ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต - ตอนที่ 156
ทำสิ่งใดได้สิ่งนั้น
ท่าทางเชิดหัวอันใหญ่โตของเจ้าลายทำให้หนิงอันอดที่
จะยกยิ้มออกมาไม่ได้ “พวกเราไปกันเถอะ” อันอันกล่าวขึ้น
หลังจากเก็บกระดาษสำคัญแผ่นนั้นเข้าไปในอกเสื้อ
คณะของอันอันใช้เวลาเดินมาไม่นานนัก หญิงวัย
กลางคนที่เป็นผู้พาสองพี่น้องมาก็พูดขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วของตนไป
ยังกลุ่มคนเบื้องหน้าที่ยืนรอกันอยู่สี่ห้าคน “ร้านนั้นแหละ พวกเจ้า
ไปหาพี่สะใภ้ป๋ายได้เลย ข้าขอตัวก่อน” นางพูดพร้อมกับจะ
แยกตัวออกไป
“ขอบพระคุณท่านป้าเจ้าค่ะ/ขอรับ เอาไว้ข้าจะแวะไปหา
ท่านที่ร้านนะเจ้าคะ” สองพี่น้องก้มหัวให้หญิงวัยกลางคนพร้อม
กัน ก่อนที่หนิงอันจะพูดขึ้นในตอนท้าย
“เรื่องเล็กแค่นี้เอง ได้สิเอาไว้ค่อยพบกัน” นางตอบรับ
อย่างยินดีก่อนจะเดินจากไป
72
คล้อยหลังหญิงวัยกลาง หนิงอันก็เดินนำกลุ่มของตนไป
ยังคนที่ยืนรออยู่หน้าร้าน ซึ่งพวกนางตั้งใจไปยืนเข้าแถวอยู่
ด้านหลังชายวัยกลางคนรูปร่างลํ่าสันคนหนึ่ง
“เสือ!” ชายวัยกลางคนผงะด้วยความตกใจ เมื่อหันหน้า
มาเห็นเจ้าลายที่ไม่ได้เหลือบแลสองตามาทางตน
ในระหว่างที่หนิงอันกำลังอธิบายให้ชายวัยกลางคนผู้นี้
ฟัง เจ้าลายก็พูดขึ้นกับพรรคพวกอย่างเบื่อหน่าย “ข้าละเบื่อ
จริง ๆ อยู่กันตั้งเยอะเหตุใดคนพวกนี้ต้องเรียกหาแต่ข้า เหตุใดไม่
เรียกหมี หรือหมาป่าบ้างก็ไม่รู้” คำพูดของเสือตัวใหญ่ทำให้
สหายรู้สึกขำ
“ก็เจ้าเดินนำหน้าอย่างไรเล่า อีกอย่างรูปร่างของเจ้าก็ดู
องอาจมากกว่าพวกเราเขาก็เลยสะดุดตา” ฉงฉง พูดตามจริง
เจ้าลายรู้สึกชื่นชอบกับคำเยินยอนี้เป็นอย่างมาก “เจ้า
พูดดีมากสหาย” อันอัน อมยิ้มให้กับคำพูดของสหายต่างเผ่าพันธุ์
เมื่อได้รับรู้มาจากกุ้ยเฮย
73
นางป๋าย ในวัยเจ็ดสิบกว่าแต่ทว่ายังคงแข็งแรง เมื่อได้ยิน
เสียงเอะอะหน้าร้าน เจ้าตัวที่กำลังสับเครื่องในหมูจึงได้ละจาก
งานที่อยู่ในมือ
หญิงชรา ชะโงกหน้าพยายามมองไปยังต้นเสียง และเมื่อ
สายตาของนางสบเข้ากับร่างหมีดำตัวใหญ่ผู้คุ้นเคย
นางก็รีบวางมีดและกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากร้านจน
