมาแทน
“ก็ดีเหมือนกัน ข้าเพิ่งจะมาจากไร่ดอกไม้เหลืองนอก
เมืองรู้สึกกระหายนํ้าอยู่พอดี” เด็กสาวไม่ปฏิเสธความหวังดีของ
เขา นางจึงยกจอกนํ้าชาที่ชายหนุ่มรินให้แนบริมฝีปากก่อนที่จะ
กระดกนํ้าชาหอม ๆ ลงคอ
เหลียนเซียวจ้องมองการกระทำของเด็กสาวก่อนที่เจ้าตัว
จะสะบัดศีรษะของตนไปมา (ข้าคิดบ้าอะไรนางยังไม่ปักปิ่นเลย)
“ใบหน้าของข้ามีอะไรติดอยู่อย่างนั้นหรือ” หนิงอันถาม
ขึ้นอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มมองใบหน้าของตนไม่ตาไม่
กะพริบ
“มีเศษดินติดอยู่ ช่างดูน่าเกลียดยิ่ง” คำพูดของเหลียน
เซียวมู่ตง ทำให้หนิงอันนำกระจกที่ได้มาจากเรือของต่างแดนส่อง
ดู “ท่านแก่แล้วเลยตาฝ้าฟางหรือ ใบหน้าของข้าไม่เห็นมีอะไร
เลย” เด็กสาวแหว
488
“ข้าเพิ่งจะยี่สิบแก่ตรงไหน เขาเรียกว่าเป็นวัยกำลังดี
ต่างหาก” เหลียนเซียวมู่ตงแย้ง หนิงอันกลอกตาขาว วนไปมา
“ข้าว่านับวันท่านยิ่งหน้าหนาขึ้นทุกที” คำพูดของเด็กสาวหาทำ
ให้ชายหนุ่มโกรธเคืองไม่
“ก็เหมือนกับเจ้าไม่ใช่หรือ” คำกล่าวนี้ ทำให้หนิงอัน
สะดุด (เป็นข้าทุ่มหินทับเท้าตนใช่หรือไม่)
“ข้าเข้าเรื่องเลยดีกว่า ข้ามีเรื่องมาปรึกษาท่าน” หนิงอัน
สงบศึกลงชั่วคราว “หืม? ข้าคิดอยู่แล้ว หากเจ้าไม่มีเรื่องคงไม่มา
หาข้าก่อน” คำพูดกึ่งน้อยใจของชายหนุ่มทำให้หนิงอันรู้สึกไม่ดี
“ใครว่ากัน ท่านก็รู้ว่าข้าเป็นสตรีหากมาหาท่านบ่อย ๆ
ชื่อเสียงของข้าจะไม่ยํ่าแย่เอาหรอกหรือ แล้วเกิดมีคนเข้าใจไปผิด
ๆ อีกหน่อยข้าจะออกเรือนได้อย่างไร” หนิงอัน ไม่รู้ว่าคำพูดของ
ตนคล้ายจะทำให้คนตรงหน้าเริ่มมีโทสะ
“ใครหน้าไหนจะกล้าว่ากล่าวเจ้า บอกข้ามาข้าจะไป
จัดการให้อีกอย่างอายุของเจ้าเพิ่งจะเท่าไหร่กลับคิดเรื่องออก
เรือนแล้ว เจ้าดูอย่างข้าสิยังไม่คิดมีใครเลย” ชายหนุ่มพูดขึ้นอย่าง
โกรธเคือง
489
“พี่ชายใจเย็นก่อน ข้าแค่พูดขึ้นเฉย ๆ เอาล่ะเรามาเข้า
เรื่องที่มาหาท่านในวันนี้กันก่อนเถอะ เรื่องนี้รอช้าไม่ได้” หนิงอัน
พูดขึ้นนํ้าเสียงจริงจัง “ว่ามา”
หนิงอันจึงได้เล่าเรื่องของฉีเยว่กับกุ้ยฮวาออกมา ซึ่ง
หลังจากที่เหลียนเซียวฟังเจ้าตัวก็คิดว่ามีความเป็นไปได้ที่ชายคน
นี้จะเป็นคนเดียวกัน
“ข้าจะให้หลินเจ๋กับอู่หวี่ไปสืบเรื่องนี้ก่อน แต่ข้าจะส่งข่าว
ไปให้ตระกูลหลางด้วยในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวกับบุตรีของตน คนพวก
