ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต - ตอนที่ 47
ปีใหม่แรกในนิยาย
อันอันเดินลัดเลาะอย่างคล่องแคล่วพาชายชรามายัง
บริเวณที่พี่ชายทั้งสองกับมู่ตานมาดักกุ้งดักปลาซึ่งที่แห่งนี้พวก
เขาได้นัดกันไว้ก่อนหน้า เมื่อมาถึงเด็กหญิงก็เดินไปยังหลุมที่พี่ ๆ
ขุดเอาไว้
ชายชราผู้มีความสงสัยอยู่เต็มท้องก็เดินตามเด็กหญิงไป
ติด ๆ และเมื่อเขามองเห็นสิ่งที่อัดแน่นเบียดเสียดกันอยู่ในหลุม
ดินดวงตาก็เบิกกว้างแทบถลนออกจากเบ้า
“ศิษย์รักเจ้าทำได้อย่างไร” ฉู่เกอลงนั่งยองข้างศิษย์ตัว
น้อยถามเสียงพร่า
“ไม่ต้องทำอะไรมากเลยเจ้าค่ะ แค่ขุดหลุมเพียงเท่านั้น”
อันอันตอบด้วยใบหน้าไร้เดียงสา กระนั้นเต่าน้อยที่ได้ยินจึงเอ่ย
แย้งขึ้นมาอย่างใส่ซื่อให้คู่หูได้ยินเพียงลำพัง ‘เจ้าใส่นํ้าตกสวรรค์
ลงไปด้วยไม่ใช่หรือ’
หนิงอันมุมปากกระตุก ‘กุยเฮยคนดีเรื่องนํ้าตกของเจ้าข้า
จะบอกออกไปได้อย่างไร หากมีคนรู้และข่าวแผ่กระจายเจ้าไม่
606
กลัวว่าผู้คนจะมารุมทึ้งฉีกเนื้อเฉือนกระดองของเจ้าหรอกหรือ’
เต่าน้อยฟังจบก็ใบหน้าซีดเผือดรีบหดหัวรวมถึงแขนขาเก็บเข้า
กระดองอย่างรวดเร็ว
ก่อนที่จะมีเสียงสั่นออกมาจากเจ้าตัว ‘เจ้าห้ามบอก
เด็ดขาด’ อันอันทำเพียงตอบรับอย่างเชื่อฟัง ‘ข้ารู้’ การพูดคุยกัน
ของสหายต่างเผ่าไม่ได้รู้ถึงหูของฉู่เกอ
“ศิษย์รักเจ้าตัวน่าเกลียดนี่ใช่กุ้งที่เจ้าว่าหรือไม่” สองนิ้ว
ของเขาหยิบหางกุ้งตัวใหญ่ชูขึ้นในขณะถาม
“ใช่เจ้าค่ะ พวกเรารีบเก็บปลากับกุ้งเถอะ จากนั้นข้าจะ
ทำของอร่อยให้ท่านกิน” หนิงอันเหลือบตามองในระหว่างที่เจ้า
ตัวนำมือน้อย ๆ จับปลาในหลุมขึ้นมา
สองแรงช่วยกันเพียงไม่นานก็มีกุ้งกับปลาเต็มตะกร้า
สานที่คนตัวเล็กนำมา “ข้าจะแบกลงไปเอง” ฉู่เกอพูดขึ้นเมื่อมอง
ท่าทางของศิษย์ตัวเล็กที่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ ข้างตะกร้าสาน
หนึ่งชั่วยามต่อมาหลังจากที่คนทั้งสองลงจากเขา“ศิษย์
น้อยข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าตัวนี้รสชาติของมันจะดีแบบนี้” อาจารย์
กล่าวชมผู้เป็นศิษย์อย่างถูกใจในขณะกินหัวกุ้งย่าง
607
“ท่านชอบก็ดีแล้ว” อันอันยกยิ้มกล่าวขึ้นหลังจากกลืนกุ้ง
ลงคอไปแล้วเช่นเดียวกับพี่ทั้งสามที่ตามภายหลัง
ปลายยามโหย่วเมื่อหนิงอันเห็นว่าผู้เป็นบิดาเดินนำ
ชาวบ้านกลับลงมาจากภูเขาโดยมียงเผยกับพี่ใหญ่พี่รองอยู่ใน
กลุ่มนี้ด้วย
“ท่านพ่อ” นางเรียกขานบิดานํ้าเสียงท่าทางลังเล ความ
แปลกประหลาดเริ่มฉายชัดบนใบหน้าของชายหนุ่มเช่นเดียวกับ
อาจารย์ของเจ้าตัวที่ยืนเคียงข้างกับหยูเจียง
“ท่านหยูอาการแบบนี้ของบุตรสาวท่าน ไม่ใช่ว่านางจะ
นำเรื่องมาให้อีกหรอกนะ” ยงเผยกระซิบพูดกับเขาเสียงเบา