หลานสาวที่ลวกเส้นบะหมี่อยู่ตกใจในการกระทำของคนเป็นย่า
“ท่านย่า! จะไปไหนเจ้าคะ” เด็กสาว รีบนำเส้นบะหมี่ที่ลวกแล้วใส่
ถ้วยก่อนที่จะก้าวเท้าตามย่าไปติด ๆ
“ฉงฉง ฉงต้า” เสียงแหบพร่าของหญิงชราตะโกนขึ้นเท่าที่
เจ้าตัวจะทำได้ สองพี่น้องหยูเมื่อได้ยินเสียงนี้ คนทั้งสองจึงได้
หยุดการสนทนาของตนก่อนที่จะเดินออกจากการกำบังของสัตว์
ตัวใหญ่
สองตาของหญิงวัยชรามีหยาดนํ้าคลอหน่วยด้วยความดี
ใจ “คุณหนู คุณชาย” นางเรียกสองพี่น้องหยูด้วยความดีใจอันสุด
จะประมาณ
74
“ท่านย่าป๋าย” สองพี่น้องรีบวิ่งเข้าไปหาผู้สูงอายุอย่างดี
ใจไม่แพ้กัน หนิงอันกอดร่างกายอ้วนท้วนของหญิงชราแน่น “ท่าน
ย่า สบายดีหรือไม่เจ้าคะ” อันอัน ถามคนในอ้อมแขนเสียงสั่น
“ฮือ ๆ คุณหนูของบ่าว ไม่คิดเลยว่าท่านจะโตเป็นสาว
ถึงเพียงนี้แล้ว บ่าวสบายดีเจ้าค่ะ” นางป๋าย พูดเสียงสะอื้น
หลานสาวของหญิงชราเมื่อเห็นว่าย่าของตนรีบมาหาใครเจ้าตัวก็
ถอนใจอย่างโล่งอก
“คารวะคุณหนู คุณชาย เจ้าค่ะ” เด็กสาวยอบตัวคารวะ
สองพี่น้องด้วยรอยยิ้ม “เจ้าตามสบายเถอะ พวกเราคนกันเองไม่
ต้องมากพิธีหรอก” หนิงอัน พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า
ในระหว่างที่พวกเขากำลังทักทายกันอยู่นั้น ผู้ที่ยืนรอ
บะหมี่อยู่ก็ตะโกนเร่ง “พวกเจ้าเร็วหน่อยได้หรือไม่ ข้าหิว” เมื่อมี
คนหนึ่งเปิด คนสองสามย่อมตามมา
“วันนี้ข้าไม่ขายแล้ว พวกเจ้าไปกินร้านอื่นกันเถอะ” นาง
ป๋าย คลายอ้อมกอดของตนออก ก่อนหันไปบอกลูกค้าที่ยืนเรียง
รายด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม “อะไรนะ ไม่ได้พวกขะ…” ชายคนที่กำลัง
จะได้กินบะหมี่รสอร่อยราคาแสนถูกยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกเสียง
75
ของหนิงอันขัดขึ้นเสียก่อน “ท่านย่าของข้าเพียงล้อพวกท่านเล่น
เจ้าค่ะ วันนี้เนื่องจากเป็นวันดีข้าจะเลี้ยงพวกท่านเอง”
“ใช่ ๆ ตามที่คุณหนูของข้าบอกนั่นแหละ” นางป๋าย ไม่
ขัดผู้เป็นนายเนื่องจากเจ้าตัวรู้ดีว่าเด็กสาวเป็นคนเช่นไร
เสียงเฮ จากคนที่ยืนรอดังขึ้น และเมื่อกลุ่มคนใช้แรงงาน
ที่กำลังจะมากินบะหมี่เพื่อเพิ่มแรงได้ยินเช่นนี้ ชายหนุ่มคนหนึ่ง