นั้นก็ควรจะต้องรับผิดชอบด้วย”
“เป็นความคิดที่ดี ว่าแต่ช่วงนี้ท่านไม่ว่างหรือ ข้าไม่เห็น
ท่านไปที่จวนเลย” เมื่อเรื่องของตนเรียบร้อย หนิงอันจึงได้ถาม
ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสงสัยและเป็นห่วงเกรงว่าตนจะนำเรื่องยุ่ง
มาเพิ่มให้เขา
“ก็ยุ่งนิดหน่อย เพราะช่วงนี้ทางชายแดนไม่ค่อยสงบสัก
เท่าไหร่ เจ้าไม่ได้รับจดหมายจากสองคนนั้นหรือ ข้าก็เลยกำลัง
วางแผนฝึกซ้อมทหารให้มากขึ้นและไหนจะเรื่องโรงงานผลิต
นํ้ามันของเจ้าอีก
490
ข้าก็เลยไม่มีเวลากระดิกตัวไปไหน” เหลียนเซียวมู่ตงพูดไปก็
ชำเลืองมองเด็กสาวตรงหน้าไปด้วย
“เรื่องการฝึกทหารท่านก็วางแผนให้นายกองนำไปทำ
แทนสิ ส่วนท่านก็ทำหน้าที่คอยไปตรวจดู เหตุใดต้องทำเองทุก
อย่าง ส่วนเรื่องโรงงานไม่ใช่ว่าท่านให้ท่านลุงจิวไปจัดการอยู่
หรอกหรือ”
เหลียนเซียวมู่ตงชะงักมือของตนที่กำลังยกจอกนํ้าชาขึ้น
จิบ (นี่ข้าลืมไปได้อย่างไรว่านางหาใช่สตรีทั่ว ๆ ไป)
“ถึงจะเป็นอย่างนั้นข้าก็ต้องเป็นคนวางแผนเองเพื่อให้
งานออกมาดีที่สุด” เหลียนเซียวมู่ตงพูดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้หนิง
อันเองก็เข้าใจได้เนื่องจากชายหนุ่มตรงหน้าเป็นพวกเอาจริงเอา
จัง
“ถ้าอย่างนั้นเรื่องที่ข้านำมาปรึกษาท่านก็อย่าเอามาใส่
ใจเลย เอาไว้ข้าจะนำไปบอกพี่รองหลางเองก็แล้วกัน” หนิงอันพูด
ขึ้นอย่างเห็นใจคนตรงหน้า
ทว่า…
“พี่ชายรองหลาง เจ้าเรียกเขาแบบสนิทสนมแบบนี้
เมื่อไหร่กัน” ชายหนุ่มเน้นเสียงทีละคำ
491
“ก็นานแล้วนะ” หนิงอันตอบตามตรง
“เรื่องนี้ข้าจะช่วยเอง เจ้าไม่ต้องไปถึงจวนของเขาหรอก
หากผู้อื่นไม่รู้จะคิดในทางที่ไม่ดีเอาได้” หลังจากเจ้าตัวพูดจบชาย
หนุ่มก็เรียกหลินเจ๋กับอู่หวี่เข้ามา
“ขอบคุณท่านมาก ว่าแต่ท่านเอาแต่ทำงานเช่นนี้ได้กิน
ข้าวบ้างหรือไม่ข้ารู้สึกว่าท่านดูจะซูบผอมลง” เด็กสาวกล่าว
ขอบคุณ ก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่อง
“กิน แต่ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่” เหลียนเซียวตอบตาม
ตรง อาหารที่จวนของตนแม้จะมีหลายอย่าง แต่เนื่องจากเขาต้อง
นั่งกินคนเดียวมีนาน ๆ ครั้งจึงจะไปนั่งร่วมโต๊ะกับบิดามารดา
กระนั้นก็หาได้อร่อยไม่
“เอาแบบนี้ดีไหม ข้าจะส่งอาหารมาให้ท่านก็แล้วกัน”