“น้องชายเผยข้าเองก็รู้สึกเช่นเดียวกับเจ้านั่นแหละ
หรือไม่ท่านก็เดินไปกับข้าเถอะอย่างน้อยหากนางมีเรื่องจริง พวก
เราจะได้ช่วยกันหาวิธีแก้ไข” ลางสังหรณ์ของหยูเจียงนั้นช่าง
แม่นยำยิ่ง
ทว่าไม่ต้องรอให้บิดาเดินมาถึงตัว บุตรสาวตัวน้อยก็เป็น
ฝ่ายวิ่งมาหาเขาเสียเอง “ท่านพ่อ อาจารย์ ข้ามีเรื่องจะปรึกษา
พวกท่านเจ้าค่ะ”
608
ชายหนุ่มสองคนคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินนํ้าเสียงและท่าทาง
ของเด็กหญิงที่ยืนบิดนิ้วไปมา “เจ้าลองว่ามา” หยูเจียงย่อตัวอุ้ม
บุตรสาวขึ้นแนบอกเพื่อเดินกลับไปหาอาจารย์ชราของนาง
“คารวะท่านผู้เฒ่า ข้าน้อยชื่อเจียงแซ่หยูต้อง
ขอขอบพระคุณที่ท่านกรุณารับบุตรสาวของข้าเป็นศิษย์” ยังไม่
ทันที่หนิงอันจะอ้าปากบอกเรื่องของตน ผู้เป็นพ่อก็เดินพานางเข้า
มาค้อมตัวคารวะทักทายชายชราเสียก่อน
“เจ้าเป็นบิดาของนางหรือ ที่ข้ารับนางนั้นเป็นเพราะตัว
ของนางเองทั้งสิ้นเจ้าไม่ต้องเกรงใจ อีกอย่างนางเองก็เป็นผู้สอน
หลายสิ่งให้ข้าด้วยเช่นกัน” ฉู่เกอลูบเครายาวของตนมองประเมิน
ชายหนุ่มตรงหน้าในขณะกล่าว
“ท่านผู้เฒ่าเกรงใจเกินไปแล้ว บุตรสาวของข้าอายุยัง
น้อยจะไปกล้าสอนสิ่งใดให้ท่านกัน” หยูเจียงก้มหัวพูดขึ้นอย่าง
ถ่อมตนแม้จะรู้ว่าบุตรอันเป็นที่รักนั้นฉลาดมากเพียงใดก็ตาม
“เอาเถอะเราอย่ามาเกี่ยงคำชมกันอยู่ตรงนี้เลย ดูท่าศิษย์
น้อยของข้าคงจะมีเรื่องสำคัญพูดกับเจ้า” ชายชรากล่าวตัดบท
609
เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กหญิงที่มองมาทางเขาสลับกับผู้เป็นพ่อไป
มาคล้ายอยากจะพูดอะไร
หยูเจียงจึงก้มหัวให้เขาอย่างสุภาพอีกครั้งก่อนที่จะวาง
คนตัวเล็กให้ลงยืนกับพื้น “ท่านพ่อ ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ปู่
คือข้าอยากจะปรึกษาพวกท่านเรื่องการไปตามหาสามีของฉงต้า
เจ้าค่ะ”
คำพูดของหนิงอันทำให้ดวงตาทั้งสิบคู่รวมถึงจือฉีและมู่
เทาผู้เดินเข้ามาพร้อมกับยงเผยจ้องมาทางนางสีหน้ามีคำถาม
หนิงอันจึงได้กลั้นใจพูดขึ้นอีกครั้ง “วันนี้ข้าได้ยินฝูงผึ้ง
ที่มาใหม่คุยกันเจ้าค่ะว่าอพยพมาจากป่าทางฝั่งตะวันออกซึ่ง
บริเวณป่าแถบนั้นมีหมีตาบอดฉงต้าจึงคิดว่าเป็นสามีของตน
ดังนั้นข้าจึงได้บอกนางว่าขอมาปรึกษากับพวกท่านก่อนค่อย
ออกไปตามหา เนื่องจากป่าแห่งนั้นติดกับนํ้าเค็มอีกทั้งยังต้องเดิน
ทางผ่านเจ้าลาย
ข้าคิดว่าเจ้าลายที่ผึ้งพูดถึงน่าจะหมายถึงเสือ” อันอันสบตาเล่า
สิ่งที่ตนรู้ออกมาทั้งหมดอย่างไม่ปิดบัง
610
“เสือ!” คนทั้งห้าตะโกนขึ้นเสียงดังอย่างพร้อมเพรียง
หนิงอันจึงพยักหน้าขึ้นลงบิดมือของตนไปมา และก็ได้
ยินเสียงถอนหายใจจากสองในห้านั้นก็คือพ่อของตนกับอาจารย์