จึงได้ลองถามออกมาบ้างด้วยความคาดหวัง “ไม่ทราบว่าพวกข้า
จะได้กินบะหมี่ด้วยหรือไม่” นางป๋าย หันไปตามต้นเสียงจากนั้น
นางก็ยกยิ้มทั้งปากและตา
“เสี่ยวเป่า มากินเถอะ วันนี้ข้าไม่คิดเงิน ไม่ว่าจะใคร
ทั้งนั้นแต่แค่บะหมี่หมดเท่านั้นนะ”
“ขอบพระคุณท่านย่าป๋ายขอรับ” ชายหนุ่มนามเสี่ยวเป่า
ก้มหัวให้นางกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ
หนิงอัน รู้สึกประหลาดใจจึงมองไปทางชายหนุ่มคนนั้น
อย่างสงสัย “เขาเพิ่งย้ายมาจากเมืองอื่นเจ้าค่ะ คุณหนูเด็กคนนี้
ขยันทีเดียวอยู่กับแม่ป่วยนอนติดเตียงเพียงสองคน เขาพยายาม
76
หาเงินเพื่อไปซื้อยามารักษาแม่แต่อาการของนางก็ยังไม่ดีขึ้น”
นางป๋าย ถอนใจในขณะพูด
‘กุ้ยเฮย เนื้อแท้ของเขาดีหรือไม่ เรื่องราวที่ย่าป๋ายพูดมา
จริงหรือเท็จ’ หนิงอันถามกับสหายรักทันทีเมื่อฟังเรื่องเล่าของชาย
คนนี้จบลง
‘จริง หากเจ้ามีใจอยากช่วยก็ช่วยเถอะ เขานับว่าเป็นคน
กตัญsูและซื่อสัตย์เป็นอย่างมาก’ คำตอบของเต่าตัวน้อยทำให้
หนิงอันวางใจได้ลงอย่างสนิท
ในตอนนี้นางป๋ายกับหลานสาวได้เดินกลับเข้าไปภายใน
ร้านแล้วเพื่อที่จะไปทำบะหมี่แจกให้กับลูกค้าผู้เป็นทั้งขาประจำ
และขาจรที่ได้ยินข่าวและอยากกินของไม่เสียเงิน
โดยมีมู่ตาน หมิงหมิงเดินตามเข้าไปช่วย ส่วนหนิงอันกับ
สหายทั้งเจ็ดนั้นต่างเป็นผู้คอยจัดระเบียบอยู่หน้าร้าน ทำให้ไม่มี
ใครกล้าไม่เชื่อฟังรวมถึงแซงคิว
การแจกบะหมี่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งคนที่ยืน
เข้าแถวหมดลง “คุณหนูเจ้าคะ ท่านมากินบะหมี่เถอะ” หญิงชรา
เดินออกมาจับมือของหนิงอันให้เดินเข้าร้านไปกับตนส่วนพวก
77
ของเจ้าลายก็พากันนอนหมอบอยู่หน้าร้านเพื่อรอบะหมี่ของ
ตนเองอย่างเชื่อฟัง
“เจ้าค่ะ” หนิงอัน ไม่ปฏิเสธพร้อมกับเดินตามการจับจูง
ของหญิงชรามาอย่างว่าง่าย
หลังจากหนิงอันนั่งลงเรียบร้อย หญิงชราก็นั่งลงข้างกัน
จากนั้นนางก็คีบเครื่องในตุ๋นที่ตนทำใส่ในชามของเด็กสาวอย่าง
เอาใจ “คุณหนู ผอมไปนะเจ้าคะ ต้องกินให้มาก” หนิงอัน พยัก
หน้ายิ้มรับ อีกทั้งยังกินทุกสิ่งที่นางคีบให้ตนอย่างไม่เกี่ยงงอน
เช่นเดียวกับหมิงหมิงที่เคี้ยวบะหมี่กับหมูตุ๋นจนแก้มตุ่ย