หนิงอันเสนอด้วยความเต็มใจ
“ไม่ต้องหรอก ข้ากินอาหารคนเดียวจะกินอะไรก็คงรู้สึก
เหมือนเดิม” คำพูดของเขาแฝงไว้ด้วยความเหงา
“ท่านจะไปกินที่จวนของข้าไหมล่ะ ไปกินที่นั่นก็ไม่เหงา
แล้ว” หนิงอันพูดขึ้นอีกครั้ง “มันจะดีหรือ ข้าเกรงใจท่านอาหยูกับ
อาหญิง ไหนจะย่าของเจ้าอีก” ชายหนุ่มตอบตามตรง
492
“เหอะ! จะมาเกรงใจอะไร ทำอย่างกับท่านไม่เคยไปกิน
หรือไม่อีกทางเลือกหนึ่งก็คือท่านควรจะแต่งงานรับรองไม่ต้องกิน
ข้าวคนเดียวแล้ว” คำพูดนี้ทำให้เหลียนเซียวมู่ตงสำลักนํ้าชาที่เพิ่ง
จะดื่ม
“จะ..เจ้าเป็นสตรีเช่นไร กล้าพูดเรื่องเช่นนี้ออกมาอย่าง
ง่ายดาย ถ้าอย่างนั้นนับตั้งแต่วันนี้ข้าจะไปกินข้าวเย็นที่จวนของ
เจ้าก็แล้วกัน” ชายหนุ่มพูดตะกุกตะกักใบหน้าขึ้นสี
“ก็แค่นั้น ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปกันเถอะ ข้าจะชวนท่านไป
ล่าสัตว์ที่ป่าหลังไร่ดอกไม้เหลือง พวกเจ้าลายก็รออยู่ที่นั่น ออกไป
ท่องเที่ยวพักผ่อนเสียบ้าง”
พ่อบ้านของจวนแห่งนี้แทบอยากจะหลั่งนํ้าตาเมื่อนาย
น้อยของตนยอมออกจากจวน
แม้ว่าอากาศในช่วงนี้จะยังคงร้อนอยู่มาก แต่ในป่าก็มีร่ม
เงาอยู่มากจากต้นไม้ที่กุ้ยเฮยใช้พลังของตนฟื้นฟู
ในตอนนี้สัตว์ร้ายทั้งเจ็ดตัวของหนิงอันอันรวมถึงจงเซ่อ
ต่างพากันมาอาศัยที่ไร่แห่งนี้เนื่องจากเป็นสถานที่ห่างไกลและยัง
อยู่ติดป่าทำให้สัตว์ทั้งแปดได้วิ่งเล่นและมีอิสระเป็นอย่างมาก
493
“พี่สาว ไก่ย่างของท่านรสชาติไม่เปลี่ยนเลยขอรับ อร่อย
อย่างไรก็อร่อยอย่างนั้น” หมิงหมิงกล่าวชมในขณะที่เจ้าตัวกลืน
เนื้อไก่ลงคอ
“เจ้าชอบก็ดีแล้ว พี่ฉีเยว่ล่ะเจ้าคะ อร่อยหรือไม่” หนิงอัน
พูดขึ้นโดยไม่ลืมถามหญิงสาวอีกคนที่นั่งกินอยู่เงียบ ๆ
“ไก่ของเจ้าอร่อยมาก”
สำหรับเหลียนเซียวมู่ตงนั้นเขารู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่าง
มากที่ได้ออกมาข้างนอกในวันนี้
คนทั้งสี่รวมถึงมู่ตานที่ติดตามมาด้วยต่างมองพระ
อาทิตย์ที่กำลังทอแสงสีส้มอ่อน ๆ ออกมาก่อนที่จะลุกขึ้นยืน
“กลับกันเถอะ ข้าจะไปส่งพวกเจ้าที่จวนก่อน”
ช่วงสายของวันต่อมา กุ้ยฮวาก็มาหาหนิงอันกับพี่ชายคน
รองของตน “อันอัน ขอบใจเจ้ามาก” กุ้ยฮวาพูดขึ้นทันทีเมื่อเจอ
หน้าเด็กสาว
“เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ” หนิงอันถามออกมาด้วยความมึน