หนุ่ม
“ข้าจะพาเจ้าไปเอง” ยงเผยเปิดปากพูด ซึ่งหยูเจียงได้แต่
มองเขาอย่างขอบคุณ ฉู่เกอรู้สึกประหลาดใจเนื่องจากคิดว่าพ่อ
กับยงเผยจะปฏิเสธ “เจ้าไม่ห้ามหรือ” สีหน้าของชายชราแฝงไป
ด้วยความสงสัยระคนใคร่รู้
“ไม่ขอรับ เพราะห้ามนางก็หาทางไปเองอยู่ดี” ยงเผยเป็น
คนตอบ ซึ่งคำพูดนี้ ทำให้ชายชรายิ่งมีความมึนงงมากกว่าเดิม
“ข้าจะเล่าให้ท่านฟังเองขอรับ ว่าเหตุใดทำไมพวกข้าถึง
ไม่ห้ามนางเรื่องมันเป็นอย่างนี้…..” หยูเจียงถ่ายทอดวีรกรรมของ
บุตรสาวตัวน้อยออกมาอย่างละเอียด
“เจ้าคงไม่ได้ล้อข้าเล่นกระมั้ง นางเพิ่งจะสี่ขวบเองไม่ใช่
หรือ เหตุใดถึงได้แสบมากขนาดนี้” ฉู่เกอย้อนถามพลางชำเลือง
มองศิษย์ตัวน้อยที่ยืนทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมหลังได้ยินเรื่องของตน
611
คนทั้งหมดทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างพยักหน้าเป็นการยืนยัน
“เจ้าเป็นตัวประหลาดจริงเสียด้วย” คำพูดของฉู่เกอนั้นไม่เกินจริง
เนื่องจากทุกคนต่างก็คิดเหมือนเขานั่นแหละเพียงแต่ไม่มีใครกล้า
พูด
เรื่องราวที่บุตรสาวเอ่ยมานั้นหยูเจียงไม่คิดบอกภรรยา
และผู้เป็นแม่เนื่องจากเกรงว่าพวกนางจะวิตกกังวลดังนั้นสองพ่อ
ลูกจึงต้องเก็บไว้เป็นความลับเช่นเดียวกับสองพ่อลูกยง
ในที่สุดก็ถึงวันปีใหม่ วันนี้ยงเผยให้ศิษย์ทั้งหกหยุดเรียน
เช่นเดียวกับอาจารย์ชราที่ให้หนิงอันหยุดได้เป็นพิเศษ
เสียงประทัดดังขึ้นจากที่ไกล ๆ ทำให้หนิงอันฝืนลืมตาตื่น
ก่อนที่นางจะนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันอะไร
ดังนั้นเจ้าตัวจึงรีบเดินไปหานํ้าอุ่นมาล้างหน้าใช้กิ่งไม้ถู
เกลือมาแปรงฟัน “หากมีแปรงสีฟันก็คงดี” คนตัวเล็กเปรย
‘แปรงสีฟันคือสิ่งใด’ เสียงคล้ายเด็กของกุยเฮยเอ่ยถาม
‘ก็เป็นสิ่งที่เอาไว้ใช้ทำความสะอาดฟันมีขนและด้ามจับ
เพื่อให้ถนัดมือ’ หนิงอันสื่อสารทางความคิดกับสหายตัวเล็ก
612
ยังไม่ทันที่กุยเฮยจะพูดต่อเขาก็ได้ยินเสียงหวานของ
มารดาเอ่ยเรียกหนิงอันที่กำลังบ้วนปาก
“อันอัน” หญิงสาวส่งเสียงเรียกหาบุตรตัวน้อยเนื่องจากมู่
ตานไปรายงานนางว่าเจ้านายตัวเล็กตื่นแล้ว
“ข้าอยู่นี่เจ้าค่ะ” เด็กหญิงขานรับพร้อมกับกึ่งเดินกึ่งวิ่ง
ออกมาจากห้องนํ้าหลังบ้านด้วยชุดสีแดงใหม่เอี่ยมที่ผู้เป็นแม่เย็บ
ให้เมื่อไม่กี่วันก่อน
“มาให้แม่มัดผมให้เจ้าก่อนจากนั้นจะได้ไปคารวะท่าน
ย่า” หยวนฟานบอกกับลูกน้อยหลังจากที่เจ้าตัวเล็กเดินมาหา
พร้อมกับหัวยุ่ง ๆ ของเจ้าตัว หนิงอันยอมนั่งนิ่งแต่โดยดี
และเมื่อทำผมเสร็จเจ้าตัวน้อยก็ถูกมารดาจับจูงให้เดิน
มาหาผู้เป็นย่าพร้อมกันโดยมีมู่ตานกับไป๋หลานเดินตามหลังอยู่
ไม่ห่าง