สองตาของหนิงอันกวาดตามองไปจนทั่วร้าน นางก็เห็น
ชายหนุ่มนามเสี่ยวเป่ากำลังช่วยหลานสาวของย่าป๋ายเก็บกวาด
โต๊ะรวมถึงยังช่วยยกถ้วยจานชามไปด้านหลังอย่างขยันขันแข็ง
“เขาอยากตอบแทนที่ได้กินบะหมี่วันนี้เจ้าค่ะ” นางป๋าย
พูดขึ้นอย่างรู้ใจเมื่อเห็นสายตาของอันอัน
เด็กสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนที่นางจะพูดขึ้น
หลังจากกลืนบะหมี่ลงคอแล้ว “ท่านย่าป๋าย ข้าคิดว่าจะไปตรวจ
78
อาการแม่ของคนผู้นั้นเจ้าค่ะ” คำพูดนี้ ทำให้หญิงชรานำมือเหี่ยว
ย่นของตนกอบกุมมือบางของผู้เป็นนายด้วยความตื่นเต้น
“ดีเหลือเกินเจ้าค่ะ ช่างเป็นบุญของผู้หญิงคนนั้นนัก”
นางกล่าวออกมาอย่างซาบซึ้งแทนคนที่ถูกกล่าวถึง
“ท่านย่าป๋ายรู้จักนางหรือเจ้าคะ” อันอัน ถามขึ้นอย่าง
สงสัยระคนใคร่รู้ หญิงชราส่ายศีรษะไปมา “ไม่รู้จักเป็นการ
ส่วนตัวหรอกเจ้าค่ะ บ่าวเคยได้ยินคนบ้านเดิมของนางพูดให้ฟัง
ว่าผู้หญิงคนนี้ช่างมีชีวิตที่น่าสงสารนางเป็นหม้ายตั้งแต่บุตรยัง
เล็ก
สู้ทำงานหนักทุกอย่างเลี้ยงดูบุตรมาจนเติบใหญ่ตามลำพัง หาก
ว่านางไม่ถูกเจ้าหนี้ยึดเอาที่อยู่ไปตอนนางเจ็บป่วยเพื่อหาเงินมา
รักษาจากการที่เจ้าตัวขึ้นภูเขาและพลาดตกลง แม้ไม่ตายแต่
อาการก็สาหัสเสี่ยวเป่าก็คงไม่พาผู้เป็นแม่รอนแรมมาถึงเมืองของ
เรา”
ในขณะที่นางป๋ายกำลังเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มผู้มี
ความกตัญsูด้วยความชื่นชม ซึ่งผิดกับชายหนุ่มอีกคนที่ตอนนี้
79
กำลังร้องโอดครวญเล่าความเท็จฟ้องบิดามารดาของตนด้วย
นํ้าตานอง
ผิดกับนิสัยของบุรุษทั่วไป “ท่านพี่ ลูกของเราถูกรังแกแบบนี้ ท่าน
ห้ามนิ่งดูดายนะเจ้าคะ” หญิงวัยกลางคนมารดาของชายคนนี้จีบ
ปากจีบคอพูดขึ้น พลางนำผ้าเช็ดหน้ายกขึ้นมาซับนํ้าตา
ชายวัยกลางคนปรายตามองทั้งภรรยากับบุตรด้วยสีหน้า
เหนื่อยใจ “ไม่ใช่เจ้าไม่รู้นิสัยบุตรของตน ข้าว่าเรื่องนี้คงต้องฟัง
ความทั้งสองฝั่ง เจ้ามีหลักฐานอันใดหรือไม่ที่บอกว่าตนถูกรังแก”
คำถามของบิดาทำให้ชายหนุ่มผู้นอนควํ่าหน้าอยู่กับ
เตียงแสร้งร้องโหยหวนขึ้นทันที “เจ็บแผล ข้าเจ็บขอรับ ท่านพ่อไม่
เห็นหรือว่าข้าเจ็บจะตายอยู่แล้ว ยังมาถามเช่นนี้อีก”