งง
494
“ก็เรื่องที่เจ้าส่งคนไปบอกพี่รอง เกี่ยวกับเจ้าชั่วนั่น
อย่างไรเล่า คนของพี่รองไปสืบมาและได้ความมาว่าหมู่บ้านแห่ง
นั้นหาดีไม่ได้สักคนและมันก็อยู่ที่นั่นด้วย” กุ้ยฮวาพูดขึ้นอย่าง
โมโห
“ท่านหมายความว่าอย่างไร” หนิงอันถามขึ้นด้วยความ
อยากรู้
“หมู่บ้านแห่งนั้นนับว่าเป็นแหล่งค้ามนุษย์ ที่ข้ากับฮวา
เอ๋อมาที่นี่ก็เพื่อจะมาบอกเจ้าเรื่องนี้นั่นแหละ
และพวกเราก็กำลังจะไปที่นั่นด้วย ส่วนฮวาเอ๋อก็อยากจะไปดู
ชายคนนั้นให้เห็นกับตาว่าเป็นคนเดียวกับที่จับนางไปหรือไม่”
ครั้งนี้เป็นหลางจิ้นเฟยให้ความกระจ่างออกมาแทนผู้เป็นน้อง
“ข้าขอไปด้วยได้หรือไม่” หนิงอันรีบถามขึ้นอย่าง
กระตือรือร้น และยังไม่ทันสองพี่น้องจะตอบเสียงของชายหนุ่มผู้
มาใหม่ก็ดังขึ้นเสียก่อน
“ไปสิ พาเจ้าพวกนั้นไปด้วย” เหลียนเซียวมู่ตงเดินเอามือ
ไพล่หลังก้าวเท้าเข้ามาอย่างสง่างาม
495
ทั้งสองพี่น้องหลางกำลังจะทำการเคารพเขาแต่ชายหนุ่ม
บอกปัดออกมา “ไม่ต้องหรอก พวกเรารีบไปกันเถอะ อันอันเจ้าจะ
ขี่จงเซ่อไปเองหรือจะไปกับข้า”
“ข้าจะขี่จงเซ่อไปเอง ว่าแต่หากเราไปบอกเจ้าพวกนั้นจะ
เป็นการเสียเวลาหรือไม่”
“ข้าส่งคนไปบอกแล้ว” “หา!” หนิงอันร้องเสียงหลง
“เจ้าจะตกใจอะไร ไม่ใช่ว่าเจ้าพวกนั้นจะไม่เข้าใจภาษา
คนสักหน่อย เจ้าก็รีบ ๆ เข้าเถอะ หมิงหมิงล่ะ จะไปด้วยหรือ
เปล่า” เหลียนเซียวมู่ตงติงก่อนจะบ่ายหน้าไปถามเด็กชายที่ฟัง
อยู่ด้วยกัน
“ไปขอรับ”
“อันอัน ข้าไปด้วยได้หรือไม่” นํ้าเสียงหวานของฉีเยว่ถาม
ขึ้น แม้ใบหน้าของนางจะค่อนข้างซีดเซียวก็ตาม
“พี่สาวแน่ใจนะเจ้าคะ” หนิงอันย้อนถามด้วยความเป็น
ห่วง
496
ฉีเยว่ทำเพียงพยักหน้าน้อย ๆ ดังนั้นหนิงอันจึงได้ให้นาง
ไปด้วยโดยให้ขึ้นมานั่งบนม้าตัวเดียวกัน
สองพี่น้องหลางก็มองหน้ากันไปมาด้วยความไม่เข้าใจว่า
หญิงสาวคนนี้เป็นใคร แต่ถ้าหากจะถามหนิงอันในตอนนี้ก็คงไม่
เหมาะ ดังนั้นคนทั้งคู่จึงได้ปล่อยผ่านไปก่อน
เมื่อกลุ่มของอันอันเดินทางออกนอกเมืองมาได้ เด็กสาว
ก็เจอเข้ากับสหายต่างเผ่าพันธุ์ของตนที่มายืนเรียงรายกันอยู่ทั้ง
เจ็ดตัวโดยมี่อู๋หวี่นั่งอยู่บนหลังม้ารวมอยู่ด้วย
“ในเมื่อมาพร้อมแล้ว พวกเราก็ไปกันเถอะ” เหลียน
เซียวมู่ตง กล่าวก่อนที่เจ้าตัวจะควบม้านำทุกคนออกไป