“น้องเล็ก” สองเด็กชายส่งเสียงเรียกน้องน้อยของตนด้วย
รอยยิ้มร่าก่อนที่พวกเขาจะประสานมือค้อมกายคารวะหยวน
ฟาน
613
“ขอให้ท่านป้า ท่านอาสะใภ้มีสุขภาพแข็งแรงขอรับ” เด็ก
ทั้งสองต่างพูดขึ้นพร้อมกันส่วนหนิงอันก็เดินเข้าไปคุกเข่า
ตรงหน้าผู้เป็นย่าของตนบ้าง
“ขอให้ท่านย่าสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาวเจ้าค่ะ”
เด็กหญิงค้อมตัวลงก้มคารวะตามธรรมเนียม
ฮูหยินชรายกยิ้มกล่าวออกมาอย่างพึงใจ “ดีดี เดินมานี่
เร็วย่าจะให้ซองแดง” ฮูหยินผู้เฒ่าหยูกวักมือเรียกหลานสาวตัว
เล็ก
ซึ่งทั้งอานเจิงและยงฮ่าวรวมถึงมู่ตานกับไป๋หลานนั้นได้
ไปก่อนหน้าแล้ว
หนิงอันยกยิ้มรับซองแดงนั้นมาอย่างดีใจพลางคิด
ย้อนกลับไปถึงอดีตของตน (นานแค่ไหนแล้วนะที่ข้าไม่ได้ซองแดง
ตอนปีใหม่)
ในขณะที่หนิงอันมีความสุขเต่าตัวเล็กก็สัมผัสได้
เช่นเดียวกันดังนั้นเจ้าตัวจึงได้กล่าวออกมาบ้าง ‘เด็กน้อยเจ้าชอบ
ซองสีแดงอย่างนั้นหรือข้าให้บ้างเอาไหม’
614
หนิงอันยืนนิ่งก่อนที่จะอธิบายให้เต่าน้อยเข้าใจเพราะ
เกรงว่าสหายจะนำแต่ซองแดงมาให้ทางความคิด ‘เฮยเฮยข้า
ไม่ได้ชอบซองแดงแต่ข้าชอบสิ่งที่อยู่ในซองต่างหาก’
เต่าตัวน้อยสีหน้ามีความฉงนจึงได้เอ่ยปากถามเพื่อ
คลายความสงสัย ‘สิ่งที่อยู่ข้างในคืออะไร’
‘เงินยังไงล่ะ’ หลังได้ยินคำตอบจากเด็กหญิง เต่าตัวน้อย
ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่นักว่าทำไมคู่หูของตนถึงได้อารมณ์ดี
หลังจากคารวะท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ รวมถึงกวนมา
มาและบ่าวอาวุโสเรียบร้อยเด็กทั้งสี่ก็พากันเดินไปตามบ้านเรือน
ของคนที่รู้จักโดยเริ่มจากอาจารย์ชราก่อน
จนกระทั่งถึงเรือนหลังสุดท้ายหน้าหมู่บ้าน เด็กใน
หมู่บ้านไหลชุนในยามนี้นอกจากทั้งสี่คนแล้วพวกเขาต่างมี
ความสุขและรอยยิ้มกันถ้วนหน้า
เนื่องจากครอบครัวมีเนื้อให้กิน มีเงินใส่ซองแดงให้กับ
พวกเขามากขึ้นกว่าเดิม เสื้อผ้าเองก็ยังเป็นของใหม่
615
ทำให้ไม่ว่าหนิงอันจะเดินไปทางไหนเธอก็มักจะได้รับการ
ทักทายตลอดทางเช่นอันอันมากินข้าวบ้านข้านะวันนี้แม่ของข้า
เชือดไก่
อันอันเดินไปไหนก็ระวังตัวด้วยอย่าได้หกล้มล่ะ อันอัน
พี่สาวมีถุงมือจะให้เจ้ารอก่อนนะ
เด็กน้อยผู้เป็นขวัญใจของทุกคนไม่ว่าทั้งเด็กหรือผู้ใหญ่ก็
ยกมือคารวะกล่าวทักทายอวยพรพวกเขาตลอดทางที่เดินเช่นกัน
รอยยิ้มและความจริงใจที่นางได้รับทำให้หนิงอันมี
รอยยิ้มประดับบนใบหน้าตลอดทางไม่จางหาย
และเมื่อกลับมาถึงบ้านก็ยังได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อม
ตากับครอบครัวอีก ทำให้ปีใหม่แรกในนิยายของหยูหนิงอันเป็นปี
ที่ยอดเยี่ยมมากกว่าในชีวิตจริงของเจ้าตัว
616