ผู้เป็นแม่รีบเดินเข้าไปโอ๋เขาทันทีอย่างกับว่าบุตรคนนี้
เป็นเด็กตัวน้อยทั้ง ๆ ที่ลูกชายของตนอายุยี่สิบและแต่งภรรยา
แล้ว
ชายวัยกลางคนถอนใจอย่างระอา ก่อนที่เขาจะเดิน
ออกมาจากห้องนอนของผู้เป็นลูก เพื่อสอบถามกับคนติดตาม
80
ของบุตรชายและเมื่อได้ยินความจริงใบหน้าของเจ้าตัวก็
แปรเปลี่ยนเป็นโกรธขึ้ง
“เจ้าลูกคนนี้ มันเหลวไหลใหญ่แล้ว พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่า
แม่นางน้อยผู้นั้นเป็นใคร แต่เดี๋ยวนะ จะ….เจ้าบอกว่านางมีเสือ
หมี และหมาป่าอย่างนั้นหรือ” ชายวัยกลางคนสบถออกมาเสียง
ดัง
และเมื่อเขาคิดทบทวนสิ่งที่บ่าวรับใช้พูด ใบหน้าของคน
ผู้นี้ก็เริ่มซีดขาวเหงื่อเริ่มผุดตามไรผม นํ้าเสียงเริ่มสั่น ในใจได้แต่
ภาวนาว่าอย่าให้เป็นคนที่ตัวเองคิด “นี่คือกระดาษที่คุณชาย ให้
ข้าน้อยเก็บเอาไว้ขอรับ”
นายกองเสิ่นรีบนำกระดาษในมือของบ่าวคนนี้มาอ่าน
ทันที “หยู หนิง อัน” ชายวัยกลางคนอ่านออกเสียงเน้นทีละคำ
ก่อนที่เขาจะเข่าอ่อนทรุดตัวลงนั่งกับพื้นท่ามกลางความตกใจ
ของบ่าวผู้รับใช้
ทางด้านกลุ่มของหนิงอัน ที่มีนางป๋ายและหลานสาวอยู่
ด้วยในขณะนี้ นางกำลังตรวจอาการของหญิงวัยกลางคนร่าง
ผอมที่นอนติดเตียงอย่างน่าสงสาร กระนั้นไม่ว่าจะเสื้อผ้าหรือที่
81
นอนกลับไร้ซึ่งสิ่งอันไม่พึงประสงค์อีกทั้งยังดูสะอาดสะอ้านอีก
ด้วย
‘ชายคนนี้นับว่าเป็นยอดกตัญsูโดยแท้’ หนิงอันกล่าวชม
เขากับกุ้ยเฮย ‘ใช่’ เต่าตัวเล็กผงกหัวอย่างเห็นพ้อง
การรักษาให้กับมารดาของชายหนุ่มคนนี้ หนิงอันทำแบบ
ค่อยเป็นค่อยไปเพื่อหลีกเลี่ยงของสงสัย “พี่ชาย ท่านจะต้องต้ม
ยาให้ท่านป้ากินตามใบสั่งยานี้ห้ามขาด และท่านจะต้องนวดแขน
ขาของนางด้วย
ส่วนเรื่องงานที่ทำอยู่ ท่านไม่ต้องกังวลต่อไปนี้ข้าจะรับท่านให้เข้า
ทำงานที่ร้านค้าบ้านหยูท่านสามารถไปทำงานได้หลังจากมารดา
หายดี ส่วนเงินจำนวนนี้ข้าให้เป็นค่าจ้างล่วงหน้า” หนิงอัน ส่งเงิน
ให้หมิงหมิงเพื่อนำไปมอบให้เขา
ชายหนุ่มคนนี้รีบคุกเข่าลงอย่างตกใจ “คุณหนูมันมากไป
ขอรับ ข้าน้อยไม่อาจเอาเปรียบท่านได้ ในเมื่อท่านมีนํ้าใจมา
รักษามารดาให้ข้า
82