ทางด้านหมู่บ้านบนภูเขาในขณะที่หลินเจ๋กับทหารของ
ตระกูลหลางกำลังเฝ้าคนพวกนี้อยู่
พวกเขาก็ไม่อาจจะอยู่เฉยได้เมื่อเห็นหญิงวัยกลางคนใน
หมู่บ้านได้ดึงแขนเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งอย่างถูลู่ถูกังอย่างไร้
ความปรานี
เด็กคนนั้นร้องไห้ขอความเมตตา แต่หญิงคนนั้นก็หาได้
เห็นใจไม่ อีกทั้งนางยังตะโกนด่าเด็กคนนั้นอีกด้วย “เงียบ! หาก
เจ้ายังร้องไห้อยู่แบบนี้ ข้าจะให้เจ้าอดข้าว อดนํ้า”
497
“ท่านป้า ปล่อยข้าไปเถอะ ท่านจับข้ามาเพราะอะไร ข้า
อยากกลับบ้าน” เด็กหญิงคนนั้นร้องไห้วิงวอนทั้งนํ้าตา
“กลับได้ยังไง ข้าจ่ายเงินไม่ใช่น้อยกว่าจะได้ตัวเจ้ามา
เจ้าจะต้องอยู่ทำงานให้ข้าก่อน” หญิงคนนั้นตะโกนใส่หน้า
เด็กหญิงเสียงดัง
“ท่านป้าข้าตัวเล็กแค่นี้จะทำงานให้ท่านได้ยังไง ปล่อย
ข้าไปเถอะ รับรองหากข้ากลับถึงบ้านเมื่อไหร่ ข้าจะให้บิดา
จ่ายเงินคืนให้ท่าน” เด็กคนนั้นรีบหาทางรอด
“เจ้าอย่ามาหลอกข้าให้ยาก หากข้าพาเจ้าไปส่ง มือ
ปราบก็จับข้าเข้าคุกนะสิ ข้าไม่ได้โง่นะ ในตอนนี้เจ้าอาจจะยังหา
เงินไม่ได้แต่อีกไม่กี่ปีเมื่อเจ้าเติบโตข้าย่อมหาเงินจากเจ้าได้ไม่
ยาก” หญิงวัยกลางคนผู้นี้พูดออกมาอย่างเห็นแก่ตัว
หลินเจ๋ กำหมัดของตนแน่นเช่นเดียวกับทหารของตระกูล
หลาง “เราจะต้องใจเย็นเอาไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นอาจทำให้ผู้เป็น
นายเสียการ” พวกเขาต่างพยายามข่มกลั้นความรู้สึกอย่าง
ยากลำบาก
498
ทว่า…เหมือนสวรรค์จะเข้าข้าง เมื่อพวกเขาได้ยินเสียง
ฝีเท้าม้าห่างออกไปไม่ไกล “ต้องเป็นนายน้อยแน่” หลินเจ๋พูด
ออกมาอย่างมั่นใจ
และยิ่งเมื่อเจ้าตัวมองเห็นสัตว์ร้ายทั้งเจ็ดตัววิ่งนำหน้ามา
ก่อน ชายหนุ่มยิ่งยกมุมปากขึ้นสูง ซึ่งทำให้ใบหน้าผ่อนคลายมาก
ขึ้นกว่าเดิม
“สะเสือ..หมีดำ..หมาป่า เหตุใดพวกท่านไม่ตกใจ พวก
เราจะไม่หนีกันหรือขอรับ” หนึ่งในทหารใหม่ของตระกูลหลางพูด
ออกมาเสียงสั่น
“จะหนีทำไม สัตว์พวกนี้เป็นสหายของท่านเซียนหมอ
อัน” เมื่อหัวหน้าของตนพูดเช่นนี้ ชายหนุ่มทหารใหม่คนนั้นก็มีสี
หน้างุนงงมากกว่าเดิม “เอาเถอะ เอาไว้ข้าจะเล่าให้ฟัง”
สัตว์ร้ายทั้งเจ็ดหยุดอยู่เรียงกันเป็นระเบียบต่อหน้าของ
หลินเจ๋ “มันอยู่ในนั้น อีกทั้งยังมีเด็กถูกจับมาด้วย” ชายหนุ่มพูด
ขึ้นอย่างอึดอัด การกระทำของเขายิ่งทำให้ทหารของตระกูลหลาง