ดังนั้นแม้จะเป็นวัวเป็นม้าของท่านข้าก็เต็มใจ แต่สำหรับเงินที่
ท่านให้นี้ ขะ..ข้าน้อยไม่อาจรับได้” คำพูดอันแสดงความจริงใจนี้
ยิ่งทำให้ทุกคนเกิดความประทับใจมากยิ่งขึ้น
“เจ้ารับไปเถอะ การรักษาท่านป้าเป็นนํ้าใจของข้า ไม่
เกี่ยวกับเจ้า อีกอย่างหากเจ้าไม่มีเงินจะซื้อของดี ๆ มาบำรุง
มารดาได้อย่างไร ส่วนเรื่องตอบแทน เจ้าก็แค่ทำงานให้ดีก็พอ”
นํ้าเสียงของหนิงอัน เต็มไปด้วยความอ่อนโยน จนทำให้ทั้งแม่
และบุตรชายหลั่งนํ้าตาออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ
ชายหนุ่มยกชายเสื้อปาดนํ้าตาและกำลังจะเอ่ยแย้ง ก็ได้
ยินนํ้าเสียงเนิบช้าของนางป๋ายกล่าวขึ้นเสียก่อน “เจ้าทำตามที่
คุณหนูของข้าบอกเถอะ เมื่อไหร่ที่แม่ของเจ้าหายดีก็จงตอบแทน
นางให้ดีก็พอ”
ชายหนุ่มรู้สึกจุกอยู่ในลำคอไม่อาจจะพูดคำใดออกมาได้
เขาจึงได้แต่คำนับก้มหัวขอบคุณไปทางหนิงอันพร้อมกับนํ้าตา
ของลูกผู้ชาย
83
ซึ่งผิดกับชายหนุ่มอีกคนที่กำลังนํ้าตานองจากการถูก
บิดาเฆี่ยนตีจนผู้เป็นมารดาต้องรีบเอากายไปบังร่างของบุตรอัน
เป็นที่รัก
“ท่านพี่ เขาบาดเจ็บอยู่ท่านก็เห็น นี่ท่านคิดจะตีเขาให้
ตายอย่างนั้นหรือ เด็กสาวคนนั้นเป็นใครนางยิ่งใหญ่ขนาดไหนถึง
ทำให้ท่านลงมือหนักเช่นนี้กับบุตรชายได้ลงคอ”
“เป็นใครอย่างนั้นหรือ นางเป็นบุตรสาวคนโตของท่าน
หยูเจียงอย่างไรเล่า คงไม่ต้องให้บอกกระมั้งว่านางยิ่งใหญ่มาก
ขนาดไหน” จบคำของผู้เป็นสามี หญิงวัยกลางคนผู้นี้ก็เป็นลมล้ม
พับไปในบัดดล
ดังนั้นเช้าวันต่อมาเรือนครอบครัวหยูจึงได้รับสิ่งของมีค่า
มากมายมากกว่าเงินหนึ่งร้อยตำลึงทองจากจวนของนายกองเสิ่น
รวมถึงนายกองคนนี้ยังถูกหยูเผยย้ายให้ไปทำหน้าที่เก็บขี้ม้าเป็น
การลงโทษที่เลี้ยงดูอบรมบุตรไม่ดีเป็นเวลาหกเดือน
ส่วนชายหนุ่มเจ้าของเรื่องก็ต้องไปช่วยบิดาของตนด้วย
หากว่าเขาคิดอู้งานจะต้องทำงานหนักมากขึ้นเป็นสองเท่า ซึ่ง
เรื่องนี้ได้ทำให้เขาได้แต่สำนึกเสียใจในการกระทำของตน
84
เมื่อหนิงอันทราบข่าวนี้นางจึงได้พูดขึ้นกับกุ้ยเฮย ‘นี่ยัง
ถือว่าท่านนายกองคนนี้ยังมีโชคดีอยู่บ้างที่บุตรมีความสำนึก หา
ไม่ตระกูลของเขาคงสิ้นลูกสืบหลาน’
‘ข้าเห็นด้วยกับเจ้าอย่างยิ่งสหาย’
85