มีสีหน้าประหลาดใจ
เจ้าลายคำรามออกมาเสียงดัง จนกระทั่งดังเข้าไปใน
หมู่บ้าน เป็นผลให้คนในหมู่บ้านเริ่มกระสับกระส่าย
499
“เสือมันมาจากไหน” ผู้คนในหมู่บ้านเริ่มอยู่กันไม่เป็นสุข
จึงได้เปิดประตูบ้านออกมารวมกลุ่มกัน
“ใจเย็น ๆ กันก่อนเถอะ อย่าเพิ่งตื่นตูมไปก่อน มันอาจจะ
ดังมาจากในป่าด้านโน้นก็ได้ พวกเราอยู่กันมาตั้งหลายปีไม่เคย
จะ..” ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งอ้าปากพะงาบ ๆ ดวงตาเหลือกค้าง
“เสือ!” คราวนี้คนที่อยู่ด้วยกันต่างพากันวิ่งหนีวนไปมา
ราวแมลงวันหัวขาดเมื่อเห็นร่างอันใหญ่โตของเสือโคร่งตัวใหญ่
หลี่จงที่หลบอยู่แต่ในบ้านของตนรู้สึกรำคาญเสียงดังที่
เจ้าตัวได้ยิน ดังนั้นจึงได้เดินออกมา
ครั้นแล้วดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ “มัน
อยู่นั่น” เจ้าสามพูดขึ้น
เจ้าลายไม่รอช้าเมื่อสิ้นคำของเจ้าสาม เสือตัวโตจึงได้
กระโจนเข้าไปถีบชายหนุ่มร่างผอมบางล้มลง จนร่างของมันกลิ้ง
ไปกับพื้นดินหลายตลบ
ฝุ่นแดง ๆ ของดินลูกรังลอยคลุ้งปลิวตามลม ก่อนที่เจ้า
ลายจะใช้อุ้งเท้าอันใหญ่โตกดลงบนอกของชายคนนั้น
500
หลี่จงผู้มักจะทำตัวรูปลักษณ์ราวคุณชายผู้สง่างามกลับ
ปล่อยของเหลวเปียกกางเกงของตน “มนุษย์ผู้นี้ช่างน่ารังเกียจ
ยิ่ง” เจ้าลายพึมพำ
ส่วนฉงฉง ฉงต้า กับ สาม สี่ ห้า รวมถึงซินซินก็ต่างไล่
ต้อนคนในหมู่บ้านที่มีอยู่ไม่ถึงสิบหลังคาเรือนให้มาอยู่รวมกันทั้ง
ชายหญิง
หลินเจ๋กับทหารที่เหลือจึงได้บุกเข้าไปยังบ้านของคน
เหล่านั้น จุดมุ่งหมายก็เพื่อจะช่วยเหลือเด็กหญิงที่ตนเห็น
แต่สิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงก็คือทุกบ้านมีเด็กหรือไม่ก็หญิง
สาวถูกจับมัดหรือไม่ก็ถูกขังเอาไว้ราวกับว่าพวกเขาไม่ใช่คน
สภาพของแต่ละคนผอมแห้ง หญิงสาวบางคนอยู่ใน
สภาพเลื่อนลอย ตามลำตัวที่มองเห็นเต็มไปด้วยร่องรอยทั้งเก่า
และใหม่จากการถูกทำร้าย จนพวกเขาต่างพากันเบือนหน้าหนี
ด้วยความสงสาร
เมื่อกลุ่มของหนิงอันมาถึงเจ้าตัวก็บอกจงเซ่อให้ไปหาเจ้า
ลายที่กำลังอ้าปากข่มขู่ชายคนหนึ่งอยู่โดยที่มันไม่คิดปล่อยอุ้ง
เท้าอันหนาหนักออกจากอกของคนผู้นั้น
501
“เป็นเขา” ฉีเยว่ ยกนิ้วชี้ไปทางชายคนนั้นกล่าวออกมา
อย่างเคียดแค้น เช่นเดียวกับหลางกุ้ยฮวา “เป็นมัน”
หลี่จงใบหน้าซีดเผือดเมื่อเจ้าตัวมองเห็นหญิงสาวทั้งสอง
คนที่เป็นผู้ถูกตนหลอก “พี่สาวต้องการให้คนผู้นั้นมีจุดจบแบบ
ไหน” หนิงอันถามฉีเยว่ขึ้นทันทีโดยไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร
“ข้าต้องการให้มันตายทั้งเป็น เหมือนกับสิ่งที่ข้าโดน”
คำตอบของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ภายใต้อุ้งเท้าเสือ
หวาดกลัวจนตัวสั่น
“การทำแบบนั้นมันผิดกฎบ้านเมืองนะ ถึงข้าทำผิดก็จริง
แต่ข้าจะต้องได้รับโทษตามที่ระบุไว้” (แม้ว่าโทษนั้นจะคือความ
ตายก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่าที่จะให้ข้ากลายเป็นนายบำเรอ) เขาคิด
“อันอัน ข้าตามใจเจ้า” เหลียนเซียวมู่ตงหาได้สนใจ
บุคคลอื่น เขาพูดกับเด็กสาวที่อยู่ข้างกันคล้ายกับเรื่องนี้ไม่ได้มี
ชีวิตใครเข้ามาเกี่ยว
“ท่านช่วยจัดการให้มันไปอยู่ที่แห่งนั้นด้วย” หนิงอัน
กล่าวออกมานํ้าเสียงเรียบเฉยเช่นเดียวกับสีหน้า
หลี่จงตัวสั่นสะท้านและคิดจะกัดลิ้นฆ่าตัวตาย แต่มีหรือ
ที่หนิงอันจะให้มันสมปรารถนา “เจ้าอยากตายถามข้าหรือยัง”
502
เด็กสาวพูดขึ้นเสียงเย็นก่อนที่จะใส่ยาเม็ดหนึ่งลงไปในปากของ
มัน
“ยาอะไรหรือเจ้า” เหลียนเซียวมู่ตงถามขึ้นด้วยดวงตา
พราวระยับอย่างสนใจ “หากเมื่อไหร่ที่มันคิดจะฆ่าตัวตาย มันผู้นี้
จะเจ็บปวดรวดร้าวไปทั่วทั้งกาย หากอยากหายก็คือมันต้องหยุด
คิดที่จะทำร้ายตนเอง”
“ช่างเป็นยาที่น่าสนใจ เอาไว้เจ้าให้ข้าบ้างนะ” เหลียน
เซียวเอ่ยขอ เด็กสาวทำเพียงพยักหน้าก่อนที่เจ้าตัวจะสนทนากับ
คู่หู
‘กุยเฮย ถึงตาของเจ้าแล้ว สำรวจดูให้ทั่วนะว่ามีคน
ออกมาจากเรือนทุกหลังหมดหรือยัง หากหมดแล้วก็เผาซะ
สถานที่เลว ๆ แบบนี้อย่าได้เหลือเอาไว้เลยจะดีกว่า’
‘ได้เลยสหาย ข้ารออยู่นานแล้ว’ จบคำของกุยเฮย เมื่อ
ทางหลินเจ๋กับทหารของตระกูลหลางช่วยคนออกมาได้
ฉับพลันท้องฟ้าเบื้องบนก็ปรากฏเสียงครืนดังสนั่น
รวมถึงยังมีสายฟ้าผ่าลงไปยังบ้านทุกหลังติด ๆ กัน เพียงไม่นาน
บ้านเหล่านั้นก็เกิดเปลวไฟสีแดงฉาน ลามเลียเผาไหม้อย่าง
รวดเร็ว
503
และที่น่าประหลาดมากกว่านั้นก็คือ ไฟไม่ได้ลุกลามไปที่
อื่นและเมื่อเรือนเหล่านั้นมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านเปลวเพลิงที่
โหมกระหนํ่าก็ดับลง นายทหารหลายคนต่างพากันอ้าปากค้าง
เบิกตากว้างอย่างตกใจ
504